พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสุข เมื่อเห็นลูกต้องเผชิญกับความผิดหวัง เสียใจ หรือสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ก็อยากจะช่วยขจัดความทุกข์ออกไปจากใจลูก แต่การพยายามทำให้ลูกลืมเรื่องราวที่ทำให้ไม่สบายใจให้เร็วที่สุดอาจไม่ใช่การทำให้ลูกมึความสุขที่แท้จริง
การ เลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี หรือการสร้าง ‘สุขภาวะทางอารมณ์’ หรือ Emotional Wellness คือการบ่มเพาะให้ลูกเท่าทันอารมณ์ตนเอง สามารถยอมรับความรู้สึกที่หลากหลายทั้งด้านบวกและด้านลบ ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความผิดหวัง หรือความหวาดกลัว ก็ยังสามารถจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างเข้าใจ
รากฐานของการ เลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี เริ่มต้นจากการสร้างพื้นที่ที่เอื้อให้ลูกได้เปิดเผยความรู้สึกอย่างปลอดภัย ด้วย 5 แนวทางที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางใจให้แข็งแกร่ง ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปรับใช้ในการบ่มเพาะสภาวะอารมณ์ของลูกให้เติบโตอย่างมั่นคง
1. สะท้อนอารมณ์และยอมรับความรู้สึกลูก

หัวใจของการสร้างพื้นฐานอารมณ์ที่ดี คือการทำให้ลูกรับรู้ว่าทุกความรู้สึกเป็นเรื่องธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่ควรทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนอารมณ์ด้วยความเข้าใจ แทนการสั่งให้หยุดความรู้สึกนั้น การสื่อสารให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงสาเหตุของความทุกข์ใจ จะช่วยให้ลูกเท่าทันอารมณ์ตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อความรู้สึกได้รับการระบุชื่อและได้รับการยอมรับจากคนที่ลูกเชื่อใจ พายุอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจะค่อยๆ สงบลง ลูกจะเรียนรู้ว่าอารมณ์ด้านลบไม่ใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่สามารถจัดการและก้าวผ่านไปได้เสมอ
2. สอนลูกระบายอารมณ์อย่างสร้างสรรค์

เด็กแต่ละคนมีวิถีการแสดงออกทางอารมณ์ที่แตกต่างกันไปตามบุคลิกภาพ คุณพ่อคุณแม่ควรแนะนำวิธีระบายความรู้สึกออกมาอย่างสร้างสรรค์ โดยมีขอบเขตคือไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น เช่น แทนที่ลูกจะหงุดหงิดแล้วอาละวาดโวยวาย ลองเอาความรู้สึกนั้นไปเขียนลงสมุดบันทึก วาดรูประบายสี หรือออกไประบายอารมณ์ด้วยการเล่นกีฬาแทนก็ยังได้
3. ฝึกให้ลูกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

การที่ลูกจะเป็นเด็กที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ได้เกิดจากคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยแก้ปัญหาหรือกำจัดอุปสรรคทุกอย่างให้ แต่เกิดจากการที่ลูกรับรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพมากพอที่จะจัดการกับปัญหาและอุปสรรคได้ด้วยตัวเอง
เมื่อลูกเผชิญกับความยากลำบาก คุณพ่อคุณแม่ควรทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ช่วยชี้แนะหาทางออกด้วยตนเองผ่านการตั้งคำถามเชิงบวกให้ลูกได้คิดต่อ การส่งเสริมให้ลูกได้ลองผิดลองถูกจะสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ลูกจะเรียนรู้ว่าความผิดพลาดคือบทเรียนอันมีค่าที่ช่วยให้ลูกเติบโต และกลายเป็นคนที่ไม่ย่อท้อต่อความท้าทายในอนาคต
4. แสดงความรักโดยไม่มีเงื่อนไข

ในวันที่ลูกมีอารมณ์แปรปรวนที่สุด คือช่วงเวลาที่เขาต้องการความเข้าใจมากที่สุด การลงโทษหรือการดุด่าด้วยอารมณ์จะปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้และทำลายความเชื่อใจที่มีต่อคนในครอบครัว
การแสดงออกถึงความรักและความสัมพันธ์แน่นแฟ้นที่มีต่อลูก จะทำให้ลูกรับรู้ว่าตนเองเป็นที่รักและมีคุณค่าเสมอในสายตาคุณพ่อคุณแม่ แม้ในวันที่แสดงพฤติกรรมไม่น่ารักก็ตาม ลูกจะมีพลังใจที่จะพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง
5. เป็นแบบอย่างที่ดี

เด็กเล็กเรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใหญ่มากกว่าคำสั่งสอน คุณพ่อคุณแม่จึงเปรียบเสมือนแม่แบบของการจัดการอารมณ์ หากต้องการให้ลูกมีสภาวะอารมณ์ที่มั่นคง คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องฝึกฝนการควบคุมอารมณ์และแสดงให้ลูกเห็นถึงวิธีรับมือความรู้สึกที่เหมาะสม เช่น เมื่อลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่รับมือกับสถานการณ์ชวนปวดหัวอย่างใจเย็น ลูกก็จะซึมซับและจดจำการแสดงออกของคุณพ่อคุณแม่ไว้ใช้ต่อไป

COMMENTS ARE OFF THIS POST