เพราะว่าลูกของเราทุกคนไม่ได้เกิดมาพร้อมคู่มือการเลี้ยงดู หลายครั้งที่พ่อแม่อย่างเราต้องลองผิดลองถูก รับมือกับความเหนื่อยล้าและความคาดหวังที่อยากจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก
แม้ความจริง หัวใจสำคัญของการเป็น พ่อแม่ที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความสมบูรณ์แบบหรือการไม่เคยทำผิดพลาดเลย แต่คือการทำความเข้าใจโลกของลูกและการกล้าที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเติบโตขึ้นทุกวันในเวอร์ชันที่ดีขึ้นเรื่อยๆ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้านที่เต็มไปด้วยความสุข คือรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีความสุขและมั่นใจในตัวเองอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การเป็น พ่อแม่ที่ดี ยังหมายถึงการรู้วิธีรักษาสมดุลระหว่างการให้ความรักและการสร้างวินัยที่เหมาะสม เพราะความรักที่ปราศจากขอบเขตอาจทำให้ลูกหลงทาง ในขณะที่วินัยที่ตึงเครียดเกินไปก็อาจเป็นกรอบที่ปิดกั้นการใช้ชีวิตของลูกได้
ลองนำ 10 เคล็ดลับที่จะช่วยอัปเกรดคุณพ่อคุณแม่ให้เป็นพ่อแม่ที่ดีต่อจิตใจและการเติบโตของลูกมากขึ้น เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้แข็งแกร่งกว่าเดิมไปปรับใช้กันดูนะคะ
1. ฝึกจ้องจับถูก (Catch Them Being Good)

บ่อยครั้งที่สัญชาตญาณของเรามักจะพุ่งเป้าไปที่การดุหรือตำหนิเวลาลูกทำผิด จนเผลอมองข้ามเรื่องดีๆ เล็กน้อยที่ลูกทำเป็นปกติในแต่ละวัน ลองเปลี่ยนเลนส์สายตามาใช้เทคนิคจ้องจับถูกดูบ้าง เมื่อเห็นลูกทำเรื่องน่ารักๆ เช่น เก็บของเล่นเองโดยไม่ต้องให้บอก หรือแบ่งขนมให้เพื่อนอย่างเต็มใจ ให้ชื่นชมลูกทันที เพราะการได้รับคำชมที่เจาะจงพฤติกรรมจะทำให้ลูกรู้สึกว่า สิ่งที่เขาทำดีนั้นมีคนมองเห็นและมีค่า ซึ่งส่งผลดีกว่าการดุลูกเป็นชั่วโมงเสียอีก
2. แสดงความรักแบบไม่มีเงื่อนไข (Show That Your Love Is Unconditional)

เราต้องแยกแยะระหว่างพฤติกรรมที่ไม่น่ารักออกจากตัวตนของลูกให้ชัดเจน ให้ลูกมั่นใจเสมอว่าไม่ว่าจะทำผิดพลาดหรือเผลอทำตัวงอแงแค่ไหน ความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้เขาจะยังคงมั่นคงและร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอ การดุแบบไม่ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจหรือการไม่เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะยอมรับผิดและเรียนรู้ที่จะแก้ไขตัวเอง เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่า ต่อให้โลกภายนอกจะยากลำบากแค่ไหน พ่อกับแม่จะยังรักและอยู่ข้างเขาเสมอ
3. ใจดีกับตัวเอง (Be Kind to Yourself)

พ่อแม่หลายคนมักจะทุ่มเททุกอย่างจนลืมดูแลตัวเอง ซึ่งความเหนื่อยล้าสะสมมักจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำให้พ่อแม่สติหลุดใส่ลูกได้ง่ายๆ การหาเวลาส่วนตัวสั้นๆ เพื่อทำสิ่งที่ชอบ ดูแลสุขภาพกายและใจ หรือแม้แต่การยอมรับว่าตัวเองเหนื่อยและต้องการพัก ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่มันคือการรีชาร์จเพื่อให้เรามีความอดทนและพลังบวกกลับไปมอบให้ลูกได้มากขึ้น จำไว้ว่าพ่อแม่ที่รู้จักดูแลตัวเองให้มีความสุข คือพ่อแม่ที่พร้อมจะมอบความรักที่มีคุณภาพที่สุดให้กับลูก
4. ให้เวลาคุณภาพเป็นลำดับต้นๆ (Make Quality Time a Priority)

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ เวลาเพียง 15 นาทีที่ไร้สิ่งรบกวน มีค่ามากกว่าการอยู่ด้วยกันทั้งวันแต่ต่างคนต่างจ้องมือถือ ลองตั้งนาฬิกาพิเศษเพื่ออยู่กับลูกจริงๆ นั่งลงเล่นในสิ่งที่ลูกอยากเล่นโดยไม่มีเงื่อนไข หรือรับฟังเขาเล่าเรื่องที่โรงเรียนด้วยความสนใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วงเวลาที่ลูกสัมผัสได้ว่าเขาคือคนสำคัญที่สุดในโลกของเรา ณ ตอนนั้น จะช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์และลดปัญหาพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจได้อย่างดีเยี่ยม เพราะถังความรักของเขาถูกเติมจนเต็มแล้วนั่นเอง
5. ตั้งกติกาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ (Establish Firm Boundaries)

เด็กๆ จะรู้สึกปลอดภัยเมื่อรู้ว่ากติกาคืออะไรและเพดานของความดื้ออยู่ตรงไหน การมีกฎที่ชัดเจน เช่น เวลาเข้านอน หรือกติกาการดูทีวี จะช่วยสอนให้ลูกรู้จักขอบเขตของสังคมและเรียนรู้เรื่องระเบียบวินัย แต่กุญแจสำคัญคือความสม่ำเสมอ ถ้าวันนี้เรายอม แต่พรุ่งนี้เราดุในเรื่องเดิม ลูกจะสับสนและพยายามลองดีเพื่อหาทางเอาชนะอยู่เสมอ การรักษาคำพูดและยืนหยัดในกติกาอย่างใจเย็นแต่หนักแน่น จะสอนให้ลูกรู้จักความเคารพและการจัดการตัวเองได้อย่างยั่งยืนที่สุด
6. เป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก (Be a Good Role Model)

ลูกคือกระจกเงาที่มีชีวิตซึ่งสะท้อนตัวตนของเราออกมาอย่างซื่อตรงที่สุด พฤติกรรมที่เราทำโดยไม่ตั้งใจ ทั้งการพูดจา การจัดการอารมณ์ หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลูกจะซึมซับและเลียนแบบไปทั้งหมด ถ้าเราอยากให้ลูกพูดเพราะเราต้องสุภาพกับเขาและคนรอบข้างก่อน ถ้าอยากให้ลูกรู้จักขอโทษเราต้องทำให้เขาเห็น การเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้นจึงเริ่มจากการขัดเกลาตัวเองให้เป็นคนในแบบที่เราอยากให้ลูกเป็น เพราะการกระทำของเราเสียงดังกว่าคำสอนเป็นร้อยเท่า
7. รับฟังเสียงของลูกจริงๆ (Listen to Your Child)

เวลาลูกมีปัญหา อย่าเพิ่งรีบขัดจังหวะด้วยการสอนหรือตัดสินว่าสิ่งที่ลูกทำนั้นผิดหรือถูกทันที ลองหยุดฟังความรู้สึกของลูกอย่างตั้งใจ สะท้อนอารมณ์ที่ลูกกำลังเผชิญอยู่เพื่อให้เขารู้ว่ามีคนรับรู้ความเจ็บปวดของเขา เช่น แม่เข้าใจว่าหนูเสียใจที่เพื่อนไม่แบ่งของเล่น เมื่อลูกรู้สึกว่าถูกรับฟังอย่างแท้จริง เขาจะค่อยๆ สงบลงและเปิดใจฟังเหตุผลของเรามากขึ้น การสร้างวัฒนธรรมการรับฟังในบ้านจะทำให้ลูกกล้าเข้าหาพ่อแม่ทุกครั้งที่มีปัญหา
8. ปรับวิธีการเลี้ยงให้เหมาะกับ ตัวตน ของลูก (Adjust Your Parenting Style)

เด็กแต่ละคนเกิดมาพร้อมพิมพ์เขียวทางนิสัยที่ต่างกัน วิธีที่ได้ผลกับพี่อาจจะใช้ไม่ได้ผลเลยกับน้อง การเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้นคือการหมั่นสังเกตและเรียนรู้ว่าลูกของเราต้องการการซัพพอร์ตแบบไหน บางคนต้องการความอ่อนโยนและการกอดเพื่อสร้างกำลังใจ ในขณะที่บางคนต้องการความชัดเจนและกติกาที่รัดกุม การมีความยืดหยุ่นและปรับจูนวิธีการสอนให้เข้ากับธรรมชาติของลูก จะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาถูกยอมรับในแบบที่เขาเป็นจริงๆ
9. รู้จักขอโทษเมื่อทำพลาด (Apologize When You Make a Mistake)

ไม่มีใครเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลา ในวันที่คุณพ่อคุณแมาเหนื่อยล้าจนเผลอตวาดใส่ลูกเกินไปหรือตัดสินใจผิดพลาด การเดินเข้าไปกอดลูกและพูดคำว่าขอโทษอย่างจริงใจคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด การขอโทษไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของพ่อแม่ลดลง แต่เป็นการสอนบทเรียนที่ยิ่งใหญ่เรื่องความรับผิดชอบและการแก้ไขข้อผิดพลาดให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง และยังเป็นวิธีการเยียวยาแผลในใจของลูกที่ได้ผลเร็วที่สุดอีกด้วย
10. อย่าลืมสร้างความทรงจำที่สนุกสนาน (Don’t Forget to Have Fun)

ท่ามกลางภารกิจการสอนวินัยและการวางแผนอนาคต อย่าลืมปล่อยวางความจริงจังลงบ้างแล้วหันมาสนุกกับลูกในปัจจุบัน การหัวเราะด้วยกัน การเล่นมุกตลกเพี้ยนๆ หรือการทำกิจกรรมสนุกๆ แบบไร้สาระบ้าง จะช่วยลดความตึงเครียดในบ้านและสร้างความทรงจำที่อบอุ่นในใจเด็กๆ ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะจะเป็นสมอที่ยึดเหนี่ยวหัวใจลูกไว้กับครอบครัว ไม่ว่าในอนาคตเขาจะต้องเจอพายุที่หนักหนาแค่ไหน ลูกก็จะนึกถึงความอบอุ่นจากครอบครัวเสมอ

COMMENTS ARE OFF THIS POST