READING

Curiosity Parenting : ดุลูกไปทำไม! ลองเปลี่ยนจากคำ...

Curiosity Parenting : ดุลูกไปทำไม! ลองเปลี่ยนจากคำดุเป็นคำถามอาจทำให้ลูกว่านอนสอนง่ายมากขึ้น

Curiosity Parenting

เวลาที่ลูกดื้อ ไม่เชื่อฟัง หรือต่อต้าน คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าการดุจะช่วยให้ลูกหยุดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเหล่านั้น แล้วเปลี่ยนเป็นเชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่แต่โดยดี

บทความจากศูนย์จิตวิทยาคลินิก ประเทศออสเตรเลีย (Centre for Clinical Psychology) อธิบายเกี่ยวกับการรับมือเวลาที่ลูกไม่เชื่อฟังว่า คุณพ่อคุณแม่อาจต้องลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ เปลี่ยนจากการดุ เป็นทำตามแนวคิด Curiosity Parenting หรือ การเลี้ยงลูกด้วยความสงสัย ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูกได้ลึกซึ้งมากขึ้น เพราะการตั้งคำถามก่อนที่จะตัดสิน หรือลองเปิดใจสงสัยว่าลูกกำลังรู้สึกอะไร หรือพยายามบอกความต้องการอะไรผ่านพฤติกรรมต่างๆ หากคุณพ่อคุณแม่พยายามเข้าใจลูกมากขึ้น ลูกก็จะรู้สึกปลอดภัยและเปิดใจให้คุณพ่อคุณแม่มากขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะใช้การดุด้วยอารมณ์เพื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักของลูก ลองเปลี่ยนการตั้งคำถามด้วยความสงสัยอย่างอ่อนโยน ตามแนวคิดของ Curiosity Parenting แล้วคุณพ่อคุณแม่อาจจะได้เห็นลูกในมุมมองใหม่ที่ว่านอนสอนง่ายมากขึ้น

1. ตั้งคำถามให้ลูกได้หยุดคิด

Curiosity_web_1

เวลาที่ลูกดื้อ เถียง หรือมีพฤติกรรมต่อต้าน คุณพ่อคุณแม่อาจเผลอหงุดหงิดหรือขึ้นเสียงใส่ลูก โดยไม่ทันคิดว่าเบื้องหลังพฤติกรรมของลูกนั้นอาจมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่

ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ลองเปลี่ยนจากการดุหรือต่อว่ารุนแรง เป็นการถามด้วยน้ำเสียงสงสัยและอ่อนโยน เช่น เมื่อเห็นลูกหงุดหงิดโวยวาย ลองถามลูกว่าอะไรที่ทำให้ลูกหงุดหงิดและลูกอยากให้ช่วยอะไรหรือเปล่า คำถามแบบนี้จะช่วยให้ลูกได้หยุดคิด และรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ยินดีที่จะรับฟัง แม้ในเวลาที่เขาทำตัวไม่น่ารักในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจมุมมองของลูกมากขึ้นอีกด้วย

2. ชวนลูกคิดถึงผลของการกระทำ

Curiosity_web_2

เวลาที่ลูกดื้อ หรือทำตัวก้าวร้าว ต่อต้าน คุณพ่อคุณแม่ลองเปลี่ยนจากการดุหรือต่อว่าเสียงดังเป็นการตั้งคำถาม เพื่อให้ลูกลองคิดถึงผลที่จะตามมาหลังจากนั้น เช่น เมื่อลูกโกรธ อาละวาด และปาข้าวของ  ลองถามลูกด้วยความสงสัยว่า “ถ้าของชิ้นนี้เสียหาย แล้วลูกจะจัดการยังไงต่อ” เป็นการตั้งคำถามที่ไม่ได้ออกคำสั่งห้ามในทันที แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาและเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองอีกด้วย

3. เปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วม

Curiosity_web_3

คุณพ่อคุณแม่อาจลืมคิดไปว่า ในแต่ละวัน ลูกต้องทำตามสิ่งที่พ่อแม่และผู้ใหญ่บอกให้ทำมากมายแค่ไหน จึงเป็นธรรมดาที่ลูกอาจจะต้องการทำตามความต้องการของตัวเองบ้าง จึงแสดงออกมาเป็นการดื้อ ไม่เชื่อฟัง หรือต่อต้านคำสอนของคุณพ่อคุณแม่

แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองเปิดโอกาสให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองบ้าง ลูกก็จะรู้สึกถึงความไว้วางใจและรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ เช่น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกช่วยกระตือรือร้นในการรับผิดชอบตัวเองก่อนไปโรงเรียน แทนที่จะออกคำสั่งว่าลูกต้องทำอะไรบ้าง ลองเปลี่ยนคำสั่งเหล่านั้น เป็นคำถาม ลองเปลี่ยนที่เปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วม เช่น “ลูกคิดว่าเราควรทำอะไรก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น” การให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ทำให้ลูกได้ฝึกคิดวางแผน มีอิสระในการตัดสินใจ และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในสายตาของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งช่วยให้ความร่วมมือเกิดขึ้นโดยไม่ต้องบังคับ

4. ถามด้วยความสนใจ ไม่ใช่ตัดสิน

Curiosity_web_4

เวลาที่ลูกแสดงอารมณ์ด้านลบ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ หงุดหงิด โวยวาย หรือผิดหวังเสียใจจนร้องไห้ออกมา คุณพ่อคุณแม่อาจเผลอใช้คำพูดต่อว่าหรือแสดงท่าทีเบื่อหน่ายและไม่พอใจ เช่น “ร้องไห้อีกแล้วนะ” หรือ “ลูกโกรธแล้วเป็นอย่างนี้ทุกที” บางครั้งคำพูดเหล่านั้นอาจกลายเป็นการตัดสินให้ลูกรู้สึกว่าการมีอารมณ์ด้านลบเป็นเรื่องผิดและหมายถึงการทำตัวไม่ดีในสายตาคุณพ่อคุณแม่ แต่หากคุณพ่อคุณแม่ลองตั้งคำถามอย่างใส่ใจว่า ลูกรู้สึกอะไร หรือทำไมลูกถึงแสดงออกอย่างนั้น การใช้คำถามที่เริ่มต้นด้วยการสนใจความรู้สึกของลูก นอกจากจะช่วยให้ลูกเชื่อมต่อกับอารมณ์ของตัวเองแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกกล้าที่จะบอกความรู้สึกกับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย

5. ใช้ความสงสัยแทนการเอาชนะ

Curiosity_web_5

หัวใจสำคัญของการตั้งคำถาม คือการสะท้อนให้ลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่อยากเข้าใจมากกว่าเอาชนะ ตัวอย่างเช่น จากคำพูดที่ว่า “แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำแบบนี้!” ลองเปลี่ยนเป็น “ลูกอยากให้แม่เข้าใจมากกว่านี้ไหม” การถามแบบนี้จะช่วยให้ลูกกล้าอธิบายเหตุผลของตัวเอง กล้ายอมรับเมื่อทำผิด และรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูกไม่ใช่พื้นที่ของการตัดสิน แต่เป็นพื้นที่ของการฟังและการเติบโตไปด้วยกัน

อ้างอิง
ccp.net.au
jfcsatl.org
Washingtonpost

 

อ่านบทความ: ดุลูกอย่างไรให้ได้ผลและไม่ทำร้ายจิตใจลูก

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST