READING

ครูรุส—ฝาตีมะ รายา คุณครูที่ใส่ใจทุกรายละเอียดอาหา...

ครูรุส—ฝาตีมะ รายา คุณครูที่ใส่ใจทุกรายละเอียดอาหารของเด็ก

ภาพอาหารกลางวันเด็กหน้าตาชวนน่ารับประทาน จากศูนย์พัฒนาเด็กบ้านท่าแลหลา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ที่ถูกแชร์ในโซเซียลฯ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้เราเกิดความสงสัยว่าใครกันหนอที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการเนรมิตอาหารจานหลุมที่เคยเป็นไม้เบื่อไม่เมากับเด็กๆ ค่อนประเทศ ให้กลายเป็นอาหารที่หน้าตาน่ารักน่ารับประทาน ถูกสุขลักษณะ และถูกใจเด็กๆ เป็นที่สุด

และก็ได้รับคำตอบว่าผู้นำแนวคิดจัดแต่งจานอาหารของเด็กๆ ให้น่ารับประทานนั้นมาจาก ครูรุส—ฝาตีมะ รายา หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กบ้านท่าแลหลา เราจึงถือโอกาสชวนครูรุสพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นในการลงมือพลิกโฉมวงการอาหารกลางวันในจานหลุมของเด็กๆ ครั้งนี้ด้วยกัน

ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักกับ ‘ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลา’

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลาอยู่ภายใต้สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ อบต.กำแพง อยู่ในความดูแลของท่านนายก อบต. เป็นศูนย์เล็กๆ มีเด็กประมาณ 65-75 คน รับเด็กอายุตั้งแต่สองขวบครึ่งถึงห้าขวบ ห้องเรียนจะแบ่งเป็นสองห้อง คือ ห้องเด็กเล็ก 1 และห้องเด็กเล็ก 2 ส่วนชั้นอนุบาลจะอยู่ในโรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้กัน ปกติเด็กเล็กจะต้องผ่านศูนย์ฯ ก่อน แล้วเข้าไปเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนประถม

ความแตกต่างระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกับโรงเรียน

ศูนย์ฯ ไม่ได้มีการเรียนอย่างจริงจัง เราเรียนผ่านเล่น เราฝึกทักษะเด็กให้เด็กอยู่ร่วมกับสังคมได้ อยู่ร่วมกับคุณครู อยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ และมีการฝึกทักษะการพูด การฟัง การอ่าน ไม่ได้เน้นการเขียนเหมือนโรงเรียนประถม

ปกติเด็กจะมารับประทานอาหารที่ศูนย์ฯ กี่มื้อต่อวัน

อาหารหลักหนึ่งมื้อ คือ อาหารเที่ยง และมีอาหารเบรกเป็นนมและขนมตอนช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนกลับบ้าน

อะไรคือจุดเริ่มต้นทำให้คุณครูลุกขึ้นมาแปลงโฉมอาหารจานหลุมของเด็กๆ

ปัญหาคือเด็กไม่กินข้าว และเด็กที่จบไปจากศูนย์ฯ ตอนปี พ.ศ. 2559 มีภาวะทุพโภชนาการ เด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ และพ่อแม่ผู้ปกครองก็มาปรึกษาครูว่าลูกไม่ค่อยกินข้าวเลย ทำอย่างไรดี ครูมองว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ครูเลยลองหันมาตกแต่งอาหารเพื่อให้เด็กอยากรับประทาน เพราะเด็กก็เหมือนลูกของครูที่บ้าน พอทำอาหารหน้าตาน่ารับประทาน เด็กก็อยากรับประทาน

แนวคิดในการทำอาหารให้สำหรับเด็ก

ครูมองว่าอาหารเป็นสิ่งสำคัญมากกับเด็กในช่วงวัยนี้ อาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตและเรียนรู้ของเด็ก ถ้าเราให้เด็กรับประทานอาหารครบทั้งห้าหมู่และตกแต่งจานอาหารให้สวยงาม ก็ส่งผลให้เด็กเกิดความอยากรับประทานอาหารมากขึ้น และก็อยากทำให้เด็กมาโรงเรียนด้วย

นอกจากเรื่องหน้าตาน่ากิน คุณครูเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษอีกบ้าง

ครูจะเน้นให้แม่ครัวทำอาหารสดใหม่ทุกวัน อาหารที่จะให้เด็กกิน ต้องทำใหม่ทุกเช้า

ปกติที่ศูนย์ฯ เน้นอาหารประเภทไหนให้เด็กๆ

ส่วนใหญ่เน้นเป็นข้าวและกับข้าวสองอย่าง แต่วันไหนถ้าเด็กๆ บ่นว่าอยากรับประทานอาหารเส้นบ้าง คุณครูก็จะจัดพวกก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ผัดซีอิ๊ว รวมไปถึงส้มตำก็มี แต่คุณครูก็พยายามสลับสับเปลี่ยน ในหนึ่งสัปดาห์ต้องมีอาหารประเภทเส้นสักมื้อนึง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นข้าว

กับข้าวที่เด็กๆ ชอบ

มีเยอะมากเลยค่ะ อย่างเช่น ต้มกะทิกุ้งฟักเขียว ไข่ผัดวุ้นเส้น แตงกวาผัดไข่ ปลาทูต้มส้มใบกระเจี๊ยบ ปลาหมึกผัดบล็อกโคลี่ ข้าวมันไก่กรอบ อะจาดแตงกวา ข้าวต้มยำ ยำไข่ดาว ปลาหมึกยัดไส้

อาหารอย่างนี้ อยู่ภายใต้การจัดสรรงบประมาณอย่างไร

งบอาหารกลางวันเราได้รับเงินสนับสนุนมาจาก อบต. กำแพง เดือนละประมาณ 27,300 – 32,500 บาท เป็นงบประมาณที่สามารถนำมาจัดสรรเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กได้เฉลี่ยคนละ 20 บาทต่อวัน และครูก็จะมอบเงินให้แม่ครัวไปจัดการบริหารเองอีกที

คนละ 20 บาท ต่อมื้อ ในยุคที่ค่าครองชีพสูงอย่างนี้ถือว่ายากเกินไปไหม

เพราะเราอยู่ใกล้ทะเล ทำให้ค่าเนื้อสัตว์ประเภทอาหารทะเลไม่แพงมาก ตลาดที่หมู่บ้านครูก็ขายกุ้ง ขายหมึก ขายปลาเยอะมาก และขายราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป เช่น ในท้องตลาดขายกุ้งกิโลกรัมละ 250 บาท แต่ครูได้มาในราคา 150 บาท ส่วนผัก ก็มีผู้ปกครองปลูกเองและนำมาให้กับทางศูนย์ฯ ก็มี

ในแต่ละวันครูและแม่ครัว มีการวางแผนและจัดอาหารของเด็กๆ อย่างไรอย่างไรบ้าง

ปกติทางศูนย์ฯ จะคิดเมนูเตรียมไว้ทุกสัปดาห์ แล้วเขียนไว้ในบอร์ดหน้าห้องประกอบอาหาร แต่บางครั้งเมนูก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เขียนไว้ สมมติพรุ่งนี้ต้องมีเมนูที่มีปลาหมึกเป็นส่วนประกอบ แต่แม่ครัวไปจ่ายตลาดแล้วไม่มีปลาหมึกขาย แม่ครัวจะโทร. มาบอกครู เราก็จะเปลี่ยนเมนู เราต้องรู้จักปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้เข้ากับสถานการณ์

ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลามีนักโภชนาการประจำโรงเรียนไหม

ไม่มีค่ะ แต่มีนักโภชนาการของโรงพยาบาลละงู มาให้ความรู้แม่ครัว ผู้ปกครอง ครู เทอมละครั้ง ส่วนใหญ่เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหาร วิธีการปรุงอาหาร ปริมาณอาหารที่เด็กควรได้รับแต่ละวันควรมีอะไรบ้างและนักโภชนาการจะเข้ามาตรวจว่าโรงครัวได้มาตรฐานหรือไม่ เขาจะตรวจหมดทุกอย่าง ตรวจจานชาม ตรวจช้อน ตรวจแก้วน้ำ ตรวจน้ำดื่ม เขาจะนำของเหล่านี้ไปตรวจกับอุปกรณ์ของเขาว่ามีสารเคมีปนเปื้อนไหม และแม่ครัวก็ต้องตรวจสุขภาพประจำปี แม่ครัวที่จะมาปรุงอาหารให้เด็กได้ ต้องสุขภาพดี ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อร้ายแรง

มีการถ่ายรูปเมนูอาหารกลางวันเด็กๆ แจ้งให้ผู้ปกครองทราบทางไลน์ทุกวัน

ทางศูนย์ฯ ต้องให้ผู้ปกครองไว้วางใจ ว่าวันนึงเราทำอะไรบ้าง เราจะรายงานให้ผู้ปกครองเด็กทราบ มีการส่งรูปถ่ายกิจกรรมที่เด็กทำในแต่ละวัน ถ่ายรูปอาหารกลางวันส่งให้ผู้ปกครองดู ผู้ปกครองได้เห็นลูกว่ากินอาหารดีๆ ก็จะสบายใจ

เพราะสำหรับเด็กเล็กแค่นี้ ผู้ปกครองไม่ได้วาดหวังว่าลูกต้องอ่านออกเขียนได้ เขาแค่รู้ว่าลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์ เข้ากับเพื่อนได้ เข้ากับคุณครูได้ ผู้ปกครองก็พอใจแล้ว

พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กมีการตอบรับอย่างไร

ผู้ปกครองพอใจที่ได้เห็นว่าลูกเขากินดีอยู่ดี และก็มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

พฤติกรรมการรับประทานอาหารของเด็กเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ จากที่เด็กไม่ชอบรับประทานผัก ผลไม้ ทำให้เด็กรับประทานได้มากขึ้น ยอมรับประทานอาหารได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

คุณครูคิดว่าทุกศูนย์พัฒนาเด็กฯ หรือแม้แต่ทุกโรงเรียนในประเทศสามารถพัฒนาอาหารเด็กให้มีคุณภาพเหมือนศูนย์พัฒนาเด็กท่าแลหลาได้หรือไม่

ครูมองว่าทำได้นะคะ ถ้าทุกคนมีความเสียสละ ใส่ใจเพิ่มขึ้นมาสักนิดหนึ่ง มองเห็นว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยทำให้เด็กรับประทานอาหารได้มากขึ้น

อะไรเป็นกำลังใจให้คุณครูอยากทำอาหารดีๆ ให้เด็กรับประทานต่อไป

เด็กๆ เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้เราอยากทำแบบนี้ต่อไป  พอเรามองสายตาที่มีความสุขของเด็กๆ เวลารับประทานอาหาร มันทำให้ครูมีแรงฮึดสู้ที่จะทำ ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น มีอุปสรรค แต่ก็เพราะเราต้องการทำเพื่อนเด็กๆ จึงทำให้เราอดทนสู้ทำมาจนถึงทุกวันนี้

เป้าหมายในอนาคตของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลา

เมื่อเราได้รับเกียรติให้เป็นศูนย์ฯ ต้นแบบแล้ว เราก็จะรักษามาตรฐานนี้ไว้ ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา ตอนนี้ครูก็หาข้อมูล ดูการตกแต่งอาหารของประเทศอื่นๆ จากอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาประยุกต์และปรับใช้กับศูนย์ของเรา

สัมภาษณ์วันที่ 7 มกราคม 2562

Pitchaya T.

ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ที่ช่วยยืนยันว่ามนุษย์คนนี้คือเด็ก :)

COMMENTS ARE OFF THIS POST