READING

Hurried Child Syndrome ความหวังดีของพ่อแม่อาจเร่งใ...

Hurried Child Syndrome ความหวังดีของพ่อแม่อาจเร่งให้ลูกโตเร็วเกินไป

Hurried Child Syndrome

ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยพยายามเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก ตั้งแต่การเรียนภาษา ดนตรี กีฬา ไปจนถึงกิจกรรมเสริมทักษะต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็นการปูทางสู่อนาคตที่ดี หลายครอบครัวมีตารางชีวิตของลูกแน่นแทบตลอดทั้งสัปดาห์ หลังเลิกเรียนต้องไปเรียนพิเศษ ต่อด้วยกิจกรรมพัฒนาทักษะอื่นๆ จนแทบไม่มีเวลาว่างเหลืออยู่ แม้ทั้งหมดจะเกิดขึ้นจากความรักและความหวังดี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เกิดคำถามว่า การเติบโตที่เร่งรีบเช่นนี้ อาจเป็นการกำลังทำร้ายลูกทางอ้อมอยู่หรือไม่

แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า Hurried Child Syndrome ภาวะที่เด็กถูกเร่งให้เติบโตเร็วเกินกว่าพัฒนาการตามวัย แนวคิดดังกล่าวถูกอธิบายโดย David Elkind นักจิตวิทยาเด็กผู้เขียนหนังสือ The Hurried Child ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ในสังคมสมัยใหม่ เด็กจำนวนมากกำลังถูกคาดหวังให้เรียนรู้ รับผิดชอบ และแข่งขันในระดับที่ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริง วัยเด็กควรเป็นช่วงเวลาของการเล่น การทดลอง และการค่อยๆ เรียนรู้โลกในจังหวะของตัวเอง

เมื่อ Hurried Child Syndrome เกิดขึ้น เด็กอาจไม่ได้เพียงแค่มีตารางชีวิตที่แน่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังอาจต้องรับมือกับความคาดหวังและแรงกดดันที่มากเกินไปสำหรับวัยของพวกเขาอีกด้วย เด็กบางคนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองต้องทำทุกอย่างให้ดี ต้องประสบความสำเร็จ และต้องไม่ทำให้ผู้ใหญ่ผิดหวัง จนบางครั้งความสนุกและความอยากรู้อยากลองตามธรรมชาติของวัยเด็ก ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความกังวล ความเครียด และการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยการแข่งขันตั้งแต่ยังเล็ก

ความคาดหวังของผู้ใหญ่ที่อาจกลายเป็นแรงกดดัน

HurriedChild_web_1

ปัจจัยที่ทำให้เด็กถูกเร่งให้เติบโตเร็วเกินกว่าพัฒนาการตามวัย ก็คือความคาดหวังของผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการวางรากฐานให้ลูกมีอนาคตที่มั่นคง จึงพยายามเข้มงวดกับการเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่เล็ก เช่น อยากให้ลูกอ่านออกเขียนได้เร็ว อยากให้เก่งภาษา หรืออยากให้สอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้ ความคาดหวังเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกครอบครัวย่อมต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่บางครั้ง ความหวังดีที่มากเกินไปอาจกลายเป็นความกดดันสำหรับลูกโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้ลูกต้องยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่มากกว่าความชอบหรือความสนใจของตัวเอง พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

สัญญาณที่อาจบอกว่าลูกกำลังเหนื่อยเกินไป

HurriedChild_web_2

เมื่อชีวิตของลูกเต็มไปด้วยความคาดหวังและตารางกิจกรรมที่อัดแน่น บางครั้งลูกอาจเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างออกมา โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ทันได้สังเกต เช่น เครียดง่ายขึ้น หงุดหงิดบ่อยกว่าปกติ หรือเริ่มกังวลกับเรื่องการเรียนและกิจกรรมต่างๆ มากเกินวัย จากที่เคยสนุกกับการลองอะไรใหม่ๆ อาจเริ่มลังเล ไม่ค่อยกล้าลอง เพราะกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ หรือกลัวว่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง

นอกจากนี้ บางครั้งลูกอาจดูเหมือนโตเร็วเกินวัย พูดจาเหมือนผู้ใหญ่ คิดเรื่องต่างๆ อย่างจริงจัง แต่ลึกๆ แล้วลูกอาจกำลังรู้สึกเหนื่อยอยู่ข้างใน เหนื่อยจากการพยายามทำทุกอย่างให้ดี เหนื่อยจากการต้องตามให้ทันสิ่งที่ผู้ใหญ่คาดหวัง

นักจิตวิทยามักอธิบายว่า ความเครียดของลูกไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มักค่อยๆ สะสมทีละนิดจากหลายๆ เรื่องในชีวิตประจำวัน จนบางครั้งลูกเองก็อาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเหนื่อยมากแค่ไหน เพราะแบบนี้ การหมั่นสังเกตอารมณ์ของลูกในแต่ละวันจึงสำคัญมาก บางครั้งสิ่งที่ลูกต้องการอาจไม่ใช่กิจกรรมใหม่ๆ เพิ่มเติม แต่อาจเป็นเพียงเวลาสบายๆ ได้พัก ได้เล่น หรือได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่แบบไม่ต้องรีบไปไหนต่อเท่านั้นเอง

ผลกระทบต่อพัฒนาการทางอารมณ์ในระยะยาว

HurriedChild_web_3

วัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับการเรียนรู้เรื่องอารมณ์และการสร้างความมั่นใจในตัวเอง เด็กจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการลองผิดลองถูก ได้เผชิญกับความผิดหวังเล็กๆ และค่อยๆ เรียนรู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร

แต่เมื่อชีวิตของเด็กเต็มไปด้วยความคาดหวังและการแข่งขัน เด็กบางคนอาจเริ่มเชื่อว่าคุณค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับความสำเร็จ เมื่อทำได้ดีลูกอาจรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า แต่เมื่อทำผิดพลาด เด็กอาจรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว

ในระยะยาว ความคิดแบบนี้อาจส่งผลต่อความรู้สึกภายในของเด็ก ทำให้บางคนเติบโตมาพร้อมกับความวิตกกังวล ความกลัวความล้มเหลว หรือความรู้สึกว่าตัวเองต้องพยายามตลอดเวลาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับได้

บางครั้งสิ่งที่ลูกต้องการ อาจเป็นเพียงจังหวะชีวิตที่ช้าลง

HurriedChild_web_4

ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจำนวนมากแนะนำว่า วิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะถูกเร่งให้เติบโตเร็วเกินไป ได้คือการชะลอจังหวะชีวิตลงเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องหยุดสนับสนุนการเรียนรู้ของลูก แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างกิจกรรมที่มีโครงสร้างกับเวลาว่างบ้าง เช่น ในชีวิตประจำวันอาจชวนลูกเดินเล่นในสวน การนั่งคุยกันในครอบครัว หรือการเล่นสนุกๆ โดยไม่มีเป้าหมาย อาจเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้เด็กได้รู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยมากกว่ากิจกรรมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

เพราะวัยเด็กเป็นได้ครั้งเดียว

HurriedChild_web_5

หลายครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจเผลอคิดว่า ลูกควรเริ่มเรียนรู้ให้เร็ว ควรเก่งให้ไว หรือควรมีทักษะหลายอย่างตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อจะได้ตามคนอื่นให้ทัน แต่ความจริงแล้ว วัยเด็กคือช่วงเวลาที่สำคัญมากของการเติบโต เพราะเป็นช่วงที่ลูกกำลังค่อยๆ เรียนรู้โลก และสร้างพื้นฐานของตัวเองทั้งในด้านความคิด อารมณ์ และการอยู่ร่วมกับคนอื่น

 

อ่านบทความ: รับมือลูกวัยรุ่น : เตรียมรับมือยังไงในวันที่ต้องปล่อยให้ลูกมีเส้นทางเป็นของตัวเอง
อ้างอิง
parents
newsroom.clevelandclinic

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST