นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและภูมิคุ้มกันที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูก
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อผิดๆ มากมายเกี่ยวกับ น้ำนมแม่ และการให้นมลูก จนที่ทำให้คุณแม่อาจกังวลใจ หรือเข้าใจผิดจนล้มเลิกการให้นมไปได้ ซึ่งในความเป็นจริง ความเชื่อบางอย่างอาจไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อีกด้วย
ดังนั้น มาดูกันว่ามีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการให้ น้ำนมแม่ อย่างไรบ้าง และความจริงจะเป็นอย่างไร
1. ให้นมบ่อย น้ำนมจะหมดเร็ว

คุณแม่บางคนคิดว่าหากให้ลูกดูดนมจากเต้าบ่อยๆ น้ำนมจะหมดเร็ว และอาจทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้น้อยลง แต่ความจริงกลไกการสร้างน้ำนมของแม่คือ ยิ่งลูกดูดนมบ่อย ร่างกายแม่ก็จะยิ่งผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ดังนั้น การให้ลูกดูดนมเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ
2. แค่น้ำนมแม่อย่างเดียวไม่พอ ต้องเสริมนมผง

คุณแม่บางคนกลัวว่าให้ลูกกินน้ำนมแม่อย่างเดียวจะไม่พอต่อความต้องการของร่างกายลูก จึงพยายามให้ลูกกินนมผงเพื่อเสริมสารอาหารให้มากขึ้น
แพทย์หญิงชมพูนุท โตโพธิ์ชัย แพทย์ชำนาญการจากกรมอนามัยกล่าวว่า คุณแม่มากกว่าครึ่งมักเข้าใจว่าตัวเองมีน้ำนมไม่พอ จึงต้องหานมอย่างอื่นมาเสริมให้ลูก แต่ในทางกลับกัน การเสริมนมผงให้ลูกโดยไม่จำเป็น จะทำให้ลูกดูดนมแม่น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายแม่ผลิตน้ำนมน้อยลงตามไปด้วย
3. หน้าอกเล็ก แปลว่ามีน้ำนมน้อย

หลายคนเข้าใจว่าขนาดของหน้าอกมีผลต่อปริมาณน้ำนม ทำให้คุณแม่ที่มีหน้าอกเล็กรู้สึกกังวลว่าไม่สามารถให้น้ำนมลูกได้เพียงพอ
แต่ความจริงแล้วขนาดของเต้านม ไม่ได้ส่งผลต่อปริมาณน้ำนม เพราะน้ำนมถูกผลิตจากเนื้อเยื่อน้ำนม คุณแม่ที่มีหน้าอกเล็กสามารถมีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกได้ หากมีการกระตุ้นอย่างเหมาะสม
4. หัวน้ำนมมีน้อย ไม่จำเป็นต้องให้ลูกกินก็ได้

บางคนเชื่อว่าหัวน้ำนม (colostrum) ที่เกิดใน 24-36 ชั่วโมงแรกหลังคลอด มีปริมาณน้อยเกินไป จึงไม่มีความสำคัญ และสามารถข้ามไปให้ลูกกินนมหลังจากนั้นแทนได้
แต่ในความเป็นจริงแล้วหัวน้ำนมเป็นอาหารหยดแรกที่มีคุณค่าสูงมาก แม้จะมีปริมาณน้อย แต่เต็มไปด้วยสารอาหารและภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยปกป้องลูกจากโรคต่างๆ เปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติสำหรับทารกแรกเกิดได้เลยทีเดียว
5. กินเผ็ดแล้วน้ำนมเผ็ด ลูกจะไม่กิน

หลายคนคิดว่าอาหารรสจัดจะทำให้น้ำนมเผ็ดหรือรสชาติไม่ดีจนลูกไม่อยากกิน แต่ความจริงแล้วอาหารที่คุณแม่กินอาจมีผลต่อรสชาติของน้ำนมแม่เล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้น้ำนมมีรสเผ็ดจนลูกกินไม่ได้ ในทางตรงกันข้าม หากคุณแม่กินอาหารที่มีรสชาติหลากหลาย อาจช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับรสชาติต่างๆ และส่งผลดีเมื่อลูกถึงวัยที่ต้องเริ่มกินอาหารเสริมอีกด้วย
6. แม่ป่วย ห้ามให้นมลูก เดี๋ยวลูกติดเชื้อ

หลายคนเข้าใจว่าหากคุณแม่ป่วย ควรหยุดให้นมลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่โดยปกติแล้ว คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ แม้จะป่วยเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เพราะร่างกายของแม่จะสร้างภูมิคุ้มกันและส่งผ่านไปยังน้ำนม ทำให้ลูกได้รับการป้องกันจากเชื้อนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นโรคร้ายแรงบางชนิด เช่น วัณโรค โรคติดต่อรุนแรง หรือได้รับยาที่ส่งผลต่อน้ำนม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมลูก
7. ลูกควรหย่านมเมื่ออายุ 6 เดือน

บางคนคิดว่าหลังจากที่ลูกครบ 6 เดือน ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มกินอาหารเสริมได้ และน้ำนมแม่จะลดประสิทธิภาพลง ลูกจึงไม่จำเป็นต้องกินนมแม่อีกต่อไป
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า ควรให้นมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และให้ลูกกินนมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมไปจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้นตามความเหมาะสม เพราะนมแม่ยังคงมีประโยชน์ต่อพัฒนาการและภูมิคุ้มกันของลูก แม้จะอายุมากกว่า 6 เดือน ดังนั้น หากคุณแม่สามารถให้นมต่อไปได้ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูกเช่นกันค่ะ

COMMENTS ARE OFF THIS POST