READING

ลูกสอบตก: พ่อแม่จะดูแลจิตใจลูกยังไงดี?...

ลูกสอบตก: พ่อแม่จะดูแลจิตใจลูกยังไงดี?

ลูกสอบตก

การสอบวัดผลหรือสอบแข่งขันของลูก คนที่ตื่นเต้นและกังวลไม่น้อยไปกว่าลูก ก็คือคุณพ่อคุณแม่ เมื่อถึงวันประกาศผลสอบ บางครอบครัวดีใจ ที่ผลลัพธ์เป็นไปอย่างที่คาดหวัง แต่บางครอบครัวก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อผลสอบไม่เป็นอย่างที่ต้องการ

สิ่งที่ตามมาเมื่อ ลูกสอบตก ไม่ได้ส่งผลกระทบเรื่องผลการเรียนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความรู้สึกกดดันที่ลูกแบกเอาไว้ข้างใน ทำให้ความผิดหวังในวันนั้นมีน้ำหนักมากกว่าที่คุณพ่อคุณแม่อาจมองเห็น ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Pew Research Center ระบุว่า มีเด็กถึง 61 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องแบกรับความกดดันเกี่ยวกับการทำคะแนนสอบให้ดี ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนเลยว่าความกดดันด้านวิชาการ (Academic Pressure) คือปัจจัยความเครียดอันดับ 1 ในใจเด็กยุคนี้ ซึ่งสูงกว่าความกังวลเรื่องรูปลักษณ์หรือการยอมรับจากเพื่อนเกือบเท่าตัว

เมื่อครอบครัวต้องเผชิญสถานการณ์ ลูกสอบตก หรือสอบคัดเลือกไม่ผ่าน สิ่งที่สำคัญอาจไม่ใช่การรีบหาคำตอบว่าลูกทำอะไรผิดพลาด แต่คือการเข้าใจว่าลูกเองก็กำลังรับมือกับความผิดหวังและเสียใจเช่นกัน และนี่เองคือช่วงเวลาสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลความรู้สึกและเยียวยาจิตใจให้ลูกค่อยๆ ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความผิดหวังไปได้อย่างมั่นคง

1. คอยเป็นพื้นที่ปลอดภัยและรับฟังลูกอย่างไม่ตัดสิน

FailedExam_web_1

วันประกาศผลสอบ เป็นวันที่ลูกจะต้องรับมือกับความรู้สึกหลากหลาย ทั้งกดดัน คาดหวัง กังวล กลัวความผิดหวัง กลัวว่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ อาจต้องเห็นภาพเพื่อนหรือเด็กคนอื่นที่สมหวังหรือทำได้ดีกว่า ในขณะที่ตัวเองรู้สึกล้มเหลวหรือแม้แต่โกรธตัวเองที่ทำได้ไม่ดีพอ ความรู้สึกเหล่านี้อาจถาโถมเข้ามาจนลูกตั้งรับไม่ทัน และไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้อย่างไร

สิ่งที่ลูกต้องการจึงไม่ใช่การตำหนิ ต่อว่า หรือพยายามหาเหตุผลว่าทำไมลูกถึงทำไม่ได้ แต่คือการมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ข้างๆ และให้กำลังใจ เพื่อลูกรู้ว่าความรู้สึกของลูกถูกมองเห็น การรับฟังโดยไม่ตัดสินจะช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้ลูกได้

2. แยก ‘ผลสอบ’ ออกจาก ‘คุณค่าของลูก’

FailedExam_web_2

การได้รับความรักและการยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไขจะช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของตัวเองได้อย่างมั่นคง แต่ในทางกลับกัน ลูกที่เติบโตมากับความรักแบบมีเงื่อนไขมักจะกดดันตัวเองสูงและเห็นคุณค่าตัวเองต่ำในระยะยาว โดยเฉพาะในวันที่ผลสอบไม่เป็นอย่างที่หวัง ลูกอาจเผลอคิดว่าคะแนนคือสิ่งที่ใช้บอกว่าตัวเองเก่งหรือไม่เก่ง รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ หรือกลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวัง

คุณพ่อคุณแม่จึงมีบทบาทสำคัญในการค่อยๆ ช่วยให้ลูกแยกสองสิ่งนี้ออกจากกัน ด้วยการย้ำให้ลูกรู้ว่า ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน ลูกก็ยังเป็นลูกคนเดิมที่ถูกรักเหมือนเดิม ความรักไม่ได้เปลี่ยนไปตามคะแนน เมื่อความรู้สึกนี้ชัดเจนขึ้น ลูกจะกล้าลองผิดลองถูก และค่อยๆ ฟื้นตัวจากความผิดพลาดได้ดีขึ้น เพราะไม่ได้มองว่าความล้มเหลวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

3. ชื่นชมที่ความพยายามไม่ใช่ผลลัพธ์

FailedExam_web_3

ในวันที่ผลสอบของลูกไม่เป็นอย่างที่หวัง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เห็นคือผลลัพธ์ แต่จริงๆ แล้วเบื้องหลังตัวเลขนั้นมีความพยายามหลายอย่างซ่อนอยู่ ทั้งความตั้งใจและความพยายามของลูก สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นคนช่วยสะท้อนสิ่งเหล่านี้กลับไปให้ลูกเห็น เพื่อให้ลูกค่อยๆ เปลี่ยนมุมมองจากผลลัพธ์ มาเห็นคุณค่าของความพยายามของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชื่นชมเฉพาะตอนที่ลูกทำได้ดี หรือได้คะแนนสูง ลูกอาจเริ่มรู้สึกว่าความสำเร็จคือสิ่งเดียวที่ทำให้ตัวเองมีคุณค่า และเมื่อทำไม่ได้ตามนั้น ลูกจะกลัวความผิดพลาดมากขึ้น ไม่กล้าลอง ไม่กล้าทำสิ่งใหม่ ดังนั้น การพูดสะท้อนความพยายาม เช่น แม่เห็นว่าลูกตั้งใจอ่านมากขึ้น หรือครั้งนี้ลูกพยายามไม่ยอมแพ้ จะช่วยให้ลูกค่อยๆ มั่นใจในตัวเอง และกล้าเรียนรู้ต่อโดยไม่กลัวความผิดพลาดมากเกินไป

4. สร้างกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

FailedExam_web_4

ความผิดหวังถ้าเก็บไว้ในใจนานเกินไป โดยไม่ได้มีโอกาสคลี่คลาย อาจค่อยๆ กลายเป็นความเครียดสะสมโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ทันสังเกต ดังนั้น หลังจากผ่านช่วงเวลาหนักๆ มาแล้ว ลองชวนลูกออกไปทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ไปกินของอร่อย หรือทำสิ่งที่ลูกชอบจริงๆ เพื่อให้ลูกได้พักจากความกดดันและกลับมาอยู่กับช่วงเวลาสบายๆ บ้าง

 

อ่านบทความ: ลูกเรียนไม่เก่ง: 4 สัญญาณที่บอกว่าลูกอาจมีปัญหาด้านการเรียนรู้
อ้างอิง
pewresearch
เพจตามใจนักจิตวิทยา
starfishlabz

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST