หนังสือภาพอาจดูเหมือนเป็นเพียงหนังสือเล่มบางๆ ที่มีแต่ภาพอาจจะมีข้อความสั้นๆ หรือไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่เบื้องหลังของหนังสือภาพนั้นคือการร่วมแรงอย่างประณีตของผู้เกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่แรงบันดาลใจของนักเขียน ลายเส้นของนักวาดภาพประกอบ บรรณาธิการที่ขัดเกลาเรื่องราวให้ลงตัว ผู้แปลที่เลือกใช้ถ้อยคำให้เข้าถึงใจผู้อ่าน ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทุกทีมงานร่วมกันวางไว้ด้วยความใส่ใจ ทุกหน้ากระดาษคือการทำงานร่วมกันอย่างงดงามของคนที่เชื่อในพลังของการเล่าเรื่องสำหรับเด็กอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ Children’s Picture Book Festival เทศกาลหนังสือภาพสำหรับเด็ก 2025 จึงอบอวลไปด้วยความรู้สึกพิเศษ เพราะปีนี้มาในธีม ‘มหัศจรรย์พลังแห่งนิทาน Power that Grows with Every Page’ จัดโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ร่วมกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) พร้อมภาคีเพื่อนสำนักพิมพ์ที่ร่วมพาทุกคนไปสำรวจว่าพลังที่ซ่อนอยู่ในหนังสือภาพแต่ละเล่มนั้น ส่งต่อจากผู้สร้างสรรค์ไปสู่มือผู้อ่านอย่างไร และกลายเป็นพลังเล็กๆ ที่ค่อยๆ เติบโตหล่อเลี้ยงชีวิต ความคิด และจิตใจของเราทุกคนได้อย่างไร
เพราะท่ามกลางเรื่องราวที่เข้มข้นและขมขื่นในโลกแห่งความจริง เราอาจลืมไปว่าเรื่องเล่าที่มุมเล็กๆ ภายในบ้าน หนังสือภาพเล่มเล็กๆ คุณพ่อคุณแม่หยิบมาเปิดอ่านกับลูกก่อนเข้านอน คำถามและคำตอบที่เกิดขึ้นระหว่างที่ใช้เวลาอยู่กับหนังสือภาพดีๆ สักเล่ม สิ่งเหล่านี้ย่อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางความคิดและจิตใจของเด็กคนหนึ่งในที่สุด


ภายในงาน Children’s Picture Book Festival ไม่ใช่แค่งานจัดแสดงหนังสือภาพสำหรับเด็กๆ แต่ยังมีทั้งโซนอ่านหนังสือที่จัดไว้อย่างอบอุ่นจนรู้สึกเหมือนนั่งอ่านอยู่ในมุมโปรดในบ้าน กิจกรรมเล่านิทาน และมุมเวิร์กชอปที่ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ลองสร้างสรรค์เรื่องราวด้วยตัวเอง

และหนึ่งในกิจกรรมที่ M.O.M ลงทะเบียนเข้าร่วมไปอย่างรวดเร็ว ก็คือกิจกรรมเสวนา หัวข้อ ‘รักที่จะอ่านก่อนอ่านได้’ โดย หมอแพม–แพทย์หญิงปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี ผู้ก่อตั้งเพจ หมอแพมชวนอ่าน คุณแม่และคุณหมอที่มักจะเล่าเรื่องพัฒนาการเด็กและการอ่านในมุมที่อ่อนโยนและจับต้องได้

เสวนาวันนี้ชวนให้เรากลับมามองการอ่านของเด็กเล็กในภาพใหญ่กว่าที่เราคุ้นเคย หลายครั้งผู้ใหญ่เผลอผูกคำว่า ‘อ่านหนังสือ’ เข้ากับความสามารถในการสะกดคำหรืออ่านออกเสียงอย่างถูกต้อง แต่หมอแพมชวนให้มองไปไกลกว่านั้น ชวนเราเห็นว่าการอ่านสำหรับเด็กเล็กคือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่เขาจะอ่านเองได้เสียอีก เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการฟังผ่านเสียงเล่าเรื่องที่อ่อนโยน ผ่านการมองภาพที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ผ่านการชี้ถามสิ่งที่เขาสนใจ และผ่านการพูดคุยสั้นๆ ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กในทุกหน้าที่เปิดอ่านร่วมกัน

“การอ่านเติบโตได้เพราะ ‘ความสุข’ ก่อน ‘ทักษะ’ เสมอ ความสุขนำไปสู่ความคุ้นเคย ความคุ้นเคยนั่นเองที่ค่อยๆ สร้างรากฐานของการอ่านออกเขียนได้ (Literacy) และเมื่อรากฐานนั้นแข็งแรง ทักษะอย่างการสะกดคำ การอ่านออกเสียง หรือการเข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้นก็จะทยอยตามมาด้วยจังหวะธรรมชาติของเด็ก”

หมอแพมอธิบายภาพรวมของการอ่านของเด็กให้เข้าใจง่ายมากขึ้นว่า การอ่านเติบโตได้เพราะ ‘ความสุข’ ก่อน ‘ทักษะ’ เสมอ ความสุขนำไปสู่ความคุ้นเคย ความคุ้นเคยนั่นเองที่ค่อยๆ สร้างรากฐานของการอ่านออกเขียนได้ (Literacy) และเมื่อรากฐานนั้นแข็งแรง ทักษะอย่างการสะกดคำ การอ่านออกเสียง หรือการเข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้นก็จะทยอยตามมาด้วยจังหวะธรรมชาติของเด็ก แต่ทั้งหมดเริ่มต้นจากประสบการณ์เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายระหว่างเด็กกับหนังสือภาพที่ผู้ใหญ่เปิดให้ดูตั้งแต่ยังอ่านเองไม่ได้

ทำให้เรามองเห็นชัดขึ้นว่าหนังสือภาพไม่ใช่เพียงเครื่องมือพัฒนาทักษะ แต่คือประตูเล็กๆ ที่พาเด็กและผู้ใหญ่เดินเข้าไปสู่โลกของภาษาและความคิดด้วยกัน เด็กเล็กอาจยังอ่านไม่ได้ แต่เขาอ่านโลกจากสิ่งที่ได้ยิน เห็น และสัมผัสผ่านหนังสือทุกครั้งที่มีคนสำคัญนั่งข้างๆ แค่ผู้ใหญ่ให้เวลา นั่งฟังเสียงหัวเราะของลูกตอนเจอภาพที่ชอบ หรือยอมใช้จังหวะช้าๆ เพื่อสนทนากับคำถามสั้นๆ ของลูก นั่นคือการอ่านในความหมายที่กว้างที่สุดแล้ว

หลังจากจบกิจกรรมเรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เหมือนได้ย้ำอีกครั้งว่าการปลูกฝังการรักการอ่าน ไม่จำเป็นต้องเกิดบนโต๊ะเรียนหรือแบบฝึกหัดมากมาย แต่อาจเริ่มขึ้นตอนเรานั่งใกล้ๆ ลูก แล้วเปิดหนังสือภาพเล่มเดิมที่เขาขอให้อ่านซ้ำเป็นรอบที่สิบ ทุกอย่างที่เราทำในเวลานั้น น้ำเสียงที่อ่าน ความตั้งใจที่ฟัง ความสนใจที่เรามีให้ลูก ล้วนเป็นเมล็ดเล็กๆ ที่ค่อยๆ เติบโตเป็นทักษะการอ่านในวันหนึ่ง โดยไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องกดดัน และไม่ต้องกำหนดว่าลูกควรอ่านหนังสือออกเมื่อไหร่
และนอกจากกิจกรรมนี้ M.O.M ยังแอบลงทะเบียนกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในงานไว้อีก แล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ



แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากพาเด็กๆ ไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ด้วยตัวเอง งานนี้มีให้เพลิดเพลินตลอดสามสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าร่วมตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

COMMENTS ARE OFF THIS POST