หนึ่งในลักษณะเด่นของครอบครัวและวัฒนธรรมแบบเอเชีย คือการให้ความสำคัญกับความกตัญญูและภาระผูกพันทางครอบครัว (family obligation) เด็กๆ จึงมักถูกปลูกฝังเรื่องความกตัญญู การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ และผู้มีพระคุณในชีวิต
แต่เมื่อลักษณะความเป็นอยู่ในสังคมและครอบครัวเปลี่ยนแปลง ค่านิยมและทัศนคติเกี่ยวกับการ สอนลูกให้กตัญญู ต่อพ่อแม่เริ่มถูกพูดถึงในฐานะเครื่องมือและเงื่อนไขที่คนรุ่นใหม่ไม่ได้ยินดีรับไว้อย่างเต็มใจ
แล้วความจริง พ่อแม่จำเป็นต้องสอนลูกเรื่องความกตัญญูหรือไม่ ความกตัญญูที่พอดีเป็นอย่างไร และจะสอนให้ลูกมีความกตัญญู อย่างไรให้ไม่เป็นภาระทั้งด้านความเป็นอยู่และจิตใจของลูกต่อไป
1. สอนลูกจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน

ความกตัญญู สามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การขอบคุณเมื่อได้รับความช่วยเหลือ การใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น และการให้ความเคารพต่อคนรอบตัว เมื่อเด็กเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ยังเล็ก ก็จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อและเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้รับ
นอกจากนี้แนวทางสำคัญในการปลูกฝังความกตัญญูให้ลูกคือการเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น คุณพ่อคุณแม่พูดขอบคุณกันเป็นประจำ ให้และช่วยเหลือกันโดยไม่หวังผลตอบแทน ลูกก็จะซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้ได้
2. ไม่ควรบังคับให้ลูกตอบแทนบุญคุณ

ความกตัญญูควรมาจากความเข้าใจร่วมกันในครอบครัว มากกว่าการกำหนดเงื่อนไข หรือการอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะพ่อแม่เลี้ยงดูลูกมาก่อน ลูกจึงต้องตอบแทน ดังนั้น ควรสื่อสารให้ลูกเข้าใจว่าหากลูกต้องการแสดงความกตัญญูหรือตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ ลูกไม่จำเป็นต้องทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เพราะเพียงแค่ลูกเติบโตอย่างมีความสุข เป็นลูกที่น่ารักของพ่อแม่ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ก็นับเป็นการตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว
3. มีขอบเขตที่เหมาะสม

ขอบเขตที่เหมาะสมของความกตัญญู หมายถึงการหาจุดสมดุลระหว่างการให้คุณค่ากับครอบครัวและการเคารพเสรีภาพของลูก การปลูกฝังความรู้สึกขอบคุณและการให้เกียรติผู้อื่นควรเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่การบังคับหรือสร้างภาระทางจิตใจให้กับลูก เมื่อลูกได้รับการสอนให้เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของความกตัญญู ลูกก็จะสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มใจและเป็นไปตามธรรมชาติอย่างแท้จริง
4. การตอบแทนบุญคุณไม่ใช่หน้าที่ของลูก

ท้ายที่สุดแล้ว ความกตัญญูไม่ได้หมายถึงการเสียสละหรือทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความพอใจของคุณพ่อคุณแม่ และการตอบแทนบุญคุณก็ไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นความความเข้าใจและเต็มใจ ที่เกิดจากการมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูกนั่นเอง

COMMENTS ARE OFF THIS POST