การเป็นลูกคนโต นอกจากลำดับการเกิดแล้วสิ่งที่ติดตัวมาด้วยก็คือบทบาทที่มาพร้อมความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่ พี่คนโตหลายคนเติบโตมาพร้อมหน้าที่ผู้ช่วยอันดับหนึ่งของคุณพ่อคุณแม่ ถูกสอนด้วยประโยคเดิมๆ เช่น เป็นพี่ต้องช่วยดูแลน้อง หรือต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้อง
Dr. Avigail Lev นักบำบัดชาวซานฟรานซิสโก อธิบายว่า ลูกคนโตเป็นเหมือนแบบทดสอบของพ่อแม่ เพราะเป็นลูกคนแรกที่ทั้งพ่อและแม่ก็ต้องเรียนรู้วิธีเลี้ยงดูไปตลอดการเติบโตของลูก เมื่อพ่อแม่มีลูกคนต่อไป ลูกคนโตจึงมักถูกคาดหวังให้มีความรับผิดชอบและดูแลตัวเองได้ ช่วยพ่อแม่ดูแลน้อง และรับหน้าที่เกินวัย โดยเฉพาะลูกสาวคนโต ที่มักถูกมองว่าเป็นตัวแทนของแม่ จนเกิดเป็นความเครียดในทางจิตวิทยาเรียกอาการนี้ว่า ภาวะลูกสาวคนโต หรือ Eldest Daughter Syndrome ซึ่งไม่ใช่ภาวะทางจิตเวช แต่เป็นรูปแบบของความรู้สึกและพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นกับลูกสาวคนโต
Kristen Jacobsen นักบำบัดและลูกสาวคนโตของครอบครัว บอกว่าการต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ดูแลน้อง และคอยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แม้จะทำให้เธอเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ แต่ก็แลกมาด้วยการสูญเสียพื้นที่ให้ตัวเองได้รู้สึกอ่อนโยนหรือเปราะบาง และบางครั้งสิ่งที่ลูกสาวคนโตต้องการ อาจไม่ใช่คำชมว่าเก่งหรือทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน แต่อาจเป็นการได้รับความเข้าใจ ว่าภายใต้ความรับผิดชอบนั้น ยังมีหัวใจของเด็กคนหนึ่งที่อยากได้รับการโอบอุ้มอย่างอ่อนโยนเช่นกัน
เข้าใจความเครียดของลูกสาวคนโต หรือ Eldest Daughter Syndrome
1. ต้องโตเกินวัย เพราะถูกคาดหวังตั้งแต่เล็ก

ลูกสาวคนโตมักถูกคาดหวังและขอให้ช่วยดูแลเลี้ยงน้อง หรือทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี และมีหน้าที่รับผิดชอบบางอย่างมากขึ้น เช่น ตามเก็บของที่น้องเล่น คอยช่วยปลอบเวลาน้องร้องไห้ หรือแม้แต่ถูกสอนให้เสียสละให้น้องก่อนเสมอ ลูกคนโตจึงค่อยๆ ซึมซับค่านิยมและบทบาทหน้าที่ที่หล่อหลอมมาจนกลายเป็นความเครียด เพราะถูกคาดหวังมากเกินไปนั่นเอง
2. แบกความรู้สึกผิดไว้เสมอแม้เรื่องเล็กน้อย

เมื่อมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับน้อง ลูกสาวคนโตมักจะรู้สึกโทษตัวเองก่อนว่าดูแลน้องได้ไม่ดี และมักกังวลว่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง
ความรู้สึกผิดเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการสอนโดยตรง แต่เกิดจากการปลูกฝังทางอารมณ์มาเรื่อยๆ เช่น ลูกคนโตมักได้รับคำชมเมื่อทำดี ทำให้คุณพ่อคุณแม่พอใจ แต่เมื่อทำพลาดก็จะถูกตำหนิมากกว่าคนอื่น ลูกจึงมักรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง แม้ไม่ใช่ความผิดของตัวเองก็ตาม
3. เป็นคนเก่งทุกอย่าง แต่ไม่ค่อยกล้าขอความช่วยเหลือ

ลูกสาวคนโตมักถูกมองว่าเป็นคนเก่ง พึ่งพาตัวเอง และเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ จนกลายเป็นชุดความคิดว่าพี่คนโตต้องเข้มแข็ง ดูแลน้อง และไม่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาก็มักจะเลือกจัดการเองก่อนเสมอ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้คุณพ่อคุณแม่ แม้ความจริงแล้วลูกสาวคนโตที่ดูเข้มแข็งที่สุด ก็ยังต้องการอ้อมกอด ความเข้าใจ และคำปลอบโยนจากคุณพ่อคุณแม่เช่นกัน
4. ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ข้างในมักเปราะบาง

ในหลายครอบครัว ลูกสาวคนโตมักได้รับบทบาทหน้าที่ไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่งตั้งแต่ยังเด็ก ต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบ ดูแลน้อง หรือช่วยเหลืองานบ้าน จึงมักเติบโตมาพร้อมกับภาพลักษณ์ของคนที่เข้มแข็ง มีเหตุผล และควบคุมอารมณ์ได้ดี
ลูกสาวคนโตจึงมักซ่อนความเปราะบางไว้ภายใต้ความเข้มแข็งภายนอก กลัวความล้มเหลว กลัวว่าจะทำให้ใครผิดหวัง และมีความวิตกกังวลเพราะต้องรับภาระเกินขีดจำกัดของตัวเอง
การเข้าใจธรรมชาติของลูกสาวคนโตจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกคนโตรู้ว่าทุกคนมีช่วงเวลาที่อ่อนแอได้ และการขอความช่วยเหลือไม่ใช่การล้มเหลว โดยเฉพาะในฐานะลูก ทุกคนย่อมต้องการการสนับสนุนทางใจจากคุณพ่อคุณแม่เช่นเดียวกัน

COMMENTS ARE OFF THIS POST