วันนี้ลูกจะกินอะไร!

ถ้าพูดถึงเรื่องกิน ปัญหาโลกแตกของคนทั่วไปคงหนีไม่พ้น ‘วันนี้จะกินอะไรดี’ แต่สำหรับมนุษย์แม่แล้ว ‘วันนี้ลูกจะกินอะไรดี’ และ ‘วันนี้ลูกจะกินข้าวหมดมั้ย’ เป็นปัญหาที่ทำให้โลกของแม่แตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ในพริบตา

 

ก่อนเริ่มมื้ออาหารของจักรวาล—ลูกชายเรา ตอนหกเดือน มนุษย์แม่ขี้เห่ออย่างเราก็ทำการบ้านหาข้อมูล สูตรทำอาหารเด็ก ลงทุนซื้อหม้อตุ๋นอาหารใบใหม่ เก้าอี้กินข้าว ซื้อจานชามช้อนหลากสีหลายยี่ห้อ ผ้ากันเปื้อนแบบผ้า แบบซิลิโคน แบบยาง ไหนจะแก้วน้ำลายต่างๆ โอ๊ยยยย อุปกรณ์อะไรจำเป็นทั้งนั้นเลย (หราาาาา)

 

เราล้างอุปกรณ์ทั้งหมดจัดเตรียมไว้รอวันที่จะป้อนข้าวลูกเป็นครั้งแรก เฮ้ย ทำเป็นเล่นไป มันตื่นเต้นมาก คิดดูสิ ลูกเราจะได้กินอย่างอื่นที่ไม่ใช่นมที่กินมาตลอดหกเดือน ไหนจะกังวลอีกว่าลูกจะท้องเสียมั้ย ท้องผูกมั้ย จะแพ้อาหารชนิดไหนมั้ย จะเริ่มผักชนิดไหนก่อนดี จะต้มซุปหมูซุปไก่ซุปอะไรก่อนดี ลูกจะกลืนมั้ย จะสำลักมั้ย ที่สำคัญจะกินข้าวมั้ย โอ๊ยยยยย ตื่นเต้นเว้ยยยยยยย!!!

ตัดภาพมาที่การป้อนข้าวมื้อแรกของจักรวาล เมนูแรกที่ลูกได้กินคือ ข้าวเปล่าปั่นละเอียดราดด้วยนมแม่ ไม่มีความวิจิตรพิสดารอะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่จักรวาลกินหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักหยด เอาเว้ยยยย เด็กมันมา เด็กคนนี้นี่แหละที่โหรฯ ทำนายเอาไว้ว่าจะเป็นเด็กที่กินข้าวเก่งที่สุดในยุคไทยแลนด์ 4.0 (เดี๋ยวๆ อีแม่เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย)

 

เอาจริงนะ ตอนนั้นความรู้สึกเราคือดีใจมากที่ลูกกินข้าวที่เราทำ ถึงแม้จะเป็นแค่ข้าวเปล่าก็เหอะ แต่ลูกก็กินนะเว้ย ฮือ ดีใจน้ำตาไหลขอแชร์นะคะ

จบจากการเทสต์กินข้าวไปแล้วก็ถึงคิวผัก และนี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นในสนามรบของสงครามอันแสนจะดุเดือดระหว่างเรากับลูก…

 

ใช่ค่ะ พอเริ่มผสมผักกับข้าว จักรวาลก็กินข้าวไม่หมดอีกเลย ย้ำว่า ไม่หมดเลย! กินได้สี่ห้าคำคือเก่ง สองคำก็เรื่องปกติ กินไปร้องไห้ไปทุกวัน วันไหนอ้าปากกิน ก็เป็นการกินเพื่อพ่นออกมาให้เลอะเทอะ มนุษย์แม่ก็ได้แต่พยายามทำทุกยุทธวิธีในสงครามเพื่อให้ลูกกินข้าว

 

เปิดเพลงให้ฟังจะได้อารมณ์ดีๆ ร้องเพลงที่ลูกชอบ เต้นไปป้อนข้าวไป ลามไปถึงไลฟ์เฟซบุ๊กไปป้อนข้าวลูกไป เฟซไทม์ไปให้อีพ่อช่วยบิลด์ เปลี่ยนชามเปลี่ยนช้อนเผื่อว่าสีจะไม่ถูกโฉลกกับดวงลูก เปลี่ยนบรรยากาศการกิน ย้ายเก้าอี้ไปทั่วบ้าน มือก็พลางเปิดเน็ตหาข้อมูลว่าทำไมไม่มีซินแสคนไหนดูฮวงจุ้ยไว้บ้างว่านั่งหันหน้าทิศไหนลูกจะกินข้าวดี สภาพอีแม่หลังป้อนข้าวลูกในแต่ละวัน เหมือนทหารแพ้สงคราม ทั้งเหนื่อย ทั้งบาดเจ็บ และสะบักสะบอม

พอลูกไม่กินข้าวนานๆ เข้า ก็ยอมรับเลยว่าตอนนั้นสภาพจิตใจย่ำแย่ประมาณนึง เพราะไหนจะเหนื่อยเตรียมอาหาร (ที่ลูกไม่กิน) ถึงดึกดื่นแล้ว การที่ลูกร้องไห้ประหนึ่งว่าการกินข้าวเหมือนกินยาพิษ มันทำให้เรากลัวว่าสักวันลูกจะแอนตี้การกินข้าวเหมือนที่เคยอ่านเจอมา รวมถึงตัวเองก็เริ่มมีอารมณ์เสีย หงุดหงิดใส่ลูกที่ไม่ยอมกินข้าว ยันไปนั่งร้องไห้ใส่ลูกก็มี

จนมานั่งนึกดูดีๆ ทำไมเราต้องเครียด ทั้งๆ ที่ก่อนหนึ่งขวบ นมยังเป็นอาหารหลักของลูก หรือเพราะเราเครียดมากเกินไป ลูกก็เลยเครียดด้วย พาลไม่กินไปกันใหญ่ พอคิดได้แบบนั้นเราเลยเริ่มดึงสติกับมาอีกรอบ จะกินก็กินนะลูก ไม่กินก็เก็บ ไม่กินเมนูนี้แม่ก็จะทำเมนูนั้น เมนูนั้นไม่กินแม่ก็จะทำเมนูนู้นไปเรื่อยๆ แล้วค่อยสังเกตจับทางลูกไปเรื่อยๆ ว่าทำแบบไหนแล้วลูกอารมณ์ดีกินได้เยอะขึ้น แบบไหนลูกหงุดหงิดไม่ค่อยกิน ที่สำคัญเราจะพยายามไม่ทำให้มื้ออาหารของลูกเป็นสนามรบอีกแล้ว จะได้ไม่ต้องมีใครแพ้ไม่มีชนะใครกันอีก

และแล้ว… วันของเราก็มาถึง วันที่ลูกกินข้าวหมดถ้วย (ฮือออออ) สิ่งแรกที่เราทำคือยื่นชามเปล่า ซึ่งเป็นเสมือนผลงานมาสเตอร์พีซของเด็กชายจักรวาลในวันนั้นให้เขา แล้วฉีกยิ้มให้ พอลูกยิ้มตอบเท่านั้นแหละ…

เราก็…

ยกมือถือมาถ่ายรูปอัปลงโซเชียลฯ อวดคนในเฟซบุ๊กว่า…

ในที่สุด ลูกก็กินข้าวหมดถ้วยแล้วเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

About Author
ชนานาฏ ทองมณี—ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำสำนักพิมพ์แซลมอน
คุณแม่เด็กชายจักรวาล วัย 10 เดือนครึ่ง

Guest Writer

นักเขียนรับเชิญ (แทบ) ไม่ซ้ำหน้า ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวที่ (แทบ) ไม่ซ้ำใคร

RELATED POST