คุณพ่อคุณแม่ย่อมเคยรู้สึกอยากแก้ไขหรือเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของลูก แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี บางครั้งมันคือเรื่องเล็ก ๆ เช่น การเก็บของเล่น การตอบคำถาม หรือการควบคุมอารมณ์ แต่วิธีการและพยายามที่ทำไปกลับดูไม่เป็นผล และไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันกว่านิสัยของลูกจะเปลี่ยนแปลงได้
ในมุมจิตวิทยาเด็ก สิ่งที่เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กได้อย่างลึกซึ่งที่สุด ก็คือ ‘ความสัมพันธ์’ และ ‘ความรู้สึกปลอดภัย’ ที่ลูกได้รับจากคุณพ่อคุณแม่ และนี่เองคือที่มาของแนวคิดที่เรียกว่า ทฤษฎี 10 นาทีเปลี่ยนนิสัยลูก แนวคิดนี้เชื่อว่า การสละเวลาเพียงวันละ 10 นาที แต่เป็น 10 นาทีที่ตั้งใจอยู่กับลูกจริงๆ สามารถช่วยลดพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน หรือเรียกร้องความสนใจได้ดีกว่าการสั่งสอนเป็นชั่วโมง เพราะบางครั้ง เด็กไม่ได้ต้องการคำสอน แต่เขาต้องการเพียงแค่ 10 นาทีที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ตรงนั้นกับเขาจริงๆ เท่านั้นเอง
Dr. Jane Nelsen นักจิตวิทยาการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวระดับโลก และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Positive Discipline Association (PDA) และเป็นผู้เขียนหนังสือ Positive Discipline ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นคัมภีร์การเลี้ยงลูกเชิงบวกที่แปลไปมากกว่า 50 ภาษาทั่วโลก ได้ชี้ให้เห็นว่า การให้เวลาคุณภาพที่สม่ำเสมอแม้วันละ 10-15 นาที สามารถช่วยลดพฤติกรรมดื้อรั้นได้ เพราะเด็กที่รู้สึกว่าตัวเองสำคัญและมีคนรัก จะไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวแย่ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจอีกต่อไป
สิ่งที่น่าทึ่งคือ เมื่อทำต่อเนื่องเพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์ หลายครอบครัวอาจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ลูกอารมณ์ระเบิดน้อยลง ต่อต้านน้อยลง และให้ความร่วมมือมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องบังคับ และบรรยากาศในบ้านก็ค่อยๆ สงบขึ้น เพราะความตึงเครียดของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของทฤษฎี 10 นาทีเปลี่ยนนิสัยลูก ที่พิสูจน์แล้วว่า เวลาเพียงน้อยนิดแต่มีคุณภาพ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับหัวใจของลูก
1. กฎการเล่นบนพื้น (The Floor Power)

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนนิสัยลูกในทฤษฎีนี้ ไม่ได้เริ่มจากคำพูดหรือการสอน แต่เริ่มจากท่าทีที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อลูก เพราะในสายตาของเด็ก การที่ผู้ใหญ่ตัวใหญ่และอยู่สูงกว่า มักถูกตีความโดยอัตโนมัติว่า ผู้ใหญ่คือคนควบคุมและกำหนดทุกอย่าง
แต่ทฤษฎี 10 นาทีเปลี่ยนนิสัยลูกกลับชวนให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการลงไปนั่งบนพื้นทันทีที่เริ่มช่วงเวลา 10 นาทีนี้ เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าตอนนี้เราไม่ได้มาควบคุม ไม่ได้มาสั่ง ไม่ได้มาจับผิด แต่เรากำลังเข้ามาอยู่ในโลกของลูกจริงๆ
นอกจากนี้ การนั่งใกล้กันในช่วง 10 นาทีนี้ หรือมีการสัมผัสเบาๆ เช่น นั่งชิดกัน แตะมือ แตะไหล่ ยังช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอ็อกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ส่งผลให้เด็กสงบลง ลดความก้าวร้าว และรู้สึกว่าเขาได้รับความรักโดยไม่ต้องเรียกร้องด้วยการงอแงหรือส่งเสียงดังอีกด้วย
2. กฎการตามใจ 100 เปอร์เซ็นต์ (Child Led Play)

เด็กจำนวนมากที่มีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน หรือไม่ให้ความร่วมมือ เป็นเพราะว่าลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการปลุกให้ตื่น ถูกบอกให้กินข้าว ถูกเร่งให้รีบ ถูกกำหนดว่าต้องทำอะไรตอนไหน เขาจึงพยายามแย่งอำนาจกลับมาด้วยวิธีเดียวที่ทำได้นั่นก็คือการต่อต้าน
ดังนั้น เมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้เวลาเล็กๆ น้อยๆ แค่ 10 นาที ที่ลูกได้เป็นผู้นำอย่างเต็มที่ เขาก็จะรู้สึกว่าได้รับการเติมเต็มในส่วนที่ขาดไป และเมื่อความรู้สึกนี้ถูกเติม ความอยากต่อต้านก็จะค่อยๆ ลดลง เพราะเขาไม่จำเป็นต้องใช้การดื้อเป็นเครื่องมือเพื่อยืนยันตัวตนอีกต่อไป
3. กฎ 10 10 10 สำหรับคุณพ่อคุณแม่ (The Self Care Bridge)

หลายคนโฟกัสแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูก จนลืมไปว่าอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่ก็สำคัญ เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ลูกอยู่ด้วยตลอดเวลา
ดังนั้น ลองใช้ 10 นาทีแรกคือช่วงเชื่อมต่อกับลูกแบบเวลาพิเศษ (Special Time) 10 นาทีต่อมาคือช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ไปจัดการสิ่งที่ค้างอยู่ เช่น งานบ้าน งานเอกสาร หรือสิ่งที่ต้องทำจริงๆ และ 10 นาทีสุดท้ายคือช่วงที่สำคัญมาก คือการอยู่เฉยๆ เพื่อรีเซ็ตอารมณ์ เช่น นั่งนิ่งๆ จิบชา หายใจลึกๆ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องจับมือถือ ช่วงเวลาเล็กๆ นี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาอยู่ในโหมดการอยู่แบบสงบ (Calm Presence) ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่เด็กต้องการมากที่สุด เมื่อผู้ใหญ่สงบ เด็กจะสงบตามอย่างเป็นธรรมชาติ
4. กฎตัวต่อตัว (The One on One Experiment)

บ้านที่มีลูกหลายคนมักเจอปัญหาที่เหมือนกันคือ ลูกชอบทะเลาะกัน แย่งกันพูด แย่งกันร้อง แย่งกันให้คุณพ่อคุณแม่สนใจ ความจริงแล้วเป็นเพราะว่าเด็กทุกคนต้องการความรัก แต่ยังไม่เข้าใจว่าความรักสามารถแบ่งปันได้
ดังนั้น ทฤษฎีนี้จึงแนะนำครอบครัวที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคนว่า ให้แบ่งเวลา 10 นาทีแบบตัวต่อตัวกับลูกแต่ละคนอย่างชัดเจน โดยช่วงเวลานั้นต้องไม่มีพี่น้องคนอื่นเข้ามาแทรก เพื่อให้เด็กได้รู้สึกว่าเขาไม่ต้องแย่ง เขาไม่ต้องแข่ง และเขาไม่ต้องทำตัวดังหรือก้าวร้าวเพื่อให้ถูกมองเห็น การตั้งนาฬิกาจับเวลาช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องขอบเขตและความยุติธรรม เด็กจะเริ่มมั่นใจว่า เดี๋ยวถึงตาฉันแน่นอน เมื่อความมั่นใจนี้เกิดขึ้น พฤติกรรมขี้อิจฉาและการแย่งความสนใจจะค่อยๆ ลดลงนั่นเอง

COMMENTS ARE OFF THIS POST