READING

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 : ส่องนโยบายเพื่อคุณภาพชี...

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 : ส่องนโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตและครอบครัวที่น่าสนใจ เรื่องไหนโดนใจคุณพ่อคุณแม่กันบ้าง

เลือกตั้งผู้ว่าฯ

การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ สำหรับหลายครอบครัวทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้น เวลาพูดถึงการเลือกผู้ว่าฯ สิ่งที่หลายคนอยากเห็นอาจไม่ใช่แค่โครงการใหญ่หรือภาพฝันของเมืองในอนาคต แต่เป็นนโยบายที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และแบ่งเบาภาระของคนในครอบครัวได้จริง

การ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 จึงเป็นอีกสนามที่น่าจับตา เพราะผู้สมัครแต่ละคนต่างหยิบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงออกมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ระบบสาธารณสุข ความปลอดภัย การเดินทาง หรือการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่กระทบกับชีวิตของคนเมืองโดยตรง

แล้วแต่ละทีมจะมีนโยบายอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร และนโยบายไหนอาจตอบโจทย์ครอบครัวของคุณมากที่สุด

M.O.M รวบรวมประเด็นสำคัญของผู้สมัคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 มาเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เห็นภาพว่านโยบายเหล่านี้อาจเปลี่ยนชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างไร หากได้เกิดขึ้นจริง

1. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เบอร์ 9 (ผู้สมัครอิสระ)

BKK69_1

• ดูแลแม่และเด็กที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาล กทม. จน 2 ขวบ: พัฒนา ‘สมุดพกแม่และเด็ก’ ติดตามผ่าน One-stop Service คู่กับกล่องของขวัญ ‘Baby Box Bangkok’ เพื่อดูแลสุขภาพและโภชนาการช่วง 1,000 วันแรก

• ขยายการดูแลเด็กเล็ก รองรับเด็กวัย 3 เดือน – 6 ปี 80,000 บาท: เพิ่มศูนย์เด็กอ่อน กทม. เป็น 13 แห่ง ขยายชั้นอนุบาล และใช้ข้อบัญญัติปี 2569 อุดหนุนศูนย์นอกชุมชนพร้อมขยายโมเดล ‘บ้านย่ายาย’ ดึงระบบรองรับเด็กเพิ่มเป็น 80,000 คน

ยกระดับการศึกษาปฐมวัยให้ได้มาตรฐานโลก ส่งเสริมทักษะสมอง EF ในเด็กวัย 0-8 ปี: ขยายหลักสูตรเรียนผ่านการเล่น (Play-based) สู่โรงเรียนอนุบาล 429 แห่งและศูนย์เด็กเล็ก 258 แห่งตามแนวทาง ‘3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม’ ควบคู่กับ ‘ห้องเรียนพ่อแม่ออนไลน์’ ผ่านเว็บ กทม.

• ขยายเวลาศูนย์บริการรับเลี้ยงเด็กกทม. รองรับครอบครัวทำงานนอกเวลา: ขยายเวลาเปิด-ปิดศูนย์เด็กเล็กในย่านเศรษฐกิจและนำร่องระบบ ‘Night Care’ แบบฟินแลนด์ที่มีระบบรับส่งและลงทะเบียนชัดเจน เพื่อซัพพอร์ตคนทำงานกะดึก

ขยายผล Toy Library ยืมของเล่นกลับบ้านได้ในทุกห้องสมุด: เปิดมุมยืมของเล่นและพื้นที่อ่านนิทานในทุกห้องสมุด กทม. คัดสรรของเล่นและหนังสือตามช่วงวัยเพื่อลดรายจ่ายพ่อแม่และสร้างความสัมพันธ์ในบ้าน

• ส่งเสริมการอ่านตั้งแต่ในครรภ์ สร้างนิสัยรักการอ่าน: ปลูกฝังและจุดประกายพฤติกรรมการอ่านให้เด็กตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ ในครรภ์มารดา เพื่อวางรากฐานการสร้างนิสัยรักการอ่านติดตัวเด็กไปในระยะยาว

2. ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  เบอร์ 10 (ในนามพรรคประชาชน)

BKK69_2

• Baby Box ของขวัญแรกเกิด 2,000 บาท: มอบสวัสดิการ 2,000 บาท ให้เด็กแรกเกิดในกรุงเทพฯ ช่วยสนับสนุนการดูแลเด็กตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต เป็นแรงจูงใจเชิงบวกให้มารดาโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ให้เข้าสู่ระบบฝากครรภ์และบริการสุขภาพแม่-เด็กอย่างมีมาตรฐาน

• ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน กทม. : ปรับเกณฑ์ให้รับดูแลเด็กได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน เพื่อให้สอดรับกับสิทธิลาคลอด พร้อมขยายเวลาเปิดศูนย์ฯถึง 18.00 น. และเปิดเพิ่มวันเสาร์และอาทิตย์ ให้เป็นพื้นที่เล่นและเรียนรู้สำหรับทุกครอบครัว

• ยกระดับโรงเรียนปลอดภัย เพิ่มสวัสดิการรถรับส่งนักเรียน คูปองคอร์สปิดเทอม 2,000 บาทต่อคน: นักเรียนปลอดภัย ผู้ปกครองอุ่นใจ ด้วยสวัสดิการรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. พร้อมยกระดับทุกโรงเรียนให้เป็น Sexual Harassment & Bullying-Free School ติดเครื่องปรับอากาศและโซลาร์เซลโรงเรียน กทม.ให้เป็นห้องเรียนปลอดฝุ่น แจกคูปองคอร์สปิดเทอม 2,000 บาทต่อคน มอบอิสระให้เยาวชนเลือกเสริมสร้างทักษะตามความสนใจ ลงทุนเพิ่มพื้นที่เล่นและเรียนรู้ในโรงเรียนของ กทม.ทุกแห่ง เพื่อรองรับทุกครอบครัวในทุกวันหยุดและปิดเทอม

กีฬาสร้างเมือง สุขภาพดี เศรษฐกิจเมืองโต: สนับสนุนกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ และสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยการสนับสนุนงานวิ่ง จัดลีคเยาวชนสู่นักกีฬาอาชีพ พัฒนาสนามกีฬามาตรฐาน และผลักดันเทศกาลกีฬากับอาหารของกรุงเทพฯ

3. อนุชา บูรพชัยศรี  เบอร์ 5 (ในนามพรรคประชาธิปัตย์)

BKK69_3

• เมืองสะอาด พลิกโฉมระบบกำจัดขยะของ กทม.: ยกระดับศูนย์กำจัดขยะเป็นระบบปิด 100% ควบคุมกลิ่นและน้ำเสียเพื่อสุขอนามัยของชุมชน ผลักดันเทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน และเข้มงวดกฎหมายคุมฝุ่นไซต์ก่อสร้าง รถควันดำ คู่กับการล้างถนนเพื่อปกป้องสุขภาพของเด็กและทุกคนในครอบครัวจาก PM 2.5

• ใช้ชีวิตสบาย เพิ่มบ้านพักผู้สูงอายุ รองรับสังคมสูงวัย: เพิ่มบ้านพักและต่อยอดระบบ Fast Track ทำฟันด่วนช่วยลดภาระการดูแลผู้สูงอายุในบ้าน อัปเกรดศูนย์สาธารณสุขเป็นคลินิกชุมชนคู่ระบบ Telemedicine และปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นลานกีฬา Co-working Space หรือ Art Space ให้วัยรุ่นและคนในครอบครัวมีพื้นที่กิจกรรมปลอดภัยใกล้บ้าน

มีรายได้มากขึ้น ผลักดันการเพิ่มรายได้ให้แก่ กทม.: จัดเก็บภาษีที่พักจากนักท่องเที่ยวเพื่อนำงบกลับมาพัฒนาสวัสดิการเมือง สร้างโครงการจ้างงานทุกช่วงวัยเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุวัยเกษียณมีรายได้เสริม ยกระดับสู่ Smart City ที่ลดขั้นตอนความล่าช้าในการขออนุมัติเพื่อเอื้อต่อการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ครอบครัว

4. ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี เบอร์ 1 (ผู้สมัครอิสระ)

BKK69_4

• สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone): อัปเกรดความปลอดภัยทางกายภาพด้วยเทคโนโลยี AI และระบบ Face Recognition ควบคู่กับระบบ ‘BKK Cyber Shield’ เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและป้องกันเงินในกระเป๋าของทุกคนในครอบครัวจากภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์

• ปฏิวัติขยะสร้างสวัสดิการ (Waste to Wealth): รื้อระบบฝังกลบขยะแบบเดิมเพื่อลดการผลาญงบประมาณ แล้วเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต เพื่อนำรายได้ทั้งหมดกลับมาจัดสรรเป็นเงินสวัสดิการดูแลคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบบ้านคนกรุง

• ลดรายจ่ายคนเมือง 24 ชั่วโมง: ใช้ระบบ AI ควบคุมสัญญาณไฟจราจร 578 แยกเพื่อลดปัญหารถติด ช่วยให้พ่อแม่ประหยัดค่าน้ำมันและมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น พร้อมเปิดแพลตฟอร์ม ‘BKK 24/7 Market’ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทำมาค้าขายออนไลน์ให้ชุมชนตลอดวัน

• เตรียมความพร้อมสู่สากลและสังคมสูงวัย: ยกระดับโรงเรียน กทม. ส่งเสริมให้เด็กๆ และเยาวชนเรียนรู้จนสามารถพูดได้อย่างน้อย 3 ภาษาเพื่ออนาคตที่ดี ควบคู่ไปกับการขยายสิทธิ์การจ้างงานผู้สูงอายุถึงวัย 65 ปี ช่วยให้ผู้ใหญ่ในบ้านมีรายได้ที่มั่นคงและรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

5. ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เบอร์ 14  (ผู้สมัครอิสระ)

BKK69_5

• แก้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสู้ฝุ่น PM 2.5: นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเร่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศทันที เพื่อให้เด็กเล็กและทุกคนในบ้านมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอการเปลี่ยนแปลงนานหลายปี

• ใช้ระบบ AI และเรดาร์อัจฉริยะบริหารเมือง: ใช้ปัญญาประดิษฐ์จัดการจราจรและสัญญาณไฟเพื่อลดเวลาบนท้องถนนของพ่อแม่ พร้อมติดเรดาร์ตรวจจับฝนตั้งแต่ก่อตัว ช่วยวางแผนกันน้ำท่วมขังเพื่อความสะดวกในการเดินทางของครอบครัว

ผลักดันเมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง: ติดตั้งระบบกล้อง AI อัจฉริยะที่ช่วยตรวจจับเหตุผิดปกติรอบเมือง เช่น คนล้มหมดสติ หรืออุบัติเหตุอันตราย เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันที

• ยกระดับสาธารณสุขใกล้บ้านและเพิ่มพื้นที่สีเขียว: อัปเกรดศูนย์สุขภาพใกล้บ้านให้ได้มาตรฐานโรงพยาบาลเพื่อลดความแออัดในการพาคนในบ้านไปหาหมอ ควบคู่กับการเพิ่มสวนสาธารณะและสวนดอกไม้ทุกเขตเป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว

 

อ่านบทความ: เลือกตั้ง : คุยกับลูกเรื่องประชาธิปไตยยังไงให้สนุกและไม่ชี้นำ
อ้างอิง
policywatch.thaipbs
teamchadchart
Bkk2569.peoplesparty
Pptvhd36

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST