READING

Baby Hatch ทางเลือกสำหรับคนท้องไม่พร้อม...

Baby Hatch ทางเลือกสำหรับคนท้องไม่พร้อม

Baby Hatch

ปัญหาครอบครัวและสังคมเกี่ยวกับท้องไม่พร้อมยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่หลายประเทศต้องเผชิญ บางคนอาจพบว่าตนเองไม่สามารถเลี้ยงดูลูกด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ความไม่พร้อมทางการเงิน สถานะส่วนตัว ปัญหาครอบครัวหรือสังคมรอบข้างไม่สนับสนุน

ความไม่พร้อมในขณะตั้งท้อง นำไปสู่การทอดทิ้งทารกหรือการตัดสินใจที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเด็กได้ หลายประเทศจึงมีการอนุญาตให้ตั้ง Baby Hatch หรือตู้รับเด็กทารกแรกเกิดที่พ่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ให้สามารถทิ้งลูกได้อย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymously) เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของเด็กจากการถูกทิ้งตามที่สาธารณะ ไว้ตามโรงพยาบาลหรือโบสถ์ มีระบบอุ่นทำความร้อนและส่งสัญญาณเตือนเจ้าหน้าที่เมื่อมีเด็กถูกนำมาวางในตู้ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งให้ผู้ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้มีทางออกที่ปลอดภัย

แต่ในขณะเดียวกัน Baby Hatch ยังคงเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความท้าทาย ทั้งในแง่สิทธิ ความรับผิดชอบ และความปลอดภัยของเด็ก ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า แนวทางนี้จะช่วยเหลือเด็กได้จริงหรือไม่ และสังคมพร้อมรับมือกับผลกระทบเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

ตู้รับเด็กทารก (Baby hatch) ปลอดภัยจริงเหรอ?!

BabyHatch_1

ลักษณะการทำงานของตู้ชนิดนี้ถูกออกแบบอย่างรอบคอบ ภายในตู้จะมีอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ประมาณ 36 องศา เพื่อให้เหมาะสมต่อการดูแลทารกแรกเกิด เมื่อมีการนำทารกมาวางไว้ ตู้จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังแผนกทารกแรกเกิดทันที ขณะเดียวกันพยาบาลสามารถมองเห็นทารกผ่านกล้องวงจรปิด แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ที่นำเด็กมาวางได้

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะดูแลทารกไว้ชั่วคราว โดยเปิดโอกาสให้คุณแม่ที่อาจเปลี่ยนใจมีสิทธิ์กลับมารับลูกคืนได้ แต่หากพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดแล้ว ทารกจะถูกส่งต่อไปยังบ้านพักเด็กอ่อนหรือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อได้รับการดูแลต่อไปอย่างเหมาะสม

ตู้รับเด็กทารกมีมานานแล้ว

BabyHatch_2

แนวคิดเรื่องตู้รับเด็กทารกไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหากย้อนกลับไปในยุคกลางของยุโรป ประเทศอิตาลีเป็นหนึ่งในที่แรกๆ ที่มีแนวคิดนี้ เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 3 ให้สร้าง ‘Foundling Wheel’ ซี่งมีลักษณะเหมือนวงล้อ โดยติดตั้งตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จุดประสงค์สำคัญคือเพื่อช่วยลดการฆ่าทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเวลานั้น

ลักษณะของวงล้อรับทารกคือเป็นถังหมุนติดอยู่กับผนังอาคาร ด้านนอกผู้ปกครองสามารถวางทารกลงในถัง จากนั้นหมุนเข้าด้านใน เจ้าหน้าที่ของสถานเลี้ยงเด็กก็สามารถรับทารกไปดูแลได้โดยไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำมาวาง ถือเป็นระบบที่ปกป้องทั้งชีวิตของทารกและความลับของผู้ปกครองไปพร้อมกัน

ต่อมาแนวคิดนี้แพร่หลายไปหลายประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส โปรตุเกส หรือเยอรมนี แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปจนถึงศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ระบบนี้ก็ค่อยๆ ลดความนิยมลง เพราะสังคมเริ่มมีกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เข้มงวดขึ้น และทัศนคติของผู้คนก็เปลี่ยนไปในทางที่เห็นคุณค่าของสิทธิเด็กมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ใน ค.ศ. 1952 แนวคิดเรื่องตู้รับเด็กทารกก็กลับมาอีกครั้ง โดยเริ่มที่เยอรมนี และแพร่หลายไปยังหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะในช่วงสองทศวรรษหลังปี 2000 ที่ตู้เหล่านี้ถูกพูดถึงและถูกใช้งานมากขึ้น เหมือนเป็นการฟื้นคืนระบบโบราณในรูปแบบที่ปรับเข้ากับยุคสมัยใหม่ แต่ยังคงเป้าหมายเดิม คือการปกป้องชีวิตเล็กๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลก

ตู้รับเด็กทารก ช่วยแก้ปัญหาได้จริงไหม

BabyHatch_3

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้แนวคิดนี้ยังคงมีอยู่ในหลายประเทศ ก็คือการสร้างทางเลือกให้กับคุณแม่ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ด้วยตนเอง การมีตู้รับเด็กทารกช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะถูกนำไปทอดทิ้งในที่อันตราย และในบางประเทศ เช่น อินเดียหรือปากีสถาน ยังถูกมองว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการฆ่าทารกเพศหญิงซึ่งเคยเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมอีกด้วย ผู้สนับสนุนหลายกลุ่มยังเชื่อว่าตู้เหล่านี้ได้ช่วยชีวิตทารกมานับร้อย และถือเป็นการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของเด็ก นั่นคือสิทธิในการมีชีวิตอยู่

แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิของเด็กที่ควรได้รู้จักพ่อแม่และมีโอกาสรักษาความสัมพันธ์ แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันหรืออยู่ภายใต้การดูแลของรัฐก็ตาม การนำเด็กมาทิ้งในตู้โดยไม่เปิดเผยตัวตน อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและสังคมที่ซับซ้อนในอนาคต อีกทั้งไม่ใช่ทุกประเทศที่จะมีกฎหมายที่คุ้มครองการกระทำลักษณะนี้ ทำให้สถานะทางกฎหมายของเด็กทารกยังคลุมเครือได้

นอกจากนี้ นักวิชาการและองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ต่างย้ำว่า ตู้รับเด็กทารกไม่ควรถูกมองว่าเป็นคำตอบเดียวในการแก้ปัญหา แต่ควรมีระบบสนับสนุนทางสังคมควบคู่กันไปด้วย เช่น การให้คำปรึกษา การสนับสนุนด้านสวัสดิการ และบริการวางแผนครอบครัว เพื่อให้คุณแม่ที่อยู่ในภาวะลำบากมีทางเลือกที่มากขี้น

ทำไมแนวคิดนี้ถึงนิยมในหลายประเทศ

BabyHatch_4

เรื่องราวของตู้รับเด็กทารกไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในยุโรป แต่ขยายไปยังหลายประเทศในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ มีศาสนจักรเล็กๆ ในกรุงโซล สร้างตู้รับทารกขึ้น หลังพบว่ามีแม่วัยรุ่นและครอบครัวที่ไม่พร้อมเลี้ยงลูกทิ้งทารกไว้ตามถนนหรือหน้าบ้านคนอื่น ตู้นี้ทำงานแบบเรียบง่าย เมื่อวางทารกลงไป จะมีสัญญาณแจ้งเจ้าหน้าที่ของโบสถ์ให้รีบออกมารับและดูแลต่อ กรณีเกาหลีใต้นี้ถูกสื่อให้ความสนใจมาก และสะท้อนปัญหาสังคมที่แม่บางคนต้องเผชิญ ทั้งแรงกดดันจากครอบครัวและการขาดระบบสนับสนุนที่เพียงพอ

เช่นเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่นในบางเมือง เช่น เมืองคุมาโมโตะ มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งติดตั้ง Baby Post Box ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันกับตู้รับทารก ทำให้เกิดความสนใจและถกเถียงกันในสังคม หลายฝ่ายมองว่าเป็นแนวคิดที่อาจทำให้พ่อแม่ละทิ้งความรับผิดชอบได้ง่ายขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีกรณีทารกที่ได้รับความปลอดภัยจริงจากการใช้ตู้ จนผู้คนเริ่มยอมรับว่า แม้จะขัดแย้งกับหลักศีลธรรมบางประการ แต่ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยชีวิตทารกได้

นอกจากนี้ยังมีประเทศอื่นๆ ที่เคยใช้รูปแบบนี้ เช่น รัสเซียและโปแลนด์ในยุโรปตะวันออก รวมถึงปากีสถานและอินเดียที่นำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม แม้รูปแบบและชื่อเรียกอาจแตกต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อปกป้องชีวิตทารกที่อาจถูกทอดทิ้ง

 

อ่านบทความ: คนท้องนวดได้ไหม อันตรายหรือเปล่า มีข้อควรอะไรที่ต้องระวังบ้าง!?
อ้างอิง
en.wikipedia.org
Theguardian
sanook

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST