READING

NEWS UPDATE: น้ำเปล่าคือวิธีล้างผักให้ปราศจาก E. c...

NEWS UPDATE: น้ำเปล่าคือวิธีล้างผักให้ปราศจาก E. coli ได้ดีที่สุด

จากการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรีย E. coli ในสหรัฐอเมริกา นักวิจัยยังยืนยันว่า การล้างผักด้วยน้ำคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

 

เมื่อไม่นานมานี้ ในสหรัฐอเมริกามีการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรีย E. coli ที่ปนเปื้อนในผักกาด ซึ่งหลายฝ่ายก็เริ่มกังวลว่า การล้างผักด้วยวิธีการปกติของเรา จะสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ได้หรือไม่…

 

และนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการก็พบว่า การล้างหรือแช่ผักในน้ำเปล่าไม่สามารถลดจำนวนแบคทีเรีย E. coli ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ขณะที่การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียพบว่า การล้างพืชผักด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษนั้น กลับมีประสิทธิภาพในการกำจัด E. coli ได้น้อยกว่าการล้างด้วยน้ำเปล่า (ซึ่งในความเป็นจริง องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ก็แนะนำไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์พิเศษเพื่อการล้างผักเช่นกัน)

 

ถึงแม้ข้อเท็จจริงจะยังคงไม่มีบทสรุป แต่ข่าวดีก็คือ คุณจะไม่ค่อยเจอแบคทีเรีย E. coli กับผักผลไม้สด “เราจะพบการระบาดของโรคเป็นครั้งคราว แต่ความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากการกินพวกมันเข้าไปยังน้อยถึงน้อยที่สุด” ลินดา แฮร์ริส—หัวหน้าภาควิชาและนักวิจัยด้านความปลอดภัยอาหารจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว

 

แต่แม้ว่าคุณจะไม่สามารถล้างแบคทีเรีย E. coli ออกได้หมด แต่ลินดาก็ยังบอกว่า เราควรล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน เพราะพืชผักเหล่านี้ถูกส่งขายไปทั่ว และมันผ่านกระบวนการอะไรมามากมาย จากดินถึงมือผู้ซื้อ มันจึงมีสิ่งสกปรกอยู่

 

ซึ่งวิธีล้างเชื้อโรคเหล่านั้นออกไปก็ใช้เพียงวิธีง่ายๆ คือปล่อยให้น้ำไหลผ่าน และใช้มือถูผักผลไม้ไปด้วย จากนั้นทำให้มันแห้ง จะเป็นวิธีการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

แต่ก็มีบางอย่างที่อาจต้องใช้วิธีล้างที่ต่างออกไป เช่น แอปเปิล ที่มีพื้นผิวเรียบเนียน คุณสามารถใช้ผ้าถูไปด้วยได้ ซึ่งมีงานวิจัยที่แสดงผลออกมาว่าการล้างด้วยวิธีนี้ แล้วใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง สามารถลดจำนวนจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนได้ แต่สำหรับผลไม้ผิวนุ่ม เช่น เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี ก็ให้ล้างด้วยน้ำและใช้มือถูเบาๆ ไม่ต้องใช้ผ้าถู

 

เพราะความสะอาดก่อนรับประทานอาหารนั้นสำคัญมาก คุณไม่ควรล้างผักผลไม้ทิ้งไว้ก่อนที่จะพร้อมกินหรือพร้อมปรุงอาหาร “ความชื้นสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้” มาริสา บันนิง—รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการของมนุษย์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดสเตต (Colorado State University) กล่าว

 

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบด้วยว่ามือของคุณ กระจาด ตะกร้าล้างผัก และอุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณใช้เพื่อล้างหรือเตรียมผักผลไม้เหล่านั้นสะอาด หากคุณไม่ระวัง มันอาจแพร่กระจายเชื้อโรคต่างๆ ไปยังผักผลไม้ที่ล้างเสร็จแล้วของคุณได้ด้วย

 

“นี่คือเหตุผลที่เราควรปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอาหารและยา ว่าไม่ควรล้างผักในหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์ของมัน” มาริสากล่าว เพราะคุณมีแนวโน้มที่จะคืนชีพให้เชื้อโรคเหล่านี้มากกว่าทำลายมัน

 

ขั้นตอนบางอย่างที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ก็คือ การขัดถูด้วยแปรง และแช่ค้างไว้ในน้ำ หรือใช้เบกกิงโซดาเพื่อทำความสะอาดสารกำจัดศัตรูพืช เพราะวิธีแรกมีแนวโน้มที่ยิ่งทำให้สารกำจัดศัตรูพืชปนเปื้อนผักผลไม้ของคุณมากกว่าฆ่าเชื้อ

 

และในขณะที่มีหลักฐานว่าการแช่ในเบกกิงโซดาสามารถกำจัดสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ได้ แต่ลินดาบอกว่า สารกำจัดศัตรูพืชในผลิตภัณฑ์ที่ซื้อในร้าน มีความเสี่ยงต่อสุขภาพน้อยมาก “มีข้อบังคับเกี่ยวกับระดับสารกำจัดศัตรูพืชในสหรัฐอเมริกาอยู่มาก ดังนั้น ระดับที่ก่อให้เกิดอันตรายจึงไม่มีเลย” เธอกล่าวเสริม

 

ซึ่งหากผู้บริโภคยังคงกังวลเกี่ยวกับสารเคมีตกค้าง อาจต้องเปลี่ยนไปบริโภคผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์แทน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องสารเคมีตกค้าง

 

เพราะฉะนั้น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากน้ำเปล่าล้างสิ่งที่มีข้อความว่า ‘ล้างแล้ว’ หรือ ‘พร้อมรับประทาน’ และล้างผักผลไม้ทั่วไปด้วยความระมัดระวัง และถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้นิ้วมือของเราเองช่วยขจัดสิ่งสกปรก และทำให้มันแห้งด้วยผ้าสะอาด แล้วคุณจะมั่นใจได้เลยว่า ผักและผลไม้ของคุณจะปลอดภัยจากแบคทีเรีย

 

อ้างอิง
Time

สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST