READING

5 วิธีพูดกับเจ้าตัวน้อย ไม่ให้หวาดกลัว COVID-19 มา...

5 วิธีพูดกับเจ้าตัวน้อย ไม่ให้หวาดกลัว COVID-19 มากจนเกินไป

สำหรับสถานการณ์ที่ทุกคนในสังคมกำลังตื่นตัว เพื่อต่างปกป้องตัวเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 คุณพ่อคุณแม่ที่ปกติก็เป็นห่วงเป็นใยสุขภาพร่างกายของลูกน้อยอยู่แล้ว ก็คงจะต้องเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก

แต่ถึงจะคอยดูแลเรื่องสุขภาพกายให้ลูกอย่างดีแค่ไหน ก็ต้องไม่ลืมว่า บรรยากาศที่ตึงเครียดและความแตกตื่นในสังคม อาจจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของลูกน้อยไปด้วยดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยข้อมูลเบื้องต้นที่เด็กๆ ควรรับรู้เกี่ยวกับโรคและการป้องกันตัวเองจากนี้อย่างถูกต้อง และควรเลือกอ่านข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อบอกให้ลูกเข้าใจถึงข้อปฏิบัติและสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เราลองมาดูกันว่าคุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกอย่างไร ที่จะสามารถช่วยให้ลูกไม่มีสติในการป้องกันตัวเองและไม่หวาดกลัวเชื้อไวรัส COVID-19 จนเกินไป

1. พูดคุยกับลูกเกี่ยวกับข้อเท็จจริง

paniccovid19_web_1

คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นว่าโรคนี้คืออะไร แล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกควรรับรู้ อาจลองถามเด็กๆ ว่าเขารู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสนี้อย่างไรบ้าง เข้าใจสถานการณ์นี้มากน้อยแค่ไหน เพื่อดูว่าสิ่งที่เขารับรู้ว่าถูกต้องหรือไม่

ปัจจุบันมีข่าวลือเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคเป็นอย่างมาก ลูกอาจรับรู้เรื่องไม่ถูกต้องที่บอกต่อๆ กันมา ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรกรองข่าวสารและบอกเล่าความจริงให้ลูกฟัง เช่น ถึงแม้จะเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อกันง่าย แต่ก็เป็นโรคที่รักษาได้ และไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแล้วจะเสียชีวิต เพื่อที่ลูกจะได้ไม่ผวากับสถานการณ์นี้มากจนเกินไป

2. ทำให้ลูกมั่นใจว่าการดูแลตัวเองให้ดี จะช่วยปกป้องเขาได้

paniccovid19_web_2

คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นว่าการดูแลตัวเอง เช่น สวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องออกไปในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ไม่เข้าใกล้หรือเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด เป็นการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่จะช่วยให้ลูกมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยจากเชื้อไวรัสได้

3. ปลูกฝังให้ลูกป้องกันตัวเองจาก COVID-19

paniccovid19_web_3

นอกจากเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังควรปลูกฝังให้ลูกใส่ใจการสวมหน้ากากอนามัย และพกเจลล้างมือแอลกอฮอล์ติดตัวไว้ใช้ ไม่ใช้ของร่วมกันกับผู้อื่น เมื่อเวลาไอหรือจามควรใส่ข้อพับข้อศอก หลีกเลี่ยงไปสถานที่มีคนเยอะ และควรงดกิจกรรมที่ต้องพบปะผู้คนออกไปบ้าง

4. ลูกอาจจะกังวลว่าพ่อแม่จะติดเชื้อไวรัส ดังนั้นควรบอกแผนสำรองให้ลูกรับรู้

paniccovid19_web_4

ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่พยายามป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเต็มที่แล้ว แต่เหตุสุดวิสัย เช่น ได้รับเชื้อมาอย่างไม่ทันตั้งตัวก็อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ลูกน้อยตื่นตระหนก ลองวางแผนสำรองและบอกให้ลูกรู้ตัวล่วงหน้า ว่าถ้ามีคนในบ้านเราป่วยหรือได้รับเชื้อ ครอบครัวของเรามีแผนจะปรับตัวอย่างไร เช่น ถ้าคุณแม่ป่วย ลูกจะต้องไปหาหมอเพื่อตรวจว่าตัวเองติดเชื้อหรือไม่ และถ้าลูกแข็งแรงดี ช่วงที่แม่ไม่สบาย คุณยายจะเป็นคนดูแลลูกแทน การทำให้ลูกรู้ว่าคุณมีแผนการรับมือจะช่วยทำให้ลูกสบายใจขึ้นได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมย้ำว่าคุณจะดูแลและป้องกันตัวเองอย่างดีเพื่อลดโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสให้น้อยที่สุด

5. พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

paniccovid19_web_5

ในช่วงที่ไวรัสกำลังระบาดทำให้หลายโรงเรียนต้องปิดชั่วคราว ที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่หลายคนก็อาจจะอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้แล้ว เราก็ควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ลดกิจกรรมที่ต้องแยกย้ายกันไปทำนอกบ้านให้น้อยที่สุดค่ะ

 

 

 

อ้างอิง
weforum

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST