READING

นอกจากอั่งเปาแล้ว ลูกน้อยเรียนรู้อะไรจากตรุษจีนได้...

นอกจากอั่งเปาแล้ว ลูกน้อยเรียนรู้อะไรจากตรุษจีนได้อีก

วนมาอีกครั้งกับวันตรุษจีน ซึ่งในปีนี้วันชิวอิก (วันปีใหม่) ตรงกับวันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 และธรรมเนียมอันโด่งดังของครอบครัวชาวจีนก็คือ การแจกอั่งเปาที่เด็กๆ ตั้งตารอคอยกันอย่างสนุกสนาน อย่าลืมหาคำอวยพรมงคลไว้ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่และญาติผู้ใหญ่ไว้ด้วยนะคะ เผื่อจะได้เพิ่มอีกหลายๆ ซอง

 

แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากเงินที่มากับซองแดงๆ แล้ว ยังมี 8 ข้อคิดดีๆ จากธรรมเนียมของวันตรุษจีนที่เราจะสามารถสอนเด็กๆ ได้

1. เก็บกวาดและตกแต่งบ้านให้สวยงาม

chinese_1

ก่อนจะถึงวันตรุษจีนจะมีการทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ครั้งใหญ่ โละข้าวของที่ไม่ใช้หรือมีมากเกินไปบริจาคให้คนอื่น เพื่อเตรียมบ้านของเราให้พร้อมต้อนรับเรื่องราวดีๆ เป็นสถานที่สวยงามที่เทพเจ้าอยากเข้ามาอยู่ มาปกปักรักษาบ้านเราให้เป็นสุข หรือพูดง่ายๆ ก็คือบ้านที่สะอาดสะอ้านนั้นเหมาะแก่การต้อนรับแขกที่จะมาทักทายในวันปีใหม่นั่นเอง

งานนี้เด็กๆ จะได้มีส่วนช่วยเหลือผู้ใหญ่ในการจัดการบ้านให้สะอาดแน่นอน และได้เรียนรู้ว่าของที่ไม่ใช้ก็ไม่ควรซื้อ หรือของที่จำเป็นก็ซื้อเท่าจำนวนที่ต้องการก็พอแล้ว เพราะถ้ามีมากเกินไป ทุกวันปีใหม่ก็ต้องมานั่งเก็บกวาดอีกครั้งนั่นเอง

2. เก็บออม

chinese_2

อั่งเปา (红包) คือซองสีแดงใส่ธนบัตรใบใหม่เอี่ยมที่ผู้ใหญ่มอบให้ผู้น้อย หรือบางที่ก็เรียกว่าแต๊ะเอีย (แปลว่าผูกเอว) เพราะในสมัยก่อน เหรียญจีนจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็ก เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

เป็นโอกาสเหมาะที่จะสอนลูกเรื่องการเก็บออมเงินและวางแผนการใช้เงินอย่างเหมาะสม โดยอาจให้เขาหยอดกระปุก หรือพาไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วจดไว้ว่านี่คือเงินแต๊ะเอีย ลูกๆ จะได้เรียนรู้การออมเงินหลายๆ วิธี และจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายเป็น

แต่หากเขาอยากจะขอนำเงินไปซื้อของ ก็อย่าลืมฝึกให้เขาแบ่งเงินไว้เก็บออมด้วย

3. ครอบครัวคือสิ่งสำคัญ

chinese_3

ในคืนวันสิ้นปี กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่การทานอาหารมื้อค่ำด้วยกันทั้งวงศ์ตระกูล หรืออย่างน้อยก็รวบรวมญาติสนิทให้ได้มากที่สุด และอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อรอเวลาเที่ยงคืนร่วมกันทั้งครอบครัว

ถ้าเด็กๆ คนไหนง่วง จะแอบงีบหลับก็ได้ แต่เขาจะได้ตื่นมาชื่นชมความสวยงามของเทศกาลและพูดสวัสดีปีใหม่ กราบไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษร่วมกับทั้งครอบครัวอีกครั้งตอนเที่ยงคืน เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่อย่างพร้อมเพรียง เด็กจะจดจำได้ว่ามันคือช่วงเวลาอบอุ่นที่มีทุกคนอยู่เคียงข้าง

4. คิดถึงญาติสนิทมิตรสหาย

chinese_4

ในช่วงเวลาปีใหม่นี้ ชาวจีนจะแต่งกายสีสันสดใสหรือสีแดงที่เป็นสีมงคล แล้วผลัดกันไปเยี่ยมเยียน ทักทายญาติสนิทมิตรสหายที่อาวุโสกว่าถึงบ้าน พร้อมกับอั่งเปาและส้ม (มีเสียงพ้องกับคำว่าทองในภาษาจีน) หรือของขวัญอื่นๆ ไปมอบให้ เป็นนัยว่าขอมอบโชคลาภและสิ่งดีๆ ไปให้คนที่เรารักและเคารพในวันปีใหม่ และเจ้าบ้านก็จะให้ขนมหรืออั่งเปาคืนมาด้วยเช่นกัน

เด็กๆ จะได้สนุกสนานกับการช่วยคุณพ่อคุณแม่นับญาติและติดต่อคนนั้นคนนี้ แล้วยังได้เดินทางไปทักทายญาติที่อยู่ห่างไกลหรือไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว และเรียนรู้มารยาทต่างๆ ไปด้วยว่า เมื่อเราเป็นคนที่เด็กกว่า ก็ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ด้วยความอ่อนน้อม ถ้าผู้มีอาวุโสกว่าให้ของ เราควรปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งเมื่อเขาทำและจดจำได้ พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะติดตัวไปด้วย

5. วันหยุดที่ไม่ต้องทำงานบ้าน ไม่โดนลงโทษ และได้รับแต่คำชื่นชมหนึ่งวัน

chinese_5

ในวันตรุษจีน (วันขึ้นปีใหม่) ชาวจีนจะไม่ทำงานใดๆ เลย เพราะเชื่อว่าเมื่อขึ้นปีใหม่ก็ต้องพักผ่อน แล้วจะเป็นปีที่ราบรื่น มีความสุขไปตลอดทั้งปี และมีสามสิ่งที่ห้ามกระทำโดยเด็ดขาด ซึ่งเด็กๆ จะชอบมากอยู่สามอย่างคือ

– ห้ามกวาดบ้านหรือทำความสะอาดบ้าน เพราะจะเป็นการล้างเอาสิ่งดีๆ ที่เพิ่งรับมาในวันปีใหม่ออกไป

– ห้ามร้องไห้ เพราะคุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้น แม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดี ผู้ใหญ่ก็จะยั้งไว้ก่อนหนึ่งวัน

– ห้ามพูดเรื่องไม่เป็นมงคล ไม่พูดคำหยาบหรือเรื่องผีสาง และไม่นำเรื่องราวร้ายๆ ในปีเก่าๆ มาพูดถึง ควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างมีข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ของมัน สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาช่วยทำความสะอาดบ้าน หรือถ้าทำผิดก็ต้องแก้ไข และการคิด ทำ พูดแต่เรื่องดีๆ ก็นำความสุขมาให้ตัวเองและคนรอบข้างมากกว่า

6. กินของคาวของหวานได้หลากหลายและไม่จำกัด

chinese_6

ชาวจีนเชื่อว่าอาหารคาวหวานที่มีชื่อเป็นมงคล จะทำให้ปีใหม่เป็นปีที่หวานชื่น ถือเป็นคำอวยพรร่วมกันทั้งครอบครัว แล้วพรใดเล่าจะมงคลเท่าพรจากทุกคนที่เรารักและรักเรา ซึ่งส่วนประกอบของเมนูที่มีความหมายมงคลหลักๆ แล้วมีดังนี้

เป็ด – ความสามารถ ความหลากหลาย

ไก่ – ความก้าวหน้า

หมู – มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์

ปลา – เหลือกินเหลือใช้

ซาลาเปา – ห่อโชค ห่อลาภ

สาลี่ – เงินทองไหลมาเทมา

องุ่น – ความเพิ่มพูน

กล้วย – มีลูกมีหลานมาก

แอปเปิล – ความสันติสุข

ส้ม – ความสุขสวัสดีมหามงคล

ขนมเทียน – ความเจริญรุ่งเรือง เพราะรูปร่างสามเหลี่ยมเหมือนทองสมัยก่อน

ขนมถ้วยฟู – ความเฟื่องฟู รูปร่างฟูล้นภาชนะ

ขนมเข่ง – ความหวานชื่นกลมเกลียว เพราะเหนียวๆ หนึบๆ

เกาลัด – รูปร่างเหมือนเงินตรงสมัยก่อน

ถั่วตัด – รูปร่างเหมือนแท่งทองแท่งเงิน

เมล็ดบัว – การมีลูกมีหลานที่ดี

แต่ก็มีหลายครอบครัวที่กินเจในมื้อเช้าแรกของปีใหม่ เพราะเชื่อว่าเป็นการให้ทาน ต่ออายุเพื่อนสัตว์โลก และนำความสุขมาให้ ส่วนมื้อต่อๆ ไปก็ค่อยฉลองกัน อย่างไรก็ตาม จะกินมื้อเล็กหรือมื้อใหญ่ก็ตาม เมื่ออิ่มแล้ว ก่อนนอนอย่าลืมแปรงฟันให้สะอาดนะจ๊ะเด็กๆ

7. ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใสหลายชุด

chinese_7

สีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ เพราะชาวจีนเชื่อว่ามันเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข สามารถขับไล่ความชั่วร้ายออกไปได้ สีแดงจึงนำความเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ อาตี๋น้อยและอาหมวยน้อยทั้งหลาย จึงมักจะได้เสื้อผ้าใหม่ไว้สวมใส่เวลาที่ออกไปเยี่ยมเยียนญาติๆ หรือพักผ่อนในวันปีใหม่ เพื่อส่งต่อความโชคดีและความสดใสที่เรามีให้กับทุกคน

8. มีกิจกรรมให้ทำต่อเนื่องยาว 15 วัน

chinese_8

ตั้งแต่วันตรุษจีนเป็นต้นไป ครอบครัวชาวจีนจะมีกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่การไหว้บรรพชนและเทวดาต่างๆ สวดมนต์ขอพรทั้งที่บ้านและตามวัดวาที่นับถือ ไปสวัสดีปีใหม่พบปะญาติผู้ใหญ่ กินอาหารมงคล จนถึงงานฉลองโคมไฟซึ่งจะมีขึ้นในคืนของวันที่สิบห้าแห่งการฉลองตรุษจีน (ตรงกับวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561) เด็กๆ จะได้เรียนรู้และซึมซับวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ของครอบครัว

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและการร่วมกิจกรรมต่างๆ นี้ จึงเป็นเวลาดีที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนเขาให้รู้ว่าเพราะอะไรจึงต้องทำ และเพื่อเตือนให้ลูกรู้ว่าเขาได้โตขึ้นอีกหนึ่งปีแล้ว ต้องมีภาระหน้าที่รับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น แต่ทุกคนในครอบครัวก็พร้อมอวยพรให้เป็นปีที่สดใส และจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ


สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST