READING

คุณแม่ลูกหนึ่งกับน้องหมา (มากกว่า) สามตัว คุณย้ง—...

คุณแม่ลูกหนึ่งกับน้องหมา (มากกว่า) สามตัว คุณย้ง—พรพิมล พินิจภิญโญ คุณแม่เจ้าของโรงแรมสุนัข

“อยู่ที่ผู้ใหญ่ด้วยว่าสอนเด็กให้มีทัศนคติต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเองและคนอื่น บางทีหมาไม่ได้น่ากลัวนะ แต่ถ้าพ่อแม่นอยด์หรือกังวลกลัวนู่นนี่ไปก่อน ก็จะไม่ดีกับลูก กลายเป็นว่าลูกเรียนรู้แต่ว่าต้องกลัวสัตว์”

คุณย้ง—พรพิมล พินิจภิญโญ คุณแม่ของน้องนิวตรอน วัย 2 ขวบ และหมาน้อยทั้งสาม เจ้าของ โรงแรมสุนัข Dog’s Tale ขออาสามาเล่าให้เราฟังว่าการเลี้ยงลูกน้อยของเราให้เติบโตมากับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง (และของคนอื่น) อาจไม่ได้น่ากลัว แต่สนุกสนานและมีอะไรให้เรียนรู้มากกว่าที่คิด

โรงแรมสุนัข Dog’s Tale อายุสองปีเท่ากับน้องนิวตรอน จริงๆ แล้วลูกกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้องหมา อะไรมาก่อนกัน?

ธุรกิจมาก่อน เพราะตอนนั้นยังไม่มีลูก เราก็เลยเลี้ยงหมาเป็นลูก ดูแลและเลี้ยงเหมือนลูกเลยทุกตัว

พื้นฐานเป็นคนรักน้องหมามาแต่แรก

น่าจะเป็นเพราะที่บ้านเลี้ยงหมาแล้วเราก็เติบโตมากับเขา ส่วนหมาตัวแรกของเราเองชื่อพี่ถั่วเหลือง พันธุ์โกลเด็นฯ เป็นหมาที่เราเลี้ยงจริงจังมาก เลี้ยงเป็นลูก ไปกับเราทุกที่จนเขาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งไปตอนอายุสิบปี

ตอนนั้นเรารู้สึกว่าได้อะไรหลายๆ อย่างจากการเลี้ยงเขา ทำให้รู้ตัวว่าเรารักเขามากจริงๆ เพราะไม่เคยรู้สึกเสียใจขนาดนี้มาก่อน เข้าใจชีวิตมากขึ้นเลยนะตอนนั้น

จากความรักกลายมาเป็นธุรกิจโรงแรมน้องหมาได้อย่างไร

เราคิดถึงตอนพาเขา (พี่ถั่วเหลือง) ไปเที่ยวเกาะกูดด้วยกัน ไปเสม็ดด้วยกัน มันเป็นที่ที่เราได้ใช้เวลากับเขา เราเลยอยากจะสร้างสถานที่หนึ่งซึ่งเป็น Dog’s Tale เพื่อให้คนอื่นเขาจดจำได้ว่าตอนที่เขาพาหมาของเขามา แล้วหมาของเขาชอบที่นี่

หลังจากนั้นน้องนิวตรอนก็มา…

ตอนนั้นเราแต่งงานมาประมาณเจ็ดปี ยังไม่มีลูก เพราะเป็นมนุษย์ท่องเที่ยวแล้วก็เลี้ยงหมา จนผู้ใหญ่อยากให้มีลูก แต่เรามีลูกยากก็เลยไม่ได้มีตามธรรมชาติ ต้องตั้งใจทำ ซึ่งก็มาสำเร็จเอาตอนกำลังสร้างโรงแรมมาได้สองสามปี (ยิ้ม)

แล้วคนท้องเนี่ย คนจีนเขาห้ามมาในที่ที่มีการทุบการเคาะ ก็เลยยืดเวลาก่อสร้างออกไปอีก แต่โชคดีที่โรงแรมสร้างเกือบเสร็จแล้ว และสุดท้าย Dog’s Tale กับลูกก็เลยเกิดมาพร้อมกันเลย กระเตงมาทำงานด้วยกันที่นี่ตั้งแต่เกิด

ย้อนกลับไปเรื่องการเตรียมตัวช่วงตั้งท้อง เพราะคุณย้งอยู่กับการเลี้ยงหมาตลอด

ต้องเตรียมตัวนะ เพราะเราก็กังวล หมาเขานอนอยู่กับเรามาตลอด จนวันหนึ่งเราท้อง ก็ต้องคอยบอกเขาว่าเรากำลังมีน้อง คิดว่าหมาก็รู้นะ เพราะเขาก็จะชอบมานอนที่ท้องเรา สนใจท้องเรา

เริ่มจากที่เคยให้พี่เชอร์กี้ (สุนัขพันธุ์คอร์กี้ อายุห้าขวบ) นอนในห้องนอน ช่วงหนึ่งเดือนก่อนคลอดก็เริ่มแยกกัน ค่อยๆ ฝึกเขาให้ลงมานอนชั้นล่าง เราเองก็ฝึกไปด้วย เพื่อให้เขาโตในแบบของหมาบ้าง คือเชอร์กี้เขาเคยเจอฝูงหมาวิ่งกรูเข้ามาเป็นสิบตัว เขาตกใจไปเลย ตกใจจนน้ำลายฟูมปากเพราะเขาไม่เคยเจอ เราก็เลยพาไปอยู่กับครูเมี่ยว—ครูฝึกสุนัข เป็นเวลาสองวันสามวัน ให้เขารู้ว่าหมาตัวอื่นเป็นแบบนี้นะที่ Clicker Dog

ตอนหลังพี่เชอร์กี้ที่เคยนอนในห้องนอนก็กลายเป็นหมาที่ลงมานอนอยู่ชั้นล่าง แต่เขาก็โอเค ไม่ได้ดราม่า ไม่ได้ตรอมใจอย่างที่เรากังวล

 

“ไม่มีคุณหมอที่ไหนเขาแนะนำเรื่องเลี้ยงหมากับเด็กเล็กอยู่แล้ว
แต่สองปีที่ผ่านมา เวลาลูกไม่สบาย มันไม่ได้เกี่ยวกับหมาเลย”

แล้วหลังคลอดต้องปรับตัวอะไรบ้าง

เรามีหมาทั้งหมดสามตัว พอมีลูกอีกคนก็ต้องปรับเรื่องรถ เวลาจะไปไหนมาไหนต้องเป็นระบบ คือต้องเอาลูกไปก่อน แล้วทำความสะอาดรถ แล้วค่อยพาหมาตามมา คือมันไม่สามารถอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้แล้ว เพราะเรารู้ว่าหมาเขามีทั้งน้ำลาย ทั้งขน สารพัด เราก็ต้องรักษาความสะอาด เมกชัวร์เสมอว่าเราดูแลหมาของเราให้สะอาดพอ อาบน้ำทุกอาทิตย์ กำจัดเห็บหมัดให้ดี มีสเปรย์ฆ่าเชื้อของคุณหมอคอยฉีดตลอด

คุณหมอแนะนำอะไรเป็นพิเศษ

จริงๆ ไม่มีคุณหมอที่ไหนเขาแนะนำเรื่องเลี้ยงหมากับเด็กเล็กอยู่แล้ว แต่สองปีที่ผ่านมา เวลาลูกไม่สบาย มันไม่เกี่ยวกับหมาเลย คือพี่เป็นภูมิแพ้ แฟนเป็นภูมิแพ้ ลูกพี่เกิดมาก็เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วแหละ แต่พวกเราไม่ได้แพ้ขนหมาเลย

เพราะฉะนั้น ที่เราทำก็คือเหมือนคุณพ่อคุณแม่ทั่วไปเลย หลีกเลี่ยงอะไรที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ของลูก เช่น หลังคลอดก็รอประมาณสามเดือนให้ลูกแข็งแรงดีก่อน ค่อยให้เขากับหมามาเจอกันใกล้ๆ

ต้องสร้างความคุ้นเคยระหว่างน้องนิวตรอนกับพี่ๆ หมาของเขาอย่างไร

ห้องเบบี๋จะเป็นห้องกระจก มองเห็นพี่ๆ หมาของเขาจากชั้นลอยตั้งแต่เล็ก ส่วนหมาเนี่ย บางทีเขาจะแอบเดินขึ้นมาดูน้อง แต่เขาจะรู้ว่าน้องนอนตรงนี้ เขาต้องนั่งมองจากตรงนั้น คือหมาก็งงว่านี่คืออะไร ไม่กล้าเข้าไป เขามองแต่ไม่เข้าไปยุ่งกับน้องนะ เราก็จะไม่พยายามไปพุชว่าต้องมาเจอกันนะ เน้นให้เขาเห็นกันไปเรื่อยๆ จนน้องฉีดวัคซีนครบ ภูมิต้านทานน้องแข็งแรง ก็ค่อยๆ เอาลงมาเจอกันใกล้ๆ

มีเล่นกันแรงๆ จนทะเลาะกันเองบ้างไหม

พวกหมาเขาจะไม่ว่าน้องเลย แต่จะชะงัก เหวอๆ และออกจะระแวงตลอดเวลาว่าอย่ายุ่งกับฉัน ตอนนี้ก็เป็นบางทีนะ สมมติพี่เชอร์กี้นอนอยู่ นิวตรอนก็จะเอาหูฟังหมอมาตรวจ หรือเล่นทำกับข้าวแล้วก็บอกให้พี่เชอร์กี้มากิน พี่เชอร์กี้มาฉีดยา กลายเป็นว่าสงสารเชอร์กี้ นอนอยู่ดีๆ ก็โดนฉีดยา (หัวเราะ)

ส่วนพี่ฮาชิ (สุนัขโกลเด็นฯ อายุหกขวบ) ก็ดีมากกกก ปกติเขาเป็นหมาที่ชอบกระโดดใส่ตลอดเวลา แต่เราพูดกับเขาตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามีน้อง เขาก็ไม่เคยกระโดดใส่น้องเลย

น้องนิวตรอนน่าจะคุ้นเคยกับหมามาก แต่หมาที่มาพักในโรงแรมอาจจะไม่คุ้นเคยกับน้อง

ถ้าเป็นหมาอื่น ลูกเราเขาจะแค่มองดูก่อน แต่ถึงเป็นหมาตัวใหญ่นี่ก็ไม่กลัว (ชี้ไปที่ไซบีเรียนตัวยักษ์สองตัวที่มีเจ้าของพามาอาบน้ำพอดี) เขาไม่กลัวหมาเลย แต่พี่จะเป็นคนดูเอง ถ้าตัวใหญ่ก็ต้องคอยกันเขาออกหน่อย แต่ถ้าพวกตัวเล็กๆ นิวตรอนจะพุ่งเข้าใส่เลย คิดว่าเขาชอบหมาตัวเล็ก อย่างเจอชิวาว่าก็เอามานั่งลูบได้เป็นชั่วโมง เพราะเขาคิดว่าเป็นลูกหมา

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงทำให้เด็กผู้ชายอ่อนโยนลงไหม

ใช่ อันนี้ที่เราเห็นชัดเลยว่าเขาอ่อนโยน แต่พาร์ตที่ฮาร์ดคอร์มากๆ เขาก็มี เวลาเล่นกับคนนี่แหละ แต่เวลาที่เขาเปิดหนังสือหรือเจออะไรที่เป็นลูกหมาลูกแมว เขาจะทำมือกอดใส่มันบ้าง บอกให้หม่ามี้อุ้มบ้าง คิดว่ามันทำให้เขาเบามือเป็นเวลาเล่นกับหมาหรือสิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กกว่า

“พี่ว่าเป็นการเลี้ยงให้เขาโตมาด้วยกัน
เคยเลี้ยงหมามายังไงก็ต้องเลี้ยงเหมือนเดิม
และลูกก็ต้องโตมาในแบบที่เรามีหมาให้ได้”

มีเรื่องอื่นที่ต้องสอนลูกเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์อีกไหม

เด็กจะเลียนแบบทุกอย่างที่พ่อแม่ทำค่ะ… แล้วก็เลียนแบบที่พี่เชอร์กี้ทำด้วย (หัวเราะ) เพราะเป็นวัยที่เขาต้องการเรียนรู้ อย่างตอนฝึกกินน้ำ เขาก็ไม่กินเหมือนคน แต่ไปกินเหมือนหมา เอาแก้วมาแล้วก็เลียๆ แผล็บๆ หรือบางทีเขาเห็นหมาเลียอุ้งเท้า เขาก็จะเอามือตัวเองมาเลีย แต่มันไม่ใช่ไง เราก็ต้องสอนเขานะว่า หมาเป็นสัตว์จึงทำแบบนี้ แต่เราเป็นคนต้องทำอีกแบบนะลูก แล้วเขาจะเข้าใจค่ะ

เท่าที่คุณย้งดูแลและใกล้ชิดกับหมามาหลายตัว ส่วนตัวคิดว่าพันธุ์ไหนเป็นมิตรกับเด็กๆ หรือเด็กควรจะระวังพันธุ์ไหนเป็นพิเศษไหม

แล้วแต่ตัว แล้วแต่นิสัยหมาของแต่ละบ้านเลยค่ะ เราก็ต้องสังเกตและถามเจ้าของเขาด้วย บางบ้านเจ้าของจะบอกได้เลยว่าหมาเขาไม่ชอบเด็ก คือหมาอาจจะไม่ได้ดุเองโดยสัญชาตญาณ แต่มีหลายบ้านที่เด็กชอบไปแกล้ง ไปรุมแหย่ หมาก็จะมีความทรงจำที่ไม่ดีกับเด็ก

เพราะฉะนั้น อยู่ที่ผู้ใหญ่ด้วยว่าสอนเด็กให้มีทัศนคติต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเองและของคนอื่นยังไง บางทีหมาไม่ได้น่ากลัวนะ แต่ถ้าพ่อแม่กังวลไปก่อนก็จะไม่ดีกับลูก กลายเป็นว่าลูกเรียนรู้ว่าต้องกลัวสัตว์ ไม่กล้าเข้าใกล้ และไม่มองว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง

หลายครอบครัวก็ยังกังวลเรื่องการมีสัตว์เลี้ยงระหว่างตั้งท้อง หรือลูกยังเล็ก

พี่ว่าเรายังเลี้ยงได้เหมือนเดิม แค่ว่าเราต้องมั่นใจความสะอาด อย่างเลี้ยงหมาเรื่องเห็บหมัดก็ต้องดูแลให้ได้จริงๆ เพราะว่ามันอันตราย นอกนั้นพี่ว่าเป็นการเลี้ยงให้เขาโตมาด้วยกัน เคยเลี้ยงหมามายังไงก็ต้องเลี้ยงเหมือนเดิม และลูกก็ต้องโตมาในแบบที่เรามีหมาให้ได้

อย่างล่าสุดเชอร์กี้ไม่สบาย เวลาที่เรามีให้ลูกก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ เพราะพี่ต้องพาเขาไปโรงพยาบาลทุกวัน ก็จะคอยบอกลูกว่าพี่เชอร์ไม่สบาย หม่ามี้ต้องพาไปโรงพยาบาล พอถึงวันที่เชอร์กี้หายดี เขาก็ดีใจเหมือนเขารู้ว่าถึงแม้ว่าเวลาของแม่จะน้อยลงแต่นี่คือการที่เราต้องดูแลรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่ง

 

แล้วพี่จะคอยบอกเขาว่า ต่อไปหนูต้องดูแลพี่เชอร์แทนหม่ามี้ เขาก็พยักหน้านะ คือรู้เรื่องหรือเปล่าเราก็ไม่รู้หรอก แต่พูดไป ทำไปทุกอย่างให้เขาเห็นว่ามันควรจะทำแบบนี้ลูกจะซึมซับเอง

คิดว่าการมีสัตว์เลี้ยงให้อะไรกับเด็กๆ

– รู้จักให้ เขาจะเป็นเด็กที่ไม่งกของ ชอบแบ่งปัน แบ่งหมา แบ่งเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทั้งที่ในวัยเขาบางทีเด็กยังหวงของเล่นกันมากกว่า แต่เขาจะเป็นเด็กที่ชอบแชร์

– เขาจะอ่อนโยนเวลาเจอสัตว์ แม้กระทั่งแมลง ก็จะไปนั่งมองว่าแมลงทำอะไร แล้วก็ไม่กลัวอะไรเลย หรือยังไม่ถึงวัยก็ไม่รู้นะ

– มีความรับผิดชอบ ที่บ้านมีปลาคาร์ฟ เขาจะมีหน้าที่คือให้อาหารปลาทุกวัน

ความผูกพันระหว่างนิวตรอนกับหมาทุกตัวที่อยู่ด้วยกันมาตลอด

เขาจะไม่ถึงกับโหยหา แต่พอเห็นหมาไม่ว่าที่ไหนก็จะเรียกว่าพี่เชอร์ และหมาคอร์กี้ทุกตัวบนโลกก็จะชื่อเชอร์กี้สำหรับเขาหมดเลย ตอนนี้เราก็กำลังสอนเรื่องพันธุ์สุนัขให้เขา เลยมีเรื่องให้คุยกันได้ทั้งวัน

สัมภาษณ์ ณ วันที่ 22 มกราคม 2561

สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST