สอนลูกยังไงในยุคที่ Sexual Harassment (แทบจะ) พบเจอได้ทั่วไป

ต้องยอมรับว่า Sexual Harassment หรือการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะด้วยคำพูด ท่าทาง สายตา ร่างกาย หรือแม้กระทั่งตัวอักษร กำลังเป็นประเด็นทางสังคมที่น่าเป็นห่วง เพราะถึงแม้บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องสนุกขำขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว Sexual Harassment สร้างผลกระทบต่อผู้ที่โดนกระทำอย่างแรง และอาจนำไปสู่ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

 

ในยุคนี้ นอกจากการสอนให้ลูกไม่ตกเป็นเหยื่อแล้ว การสอนให้ลูกไม่เป็นฝ่ายคุกคาม ละเมิด หรือทำความผิดทางเพศกับคนอื่นก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่จะสอนยังไง เริ่มต้นที่ตรงไหนดี…

และคุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ต้องรอไปสอนกันตอนโต แต่สามารถสอนกันได้ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในวัยไม่เข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ

1. สอนให้ลูกรู้ว่า ตัวหนูเป็นของหนู คนอื่นไม่มีสิทธิ์

เด็กๆ ควรจะรู้สึกว่าเขามีสิทธิ์ในร่างกายของเขา และเขาสามารถปฏิเสธได้ว่าไม่อยากให้ใครสัมผัส กอด หรือจูบเขา เช่นเดียวกับการจะสัมผัสเด็กคนอื่นๆ เขาต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวก่อน สอนให้ลูกขออนุญาตเพื่อนก่อนที่จะสัมผัสหรือกอด เช่น

“เอเอ ถามบีบีก่อนนะว่าให้กอดไหม” และถ้าบีบีตอบว่า “ไม่” คุณพ่อคุณแม่สามารถแนะนำอย่างอื่นให้เขาได้ “ไม่เป็นไรลูก บ๊ายบายและส่งจูบให้บีบีแทนละกันเนอะ”

2. สอนให้ลูกเห็นอกเห็นใจคนอื่น

ด้วยการอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาทำให้คนอื่นเจ็บ เช่น “แม่รู้ว่าลูกอยากได้ของเล่นชิ้นนั้น แต่การที่หนูตีเพื่อนมันทำให้เพื่อนเจ็บและเสียใจมาก” กระตุ้นให้ลูกของคุณจินตนาการว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าถูกเพื่อนตีบ้าง ลูกๆ ในวัยอนุบาลอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไร เพราะเขายังคิดแทนคนอื่นไม่เป็น คุณพ่อคุณแม่อย่าใส่อารมณ์แต่ควรสอนให้เด็กๆ ค่อยๆ เรียนรู้ โดยใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนและอบอุ่น โดยอย่าทำให้ลูกรู้สึกละอาย

3. อย่าบังคับให้เด็กสัมผัส กอด หรือจูบใครก็ตาม

ถ้าแม้แต่คุณพ่อหรือคุณแม่ยังบังคับให้เด็กๆ ไปแตะต้องหรือสัมผัสใครในขณะที่เด็กๆ ไม่เต็มใจ เขาก็จะเรียนรู้ว่าการบังคับอย่างนี้ก็ทำได้ อาจจะแก้ปัญหาด้วยการเสนอทางเลือก เช่น ถ้าคุณยายอยากให้หลานหอมแก้มแต่หลานไม่เต็มใจ ลองแก้ปัญหาด้วยการเสนอทางเลือกอื่น เช่น “ถ้าหนูไม่หอมแก้มก็ทำไฮไฟฟ์แทนดีไหม”

4. สอนเด็กๆ ว่าพฤติกรรมของเขาส่งผลต่อคนอื่น

สอนให้เขาเข้าใจว่าอะไรคือผลลัพธ์ของการกระทำ เช่น ให้ลูกสังเกตว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีคนทำเสียงดัง ลองถามเขาว่าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะมีใครตกใจไหม พ่อแม่ควรอธิบายลูกว่าสิ่งที่เขาทำ จะมีผลกระทบต่อผู้อื่นและตัวเขาเองเสมอ และเขาจะต้องรับผิดชอบผลของการกระทำนั้นด้วย

5. ให้ความสำคัญกับคำว่า ‘ไม่’ และ ‘หยุด’

วิธีที่จะอธิบายความสำคัญของทั้งสองคำก็คือ เมื่อลูกพูดว่า ‘ไม่’ หรือ ‘หยุด’ พ่อแม่ก็ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่ เช่นเดียวกับตอนที่ลูกพูดคำว่า ‘ไม่’ กับเพื่อน เมื่อเขาต้องการให้เพื่อนหยุด แต่ถ้าเพื่อนไม่หยุด พ่อแม่ควรสอนให้เด็กเป็นคนตัดสินใจว่า เขาจะยังรู้สึกดีหรือปลอดภัยที่จะเล่นกับเพื่อนคนนั้นต่อหรือไม่ ถ้าลูกรู้สึกว่าไม่ดี/ไม่ปลอดภัย ลูกก็สามารถเลือกเล่นกับเพื่อนคนอื่นๆ ได้

6. ช่วยเหลือเพื่อนที่มีปัญหา หรือถ้าช่วยไม่ได้ก็บอกผู้ใหญ่

การปลูกฝังให้เด็กเป็นคนชอบช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดี เขาจะรู้สึกว่าได้ทำประโยชน์ให้คนอื่นและมีคุณค่า ลองพูดคุยกับลูกเรื่องการช่วยเหลือเด็กคนอื่น ให้พวกเขาสังเกตพฤติกรรมและตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาเห็น และหากเป็นปัญหาที่เขาไม่สามารถช่วยได้ ให้บอกกับคนที่ให้ความช่วยเหลือได้

7. กระตุ้นให้เด็กเข้าใจการแสดงออกทางสีหน้าและภาษากาย

สอนให้ลูกเรียนรู้อารมณ์และการแสดงออกทางสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นกลัว มีความสุข เศร้า โกรธ และอื่นๆ โดยเริ่มจากให้สังเกตอารมณ์ของตัวเอง หรืออาจสอนผ่านการเล่นเกม เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายของตนเองและคนอื่นๆ ถ้าเขารู้จักอารมณ์ของตนเองและสามารถอ่านอารมณ์ของคนอื่นๆ ได้

8. ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือพ่อแม่เอง

นอกจากสอนลูกด้วยคำพูด สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการทำตัวให้เป็นแบบอย่างของเด็กๆ เพราะเขาจะเรียนรู้จากสิ่งที่คุณทำมากกว่าคำสั่งสอนของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าการล่วงเกิน หรือคุกคามทางเพศเป็นสิ่งที่ไม่โอเค อย่าทำพฤติกรรมนั้นหรือมองว่ามันเป็นเรื่องตลก แม้ว่าพฤติกรรมนั้นจะเป็นการแซวเล่นๆ ในสื่อโทรทัศน์ต่างๆ ก็ตาม

ทิปส์เหล่านี้จะช่วยได้ยังไง? เราเชื่อว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กๆ ที่รู้จักขอบเขตสิทธิของตัวเองและคนอื่น เห็นอกเห็นใจ และรู้ว่าการกระทำของเขาจะทำร้ายใครได้บ้าง (และแน่นอนว่ามันกระทบตัวเขาเองด้วย) ถ้าเขาโตขึ้นมาโดยมีแนวคิดแบบนี้จะทำให้เขาไม่กลายเป็นผู้ที่ล่วงเกินหรือคุกคามทางเพศใครๆ

และถึงแม้ Sexual Harassment ในยุคนี้จะพบเจอได้ง่าย และบางครั้งก็ถูกมองเป็นเรื่องตลกๆ แม้แต่ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่มองว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดอย่างจริงจัง ลองสอนทิปส์เหล่านี้ให้เด็กๆ เพื่อที่เขาจะโตขึ้นมาโดยไม่ไปล่วงเกินหรือคุกคามทางเพศคนอื่นดูนะคะ

 

ที่มา
Psychology Today
Common Sense Media

กำลังเรียน ป.โท เกี่ยวกับเด็ก ในสาขาที่ชื่อยาวมากสาขาหนึ่ง ชอบถ่ายรูปเป็นนิสัย และชอบไปเที่ยวในที่ที่มีดอกไม้เป็นพิเศษ มีลูกโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นแมวและกระต่ายอย่างละตัว

RELATED POST