READING

Gentle-ish Parenting : เมื่อใจดีกับลูกมากก็ไม่ได้ ...

Gentle-ish Parenting : เมื่อใจดีกับลูกมากก็ไม่ได้ ดุลูกมากเกินไปก็ไม่ดี

Gentle-ish Parenting

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่รู้ดีว่าการเลี้ยงลูกเชิงบวกส่งผลดีต่อลูกมาก เทคนิคการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยน (Gentle Parenting) จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงลูกที่ได้รับความนิยมจากคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ปัจจุบัน ยังมีเทคนิคการเลี้ยงลูกที่ผสมผสานระหว่างความอ่อนโยนแบบ Gentle Parenting กับความเข้มงวดที่กำลังดีเข้าไว้ด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Gentle-ish Parenting เป็นการเลี้ยงลูกที่เน้นการสร้างพฤติกรรมเชิงบวก แต่อยู่ตรงกลางระหว่างคำว่า ‘ดุ’ และ ‘ใจดี’ ซึ่งเป็นแนวทางการเลี้ยงลูกที่ปรับมาจากหลักการ Gentle Parenting เพื่อให้การเลี้ยงดูมีการกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขที่ชัดเจนมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการเคารพกันและกัน ซึ่งหมายถึงคุณพ่อคุณแม่เคารพในสิทธิ์และการตัดสินใจของลูก ส่วนลูกก็ต้องเคารพกฎระเบียบหรือข้อตกลงของคุณพ่อคุณแม่เช่นเดียวกัน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากนำเทคนิคการเลี้ยงลูกแบบ Gentle-ish Parenting ไปใช้ เราก็รวบรวมแนวทางที่มีประโยชน์และทำตามได้ มาให้ในบทความนี้แล้วค่ะ

1. ให้ความสำคัญกับการยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง

Gentleish_web_1

การเลี้ยงลูกแบบ Gentle-ish คือการเปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองต่อหน้าลูก และยอมรับเมื่อลูกทำเรื่องผิดพลาด เช่น เมื่อคุณพ่อคุณแม่เผลอใช้น้ำเสียงที่ไม่เหมาะสมกับลูก ให้รีบขอโทษลูกด้วยความจริงใจ และพยายามไม่ทำอย่างนั้นอีก, เมื่อลูกทำผิด ควรสอนให้ลูกรู้จักยอมรับผิด ขอโทษ และหาทางแก้ไขให้ดีขึ้นเช่นกัน

2. ตั้งขอบเขต (Boundaries) ที่มั่นคง

Gentleish_web_2

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าการเลี้ยงลูกที่คอยห้ามหรือตีกรอบให้ลูกมากเกินไป เท่ากับการขัดขวางพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก  จึงคิดว่าหากตามใจให้ลูกทำในทุกอย่างที่ต้องการ จะส่งผลดีกับลูกมากกว่า แต่การเป็นพ่อแม่แบบ Gentle-ish Parenting จะไม่ตามใจและไม่ห้ามลูกมากเกินไป แต่จะใช้วิธีกำหนดตั้งขอบเขตที่ชัดเจนและเหมาะสม พร้อมอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เช่น ลูกสามารถเล่นอย่างอิสระได้ภายในขอบเขตเรื่องความปลอดภัย หรือลูกสามารถทำกิจกรรมของตัวเองได้ตามใจชอบแต่ยังอยู่ในขอบเขตของเวลานอนที่เคยตกลงกันไว้

3. ให้ทางเลือกและฝึกการตัดสินใจ

Gentleish_web_3

ชอบมากขึ้น เช่น เปิดโอกาสให้ลูกเลือกว่าอยากทำการบ้านก่อนแล้วค่อยเล่นเกม หรือเล่นเกม 30 นาทีแล้วค่อยมาทำการบ้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดทางเลือกให้จำกัดอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ และให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายอย่างที่ต้องการ เช่น ไม่ได้ให้เลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่เป็นการให้ลูกเลือกลำดับกิจกรรมที่จะทำก่อนหรือหลังแทน

4. จัดการกับอารมณ์ด้วยความเข้าใจ

Gentleish_web_4

คุณพ่อคุณแม่อาจสติแตกเวลาที่ลูกงอแง ดื้อ หรือมีพฤติกรรมต่อต้าน และเผลอตอบโต้ลูกด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้เสียงดัง ใช้ความรุนแรง หรือพฤติกรรมเชิงลบที่ทำร้ายจิตใจลูก

แต่ความจริงแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจกับการเข้าใจธรรมชาติหรือพัฒนาการตามช่วงวัยของลูก ก็พอจะเข้าใจถึงที่มาของพฤติกรรมเหล่านั้นได้ เช่น ลูกอาจร้องไห้งอแงเพราะหิว เหนื่อย หรืออยากได้ความสนใจ ดังนั้น การตอบสนองที่เหมาะสมที่สุดคือปลอบโยนและแสดงความเข้าใจ เช่น บอกลูกว่าแม่รู้ว่าหนูเหนื่อยแล้ว งั้นเรามานั่งพักกันก่อน

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าใจที่มาของอารมณ์และพฤติกรรมของลูกแล้ว ก็จะสามารถหาทางรับมือกับลูกได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงหรือทำพฤติกรรมที่ไม่ดีใส่ลูกเลยล่ะค่ะ

อ้างอิง
parents

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST