ถ้าคุณพ่อคุณแม่เคยใจอ่อนยอมให้ลูกดูจอต่ออีกนิด ทั้งที่เกินเวลาที่ตกลงกันไว้ หรือยอมซื้อของเล่นชิ้นใหม่ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ซื้อ…
บางครั้ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการอยากตามใจลูกเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความรู้สึกลึกๆ ในใจคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่อยากทำให้ลูกผิดหวัง กลัวลูกเสียใจ กลัวลูกจะโกรธ และต่กลัวว่าจะกลายเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีในสายตาลูก
แนวคิดเรื่องการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยน (Gentle Parenting) ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นการเลี้ยงดูที่ทำให้หลายครอบครัวหันมาใส่ใจความรู้สึกของลูก รับฟังอารมณ์ลูก ไม่เลี้ยงลูกด้วยการทำให้กลัวหรือใช้การลงโทษรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน พ่อแม่หลายคนอาจเข้าใจว่าการเลี้ยงลูกอย่างอ่อนโยนหมายถึงการหลีกเลี่ยงการไม่ทำให้ลูกไม่พอใจ ไม่ทำให้ลูกผิดหวัง และ กลัวลูกเสียใจ จนกลายเป็นความรู้สึกผิดเมื่อต้องตั้งขอบเขต ปฏิเสธ หรือขัดแย้งกับลูกด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
แต่ความเป็นจริง การเลี้ยงลูกอย่างอ่อนโยนไม่ได้หมายถึงการทำให้ลูกพอใจตลอดเวลา และไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับทุกชนิด เพราะการเติบโตของเด็กย่อมมาพร้อมกับความผิดหวัง การไม่ได้ดั่งใจ และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับอารมณ์เหล่านั้นให้ได้
แล้วมีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่กลัวการทำให้ลูกผิดหวังและเสียใจมากเกินความพอดี ลองมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ
1. เพราะพ่อแม่จำนวนมากเติบโตมากับการเลี้ยงดูที่เข้มงวดเกินไป

พ่อแม่หลายคนเติบโตมาในครอบครัวที่มีการดุ ตำหนิ ต่อว่า และถูกละเลยทางอารมณ์จนเหมือนเป็นเรื่องปกติ และจดจำความรู้สึกของการถูกทำให้เสียใจได้ดี ทำให้เมื่อมีลูกของตัวเอง จึงพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำให้ลูกรู้สึกเหมือนที่ตัวเองเจอมา
บางคนตั้งใจว่าจะไม่ตะคอก ไม่บังคับ และไม่ขัดใจลูกเด็ดขาด แต่บางครั้ง ความพยายามที่จะไม่เป็นพ่อแม่แบบที่ตัวเองเคยเจอ อาจค่อยๆ กลายเป็นความเครียด กดดัน และรู้สึกผิดทุกครั้งที่ไม่สามารถทำตามความตั้งใจของตัวเองได้
2. เพราะโซเชียลมีเดียทำให้พ่อแม่รู้สึกกดดันตลอดเวลา

ทุกวันนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเรื่องการเลี้ยงลูกได้ตลอดเวลา แม้หลายๆ ทฤษฎีหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะมีประโยชน์ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้มงวดและพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบมากเกินไป ก็กลายเป็นการสร้างความกดดันให้ตัวเองมากขึ้น
โดยเฉพาะคอนเทนต์จำนวนมากพูดถึงการเคารพความรู้สึกของลูก การรับฟังลูก หรือผลกระทบจากบาดแผลในวัยเด็ก จนพ่อแม่บางคนเริ่มกังวลว่า การทำให้ลูกผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ อาจกลายเป็นการทำร้ายจิตใจลูกอย่างรุนแรง ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กยังจำเป็นต้องเรียนรู้ว่า ความผิดหวัง ความไม่พอใจ หรือการไม่ได้ดั่งใจ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และลูกควรจะรับมือกับความรู้สึกเหล่านั้นได้
3. เพราะพ่อแม่ยุคนี้แบกรับความคาดหวังสูงมาก

พ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด ทั้งด้านพัฒนาการ สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ และอนาคต หลายคนจึงกดดันตัวเองอย่างหนัก และพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องที่สุด จนบางครั้งความไม่พอใจของลูกเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้พ่อแม่รู้สึกล้มเหลวได้
4. เพราะหลายคนสับสนระหว่างการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยนกับตามใจลูก

นักจิตวิทยาหลายคนอธิบายว่า การเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยน ไม่ได้หมายถึงการยอมลูกทุกอย่าง หรือพยายามทำให้ลูกอารมณ์ดีตลอดเวลา แต่หมายถึงการรับฟังความรู้สึกของลูก ขณะเดียวกันก็ยังสามารถตั้งขอบเขตที่ชัดเจนได้ เช่น ลูกอาจร้องไห้เพราะอยากเล่นต่อ แต่พ่อแม่ยังคงปิดหน้าจอได้ พร้อมพูดว่า “แม่รู้ว่าลูกยังอยากเล่นอยู่ และลูกกำลังเสียใจ แต่ตอนนี้ถึงเวลานอนแล้ว”
เพราะสิ่งสำคัญกว่าการพยายามไม่ทำให้ลูกรู้สึกผิดหวัง แต่คือการที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยให้ลูกรู้ว่าถึงแม้จะผิดหวัง เสียใจ หรือโกรธ ก็ยังมีคนที่พร้อมอยู่ข้างๆ และช่วยให้เรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์เหล่านั้นได้
5. เพราะพ่อแม่เองก็อาจกำลังเหนื่อยล้าเกินไป

บางครั้งการที่คุณพ่อคุณแม่ยอมให้ลูกทุกอย่าง อาจเกิดจากความเหนื่อยล้าของคุณพ่อคุณแม่เอง เพราะการต้องพยายามจัดการทุกอย่างในชีวิต ต้องรับมือกับเสียงร้องไห้ การต่อต้าน หรืออารมณ์รุนแรงของลูก ก็เป็นเรื่องที่หนักหนามากพอแล้ว
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่จำนวนมากจึงเลือกยอมหรือตามใจให้จบๆ ไป ไม่ใช่เพราะไม่รักลูก หรือไม่อยากสอนลูก แต่เพราะตัวเองแทบไม่เหลือพลังจะรับมือแล้วเช่นกัน
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ลูกไม่ได้ต้องการแค่พ่อแม่ที่ตามใจตลอดเวลา แต่ต้องการพ่อแม่ที่สามารถรับฟังและช่วยให้ลูกเรียนรู้วิธีการรับมือกับความผิดหวังเสียใจ ซึ่งจะกลายเป็นทักษะสำคัญที่จะทำให้ลูกมีความมั่นคงทางอารมณ์ต่อไป

COMMENTS ARE OFF THIS POST