ตลอดปี 2025 มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นรอบตัว ทั้งเหตุการณ์เล็กๆ ไปจนถึงประเด็นใหญ่ระดับสังคมที่ส่งผลต่อความปลอดภัย สุขภาพ และอนาคตของเด็กอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ข่าวต่างๆ ก็ยังเป็นภาพสะท้อนว่าครอบครัวไทยและสังคมโลกกำลังเดินไปทางไหน โดยเฉพาะ ข่าวแม่และเด็ก ที่สังคมเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องสิทธิเด็ก สิ่งแวดล้อม สุขภาพกายใจ ไปจนถึงการปรับตัวของครอบครัวในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
วันนี้เราได้รวบรวม ข่าวแม่และเด็ก ตลอดทั้งปี 2025 เพื่อชวนคุณพ่อคุณแม่ย้อนมองว่า ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เดือนมกราคม — สมรสเท่าเทียม เริ่มมีผลจริงในชีวิตครอบครัวไทย
23 มกราคม 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของสังคมไทย เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ หลังการถกเถียงและเรียกร้องมายาวนาน ข่าวการจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันในหลายพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงภาพสัญลักษณ์ทางสังคม แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของคำว่าครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม
ผลของกฎหมายนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่คู่สมรส แต่ขยายไปถึงสิทธิของเด็กในครอบครัวหลากหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องการรับรองบุตร การตัดสินใจด้านการแพทย์ และความมั่นคงทางกฎหมายในชีวิตประจำวัน เด็กที่เติบโตในครอบครัวเพศเดียวกันเริ่มได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมมากขึ้น
ที่มา: bbc
เดือนกุมภาพันธ์ — ยอดผู้ป่วยโรคหัดในสหรัฐพุ่งสูง CDC เตือนให้ระวังการระบาด
มีรายงานจาก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคหัด (measles) ในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยยอดรวมผู้ป่วยที่ยืนยันในปีนี้เพิ่มจากประมาณ 14 รายเป็นกว่า 90 รายในสัปดาห์เดียว การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการระบาดในเขต Gaines County รัฐเท็กซัส ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานสาธารณสุขในหลายรัฐต้องเร่งติดตามและควบคุมการแพร่เชื้ออย่างใกล้ชิด
โรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในเด็กที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ ความเสี่ยงของการติดเชื้อและการแพร่ระบาดจึงสูงในกลุ่มเยาวชน ข่าวการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ป่วยหัดในสหรัฐจึงกลายเป็นสัญญาณเตือนถึงความสำคัญของ การฉีดวัคซีนป้องกันโรค และการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กตั้งแต่วัยเล็ก นอกจากนั้นยังสะท้อนว่าการเฝ้าระวังและมาตรการป้องกันโรคในชุมชนยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพเด็กอย่างต่อเนื่อง
แม้ตัวเลขผู้ป่วยในบางพื้นที่จะยังเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด แต่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้นทำให้ CDC และหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นออกคำเตือนแก่ครอบครัว โดยเฉพาะผู้ปกครองของเด็กเล็ก ให้ตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีนและเฝ้าระวังอาการที่อาจเข้าข่ายโรคหัด เช่น ไข้สูงขึ้น ไอ น้ำมูก และผื่นแดง เพื่อให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลาในกรณีที่สงสัยติดเชื้อ
ที่มา: reuters
เดือนมีนาคม — กฎหมายไม่ตีเด็ก มีผลบังคับใช้แล้ว
เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการคุ้มครองเด็กในประเทศไทย เมื่อ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2568 ซึ่งระบุไว้ใน มาตรา 1567 การประกาศใช้กฎหมายห้ามตีเด็ก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2568 เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สังคมไทยพยายามขยับจากการเลี้ยงดูแบบใช้การลงโทษ ไปสู่การดูแลเด็กด้วยความเข้าใจและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกมากขึ้น
ก่อนการแก้ไขนี้ กฎหมายเดิมเคยเปิดช่องให้ผู้ปกครองทำโทษบุตรเพื่อสั่งสอนหรือปรับพฤติกรรมได้ แต่คำว่าทำโทษไม่ได้มีขอบเขตชัดเจน ทำให้บางครั้งถูกตีความว่าการตีหรือการทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้
นอกจากนี้องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยยังชี้ว่าแนวทางนี้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และควรจะเกิดควบคู่กับความรู้และการสนับสนุนให้ผู้ปกครองและครูใช้วิธีวินัยเชิงบวกมากขึ้น
ที่มา: ilaw
เดือนเมษายน — สุขภาพแม่และทารก ถูกยกเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก
7 เมษายน 2568 วันอนามัยโลกปีนี้ ทำให้ประเด็นสุขภาพแม่ตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการลดการคลอดก่อนกำหนดและภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด
ข่าวจากองค์การอนามัยโลกช่วยตอกย้ำว่า การดูแลเด็กไม่ได้เริ่มต้นหลังคลอดเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่สุขภาพกายและใจของแม่ตั้งครรภ์ การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการดูแลอย่างต่อเนื่องหลังคลอด ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตเด็กในระยะยาว
ที่มา: who.int
เดือนพฤษภาคม — ครอบครัว Peppa Pig ยินดีต้อนรับ ‘Evie’ สมาชิกคนที่สามอย่างเป็นทางการ
ในช่วงเดือนนี้มีข่าวที่อบอุ่นหัวใจและเป็นที่พูดถึงของเด็กๆ และครอบครัวทั่วโลกคงหนีไม่พ้นข่าวการเติบโตของครอบครัวหมูน้อยจากซีรีส์การ์ตูนยอดนิยม Peppa Pig เมื่อ Mummy Pig จากเรื่องได้ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ของครอบครัวชื่อว่า Evie ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นวันสำคัญสำหรับแฟนคลับของซีรีส์ที่ติดตามมานานกว่า 20 ปี
ข่าวนี้ได้รับการประกาศผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงการออกอากาศสดในรายการ Good Morning Britain ที่เผยภาพครอบครัว Peppa Pig พร้อมบอกเล่าถึงความสุขของ Peppa และ George ในบทบาทพี่ใหญ่ที่ได้ต้อนรับน้องคนใหม่ Evie เข้าสู่บ้านหมูในเรื่อง โดยมีการเปิดเผยว่าชื่อ Evie มาจากชื่อคุณป้าทวดของเธอเอง
และด้วยความนิยมของ Peppa Pig ที่กระจายไปทั่วโลก ข่าวนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริงอีกด้วย
ที่มา: ndtv
เดือนมิถุนายน — Global Day of Parents 2025 วันแห่งการเฉลิมฉลองบทบาทของพ่อแม่ทั่วโลก
ในวันที่ 1 มิถุนายน 2025 สหประชาชาติ (UN) จัดให้เป็น Global Day of Parents หรือ วันพ่อแม่โลก เพื่อให้ทั่วโลกได้ยกย่องบทบาทสำคัญของคุณพ่อคุณแม่ที่ทุ่มเทเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนเติบโต แม้ว่างานนี้จะเป็นวันรำลึกระหว่างประเทศ แต่ก็สร้างแรงสะเทือนทางความคิดให้ครอบครัวในหลายประเทศ พราะพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กถูกย้ำเตือนว่าการเลี้ยงดูเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ เติบโต และได้รับการสนับสนุนจากสังคมอย่างเป็นระบบในทุกยุคสมัย
ในปี 2025 นี้มาในธีม Raising Parents คือแนวคิดที่บอกเราว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่แค่พ่อแม่สอนลูกอย่างเดียว แต่เป็นการเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ชุมชน และสังคม ร่วมกันสร้างเครือข่ายสนับสนุนที่แท้จริง
ที่มา: un.org
เดือนกรกฎาคม — สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กระทบเด็กและการศึกษา
จากเหตุการณ์ปะทะความรุนแรงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชายังคงทวีความรุนแรง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่รวมถึงเด็กและครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้าน โรงเรียนหลายแห่งถูกสั่งปิดชั่วคราว เด็กจำนวนมากต้องหยุดเรียนโดยไม่รู้ว่าจะกลับเข้าสู่ห้องเรียนได้เมื่อไร
เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อเกิดความขัดแย้ง เด็กคือกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านความปลอดภัย การศึกษา และสภาพจิตใจ
ที่มา: bangkokbiznews
เดือนสิงหาคม — งานวิจัยชี้ ‘สารเคมีในที่ทำงานของพ่อแม่’ อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงออทิสติกของลูก
มีงานวิจัยจากสถาบัน UC Davis Health ที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มพ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลที่ชี้ว่าการ สัมผัสสารเคมีบางชนิดในที่ทำงานของพ่อแม่อาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของการพัฒนาการแบบออทิสติก (autism) ในร่างกายของลูก ซึ่งเป็นประเด็นที่สะเทือนใจและชวนให้พ่อแม่ตั้งคำถามว่าสภาพแวดล้อมการทำงานของเราอาจมีผลต่อสุขภาพของลูกหรือไม่
งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากและวิเคราะห์การสัมผัสสารเคมีในกลุ่มพนักงานอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่าพ่อแม่ที่สัมผัสสารเคมีบางชนิด มีแนวโน้มพบว่าเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีพฤติกรรมในสเปกตรัมออทิสติกมากขึ้น นำไปสู่การตั้งคำถามทั้งในระดับครอบครัวและระดับนโยบายว่าเราควรปกป้องผู้ปกครองในวัยทำงานอย่างไร เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงจากที่ทำงาน กลายเป็นความเสี่ยงที่ส่งผ่านสู่คนรุ่นต่อไป
ข่าวนี้ได้รับการวิพากษ์ว่ามิได้ระบุว่าการสัมผัสสารเคมีเป็นสาเหตุโดยตรง แต่เป็นการค้นพบความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ และยังต้องการการศึกษาต่อเนื่องเพื่อยืนยันกลไกที่ชัดเจน ความกังวลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นสุขภาพเด็กไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่บ้านหรือโรงเรียนเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับโลกของพ่อแม่ในที่ทำงานด้วย และการป้องกันตั้งแต่ต้นทางอาจช่วยลดความเสี่ยงให้ลูกในระยะยาว
ที่มา: health.ucdavis.edu
เดือนกันยายน — ถกขยายสิทธิลาคลอด และบทบาทของพ่อในการเลี้ยงลูก
ประเด็นการขยายสิทธิการลาเพื่อดูแลลูก โดยเฉพาะบทบาทของพ่อ ถูกหยิบมาพูดถึงอย่างจริงจังมากขึ้นในเดือนกันยายน ข่าวนี้สะท้อนความเข้าใจใหม่ของสังคมว่า การเลี้ยงลูกไม่ควรเป็นหน้าที่ของแม่เพียงฝ่ายเดียว
งานวิจัยและข้อเสนอเชิงนโยบายถูกนำมาเชื่อมโยงกับพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก ชี้ให้เห็นว่าการมีพ่อมีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตส่งผลต่อความมั่นคงทางใจของลูกอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: world.thaipbs
เดือนตุลาคม — Instagram เตรียมใช้ระบบ PG-13 เพื่อช่วยผู้ปกครองดูแลการใช้งานของเด็ก
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้างคือการประกาศของ Meta บริษัทแม่ของ Instagram เกี่ยวกับการพัฒนาระบบใหม่ในแอปโซเชียลมีเดียยอดนิยม ซึ่งคล้ายกับคำแนะนำอายุ หรือ Age Rating System แบบ PG-13 (Parental Guidance เหมาะสำหรับอายุ 13 ปีขึ้นไป) เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองดูแลการใช้งานของเด็กและเยาวชนได้ชัดเจนมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากหลายประเทศที่เรียกร้องให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสุขภาพจิตและความปลอดภัยของเด็กมากขึ้น แม้ระบบดังกล่าวจะไม่ใช่การห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด แต่ช่วยเปิดบทสนทนาใหม่ระหว่างพ่อแม่กับลูก ว่าการอยู่บนโลกออนไลน์ต้องมาพร้อมการดูแลและขอบเขตที่เหมาะสมตามช่วงวัย
ที่มา: theguardian
เดือนพฤศจิกายน — กทม. เดินหน้าแผนการสอนกลางสำหรับศูนย์เด็กเล็ก
กรุงเทพมหานครประกาศเดินหน้าแผนการสอนกลางสำหรับศูนย์เด็กเล็กในสังกัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลและการเรียนรู้ให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น
ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ในเมือง เพราะศูนย์เด็กเล็กคือพื้นที่ที่เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของชีวิต การมีแนวทางการสอนที่ชัดเจนช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความมั่นใจให้กับครอบครัวได้
ที่มา: thaipbs
เดือนธันวาคม — กฎหมายแรงงาน เพิ่มวันลาคลอดให้แม่เป็น 120 วัน คุณพ่อก็ได้ลาด้วย
ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ของไทยได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ คือการ เพิ่มวันลาคลอดบุตรให้แม่เป็น 120 วัน และยังเปิดสิทธิให้คุณพ่อสามารถลามาช่วยดูแลคุณแม่หลังคลอดได้ถึง 15 วัน พร้อมได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
ก่อนหน้านี้คุณแม่ได้รับสิทธิ์ลาคลอดตามกฎหมายจริงแต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนวันและค่าจ้าง ในขณะที่ครั้งนี้กฎหมายฉบับใหม่ขยายสิทธิเพื่อรองรับการดูแลทั้งเด็กและแม่ให้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในช่วงหลังคลอดที่เด็กต้องการการดูแลใกล้ชิด ทั้งด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การฟื้นฟูร่างกาย และการสร้างสายสัมพันธ์แรกของชีวิต
นอกจากนั้นกฎหมายยังขยายสิทธิลาดูแลลูกป่วยได้อีก 15 วัน พร้อมให้ค่าจ้างบางส่วน และเพิ่มการคุ้มครองให้ลูกจ้างรับสิทธิเหล่านี้ได้อย่างเท่าเทียมไม่ว่าจ้างเหมาบริการหรือสัญญาจ้างประเภทใดก็ตาม ซึ่งสะท้อนแนวคิดใหม่ว่าการทำงานและการดูแลครอบครัวไม่ควรเป็นสิ่งที่ขัดแย้ง แต่ควรสนับสนุนกันอย่างเป็นระบบ เพื่อคุณภาพชีวิตแรงงานและเด็กไทยในระยะยาว
ที่มา: hfocus

COMMENTS ARE OFF THIS POST