READING

วิธีรับมือและพูดกับลูกน้อยที่กำลังงอแง...

วิธีรับมือและพูดกับลูกน้อยที่กำลังงอแง

การร้องงอแงโวยวายอาจเป็นหนทางเดียวที่เด็กๆ จะแสดงความรู้สึกของตัวเองได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าต้องมีสติเสมอ และคิดตามให้ทันว่าลูกต้องการอะไร มีเหตุผลอะไร และควรทำอย่างไรให้ลูกหยุดร้องอย่างนุ่มนวล ลองดูวิธีเหล่านี้แล้วนำไปปรับใช้กับลูกๆ กัน

1. เปลี่ยนความสนใจของลูก

babycry_1

วิธีนี้ได้ผลมากกับเด็กเล็ก เพราะมันจะดึงความสนใจเขาไปสู่สิ่งอื่นทันที โดยการลองถามคำถามอะไรสักอย่างกับเขา หรือแม้แต่เรียกให้เขากินน้ำ ลูกก็จะลืมเรื่องที่ตัวเองกำลังงอแงอยู่ได้แล้ว

2. แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หรือไม่เข้าใจ

babycry_2

เหตุผลหลักที่เด็กๆ งอแงหรือโวยวายก็เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจ เพราะฉะนั้นถ้าให้แก้ที่ต้นเหตุก็คือไม่ต้องสนใจเสียเลย ทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้ยิน หรือไม่สนใจพฤติกรรมนั้นเลย แต่วิธีนี้จะประสบความสำเร็จเมื่ออยู่ที่บ้าน เมื่อลูกรับรู้แล้วว่าการงอแงนี้ไม่ได้ผล ก็จะเลิกทำพฤติกรรมนั้นไปเอง

3. เว้นระยะห่างจากลูกเมื่อเขาดื้อ

babycry_3

ถ้าอยู่ที่บ้านแล้วเขางอแงขึ้นมา ก็ปล่อยลูกไว้ในห้องนั้น แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็เดินหนีออกมาได้เลย วิธีนี้เป็นการแสดงออกอย่างสงบและสุภาพมาก ว่าคุณไม่ยอมรับการงอแงโดยไม่มีเหตุผลของลูก

4. ตั้งกฎ ‘งอแงหนึ่งครั้งเท่ากับกี่บาท’

babycry_4

สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาอีกหน่อยและเริ่มได้เงินกินขนมบ้างแล้ว คุณอาจต้องตั้งกฎนี้ไว้ เพราะนอกจากเขาจะหยุดงอแงแล้ว ยังต้องหาวิธีไถ่โทษด้วยการช่วยงานบ้านเพื่อถอนเงินออกจากกระปุกเด็กขี้งอแงนี้ด้วย

5. กำหนดพื้นที่ time out ในบ้าน

babycry_5

โดยการนั่งในระดับเดียวกับลูก มองตา และอธิบายให้ลูกฟังด้วยภาษาที่เด็กเข้าใจได้ง่ายก่อน จากนั้นค่อยให้ลูกไปอยู่ในพื้นที่ time out เพื่อทบทวนว่าการงอแงไร้เหตุผลนั้นไม่ถูกต้อง และไม่ควรทำอีก

6. รักษาระดับความดังของเสียงพูดให้คงที่เสมอ

babycry_6

ให้รู้ว่าคุณเอาจริงและต้องไม่ตะคอกหรือใส่อารมณ์กับลูก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เทคนิคดีๆ ที่จะทำให้ลูกฟังเรา

หรือตั้งสติให้ดี แล้วลองพูดด้วยประโยคเหล่านี้ดู

1. “ลูกว่ายังไงนะคะ”

ตัวอย่าง:

ลูก: ผมอยากกินอันนี้ครับ

แม่: แต่เราเพิ่งกินอิ่มกันนะคะ

ลูก: แต่อันนี้น่ากิน

แม่: ลูกว่ายังไงนะคะ

ลูก: แม่ไม่เคยซื้ออะไรให้ผมเลย

แม่: ลูกว่ายังไงนะคะ

ถ้าลูกยังตอบกลับมาอีกด้วยเหตุผลต่างๆ นานา คุณจงกลายร่างเป็นหุ่นยนต์ซะ แล้วตอบเขาด้วยประโยคนี้ก็พอแล้ว

2. “คุณแม่บอกหนูว่ายังไงนะคะ”

ตัวอย่าง

ลูก: ขอให้น้องมานอนบ้านเราคืนนี้ได้ไหมคะ

แม่: ไม่ได้ค่ะ สัปดาห์ที่แล้วน้องก็เพิ่งมาค้างบ้านเราไปเองนะ

ลูก: นะคะ…

แม่: คุณแม่บอกหนูว่ายังไงนะคะ

ลูก: แต่…

 

และจากนั้นไม่ว่าลูกจะพูดอะไรก็ให้คุณนิ่ง มองเข้าไปในดวงตาของลูกและยิ้มเข้าไว้ ถ้าเขายังไม่ยอมก็เดินหนีไปเลย

3. “เราคุยเรื่องนี้กันจบแล้วนะคะ”

ตัวอย่าง

ลูก: ขอหนูออกไปปั่นจักรยานได้ไหมคะ

แม่: แต่ข้างนอกฝนตกอยู่นะจ๊ะ

ลูก: หนูจะใส่เสื้อกันฝนค่ะ ฝนตกแค่เบาๆ เองค่ะ

แม่: เราคุยเรื่องนี้กันจบแล้วนะคะ

ลูก: แป๊บเดียวก็ได้นะคะ… นะคะ

แม่: ลูกว่ายังไงนะคะ

 

แล้วคุณก็แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์อีกครั้งซะ

4. “เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะ”

ตัวอย่าง:

ลูก: หนูอยากได้รองเท้าคู่นั้นค่ะ

แม่: มันแพงเกินไปจ้ะลูก

ลูก: แต่หนูไม่ชอบคู่นี้นี่คะ

แม่: เราจะซื้อคู่นี้กัน และเราจะไม่คุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะ

ลูก: แต่หนูอยากได้คู่นั้นค่ะ

แม่: ลูกพูดถึงมันอีกแล้วนะ ถ้างั้นวันนี้เรางดขนมมื้อเย็นกันนะคะ

 

ลูกอาจจะยิ่งร้องไห้งอแงหนักมากขึ้น แต่จำไว้ว่าการสอนให้ลูกเข้าใจและสร้างพฤติกรรมดีๆ เป็นงานหนักและยาวนาน เพราะฉะนั้นเข้มแข็งเข้าไว้

5. “เราสรุปเรื่องนี้กันไปแล้ว ถ้าลูกยังงอแงอีก แม่จะทำโทษแล้วนะคะ”

ตัวอย่าง

ลูก: ขอเล่นไอแพดนิดนึงได้ไหมคะ

แม่: เราไม่ใช้เทคโนโลยีระหว่างกินข้าวนะคะ

ลูก: หนูไม่ทำมันเปื้อนหรอกค่ะ

แม่: เรากินข้าวก็ต้องคุยกันสิคะ ไม่ใช่เอาแต่เล่นไอแพด

ลูก: แต่หนูสัญญาว่าแป๊บเดียวค่ะ

แม่: เราสรุปเรื่องนี้กันไปแล้ว ถ้าลูกยังงอแงอีก วันนี้งดไอแพดทั้งวันนะคะ

 

และเมื่อลูกๆ รับรู้ว่าคุณเอาจริง เขาจะเรียนรู้ที่จะเป็นคนมีเหตุผล และเคารพการตัดสินใจของคุณเช่นกัน


สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST