READING

Hybrid Parenting เลี้ยงลูกแบบผสมผสานสไตล์พ่อแม่ Ge...

Hybrid Parenting เลี้ยงลูกแบบผสมผสานสไตล์พ่อแม่ Gen Z

Hybrid Parenting

ผลสำรวจจาก Kiddie Academy ระบุว่า พ่อแม่ Gen Z ร้อยละ 54 ให้ความสำคัญกับการเตรียมลูกให้พร้อมเผชิญโลกความจริง และเชื่อว่าการเลี้ยงลูกโดยเลือกใช้แนวทางใดแนวทางหนึ่ง ไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะเด็กแต่ละคนมีบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน วิธีการเลี้ยงดูที่เหมาะสมจึงย่อมต้องแตกต่างกันตามไปด้วย

นอกจากนั้น แนวทางการเลี้ยงลูกยังเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพสังคม เศรษฐกิจ และเจเนเรชันของพ่อแม่แต่ละรุ่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือพ่อแม่เจนฯ วาย มักตั้งเป้าหมายการเลี้ยงลูกให้มีความสุขกายสบายใจ แนวทางการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยน (Gentle Parenting) ที่เน้นความเห็นอกเห็นใจและสื่อสารกับลูก เลี่ยงการลงโทษ จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบัน พ่อแม่เจนฯ ซี เริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้ลูกรับมือและเผชิญโลกแห่งความจริง ด้วยการยอมรับว่าเด็กแต่ละคนมีลักษณะนิสัยและบุคลิกไม่เหมือนกัน การเลี้ยงลูกตามแนวทางใดแนวทางหนึ่ง จึงไม่ใช่คำตอบของพ่อแม่เจนฯ ซี ที่สนใจการเลี้ยงลูกแบบผสมผสาน หรือ Hybrid Parenting มากกว่า

Hybrid Parenting คืออะไร?

Hybrid_1

การเลี้ยงลูกแบบผสมผสานที่ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกและขอบเขตกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่กำหนด โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ช่วงวัย และพฤติกรรมของลูก

ตัวอย่างเช่น ในสถานการณ์ที่ลูกอยากเรียนรู้ การนำแนวทางเลี้ยงลูกแบบให้อิสระ (Free-Range Parenting) อาจตอบโจทย์ที่สุด หรือในสถานการณ์ที่ลูกแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว การผสมผสานระหว่างการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยน (Gentle Parenting) และการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด (Authoritarian Parenting) ก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยเริ่มจากการเปิดใจรับฟังความรู้สึกและยื่นข้อตกลงให้กับลูก หากลูกไม่ฟังจึงค่อยใช้การออกคำสั่งและลงโทษลูกตามความเหมาะสม

ข้อดีการเลี้ยงลูกแบบผสมผสาน

Hybrid_2

1. ลูกมีทักษะการปรับตัวที่ยืดหยุ่น

การผสมผสานระหว่างการกำหนดกฎเกณฑ์และการให้อิสระกับลูกอย่างสมดุล จะช่วยฝึกให้ลูกมีความยืดหยุ่นทางความคิดและสติปัญญา สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลายได้ดี แม้ในอนาคตโลกจะเปลี่ยนแปลงไวแบบก้าวกระโดด ลูกก็จะสามารถปรับตัวและเติบโตได้เสมอ

2. ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในครอบครัว

หัวใจของการเลี้ยงลูกแบบผสมผสาน คือการเลือกวิธีการเลี้ยงลูกที่สมดุล ไม่สุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่ง ความเชื่อใจที่เกิดขึ้นจากความสมดุลไม่เพียงแต่ช่วยลดความขัดแย้งครอบครัว แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานความผูกพันที่ยั่งยืน ช่วยให้การสื่อสารระหว่างลูกและคุณพ่อคุณแม่เป็นไปอย่างราบรื่น และเต็มไปด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

3. ช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตของทุกคนในบ้าน

Dr. Cynthia Veja แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาคลินิกและสุขภาพจิต อธิบายว่า การเลี้ยงลูกตามแนวทาง Gentle Parenting ในทางปฏิบัติถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระงับอารมณ์ขณะที่ลูกแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักอยู่เสมอ อารมณ์ด้านลบและความเครียดเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ นำไปสู่ ภาวะหมดไฟเลี้ยงลูก ได้มากขึ้น

เช่นเดียวกัน หากคุณพ่อคุณแม่เลือกเฉพาะแนวทางการเลี้ยงดูที่ไม่สนับสนุนสภาพจิตใจและความคิดเห็นของลูก อย่างการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด หรือการเลี้ยง

ลูกแบบเฮลิคอปเตอร์ ก็สามารถนำไปสู่ ภาวะซึมเศร้าในเด็ก ได้เช่นกัน

แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร

Hybrid_3

1. สำรวจนิสัยและพฤติกรรมลูก

เริ่มจากการสังเกตและทำความเข้าใจธรรมชาติของลูกอย่างลึกซึ้ง เพราะเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน การสำรวจนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกผสมผสานแนวทางการเลี้ยงลูกที่ส่งเสริมลูกได้สูงสุด

2. เลือกแนวทางที่ใช่

พิจารณาแนวทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมลูก และเป้าหมายในการเลี้ยงลูกของครอบครัว เช่น ลูกเป็นเด็กซนมาก แต่พ่อแม่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไม่ทำโทษลูก อาจใช้แนวทาง ลงโทษลูกอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจลูก

3. สร้างกฎกติการ่วมกันกับลูก

คุณพ่อคุณแม่สามารถตั้งกติกาที่ลูกทำตามในชีวิตประจำวันได้ เช่น กำหนดเวลาการใช้หน้าจอ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบสำหรับทุกคนในบ้าน ตั้งกฎเกณฑ์และบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับทุกคนในบ้านไม่ใช่เฉพาะลูก การให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑ์ จะช่วยให้ลูกมีวินัยด้วยตัวเอง ไม่รู้สึกถูกบังคับ และรู้สึกว่าเป็นทีมเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ ช่วยลดความขัดแย้งและความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อีกด้วย

อ้างอิง
Motherly
Parents

PITTAYARAT CH.

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

COMMENTS ARE OFF THIS POST