READING

ลูกอยากเป็นคนสำคัญ : 4 วิธีรับมือและปลอบโยนเมื่อลู...

ลูกอยากเป็นคนสำคัญ : 4 วิธีรับมือและปลอบโยนเมื่อลูกไม่ได้เป็นคนสำคัญของห้องเรียน

ลูกอยากเป็นคนสำคัญ

กิจกรรมภายในโรงเรียน คือเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้บทบาทที่สำคัญของตัวเอง เป็นพื้นที่ให้ลูกได้ฝึกฝนความกล้าแสดงออก การรับผิดชอบ การเป็นผู้นำ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น สำหรับเด็กบางคน การได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนเพื่อทำกิจกรรมใดๆ ก็ตามจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่ยังสะท้อนถึงความไว้วางใจที่เพื่อนและคุณครูมีให้ และเป็นการยืนยันว่าลูกเป็นที่มองเห็นและได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างอีกด้วย

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหาก ลูกอยากเป็นคนสำคัญ และได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง แต่ย่อมไม่ใช่ทุกครั้งที่ลูกจะได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นั้น เช่น อาจไม่ได้ถือพานในวันไหว้ครู ไม่ได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ไม่ได้เป็นหัวหน้าห้อง หรือไม่ได้เข้าทีมกีฬาของโรงเรียน แม้ลูกจะตั้งใจเต็มที่และพยายามอย่างมากแล้วก็ตาม

แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรในวันที่ ลูกอยากเป็นคนสำคัญ ของห้องเรียน แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ลองมาหาวิธีรับมือและไม่ทำให้ลูกสูญเสียความมั่นใจในตัวเองกันดีกว่าค่ะ

1. รับฟังลูกด้วยความเข้าใจ

Important_web_1

เมื่อคุณพ่อคุณแม่รับรู้ว่าลูกผิดหวังหรือเสียใจที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนทำกิจกรรมที่โรงเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดพื้นที่ให้ลูกได้เล่าความรู้สึกของตัวเองอย่างเต็มที่ อาจเป็นเพียงการนั่งอยู่ข้างๆ ฟังลูกพูด ไม่จำเป็นต้องรีบปลอบโยนเหมือนเป็นเรื่องใหญ่เกินจริง แต่ไม่ควรบอกปัดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะจะทำให้ลูกที่กำลังผิดหวังยิ่งรู้สึกว่าความต้องการของตัวเองไม่มีค่าและไม่สำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ จึงถูกเร่งให้พยายามก้าวข้ามหรือผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด

2. สะท้อนให้ลูกเห็นว่าคุณค่าของตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นตัวแทน

Important_web_2

คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยคำถามปลายเปิด เช่น ลูกคิดว่าการเป็นตัวแทนห้องดีอย่างไร หรือลูกรู้สึกยังไงกับเพื่อนที่ได้รับเลือก เพื่อให้ลูกได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ และรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ตัดสินความคิดของเขา จากนั้นจึงค่อยๆ สะท้อนให้ลูกเห็นว่าคุณค่าในตัวเองไม่ได้ผูกอยู่กับตำแหน่งหรือคำยกย่องจากคนอื่น ลูกอาจไม่ได้เป็นตัวแทนในวันนี้ แต่ลูกเป็นคนที่มีน้ำใจ เป็นเพื่อนที่ใส่ใจ เป็นคนที่กล้าลอง และมีอีกหลายสิ่งที่มีความหมายไม่แพ้กัน

การย้ำให้ลูกเห็นว่าความสามารถ ความตั้งใจของตัวเองก็มีคุณค่า เป็นการสะท้อนให้ลูกมองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น

3. ช่วยลูกมองเห็นโอกาสในความผิดหวัง

Important_web_3

แม้ลูกจะรู้สึกผิดหวังในการไม่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนห้อง แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้ในการปลูกฝังทัศนคติใหม่ๆ ที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะมองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเอง เช่น ชวนลูกมองย้อนกลับไปที่กระบวนการว่า ลูกได้เรียนรู้อะไรจากการพยายามครั้งนี้บ้าง ลูกรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองกล้าลองไหม หรือ ลูกเห็นจุดไหนที่ตัวเองอาจอยากพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต

การพูดคุยในแนวทางนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องเร่งให้ลูกมองบวก แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ที่ทำให้ลูกเห็นว่าความผิดหวังคือส่วนหนึ่งของการเติบโต และคนที่เก่งไม่ได้หมายถึงคนที่ได้รับเลือกเสมอไป แต่คือคนที่กล้าลอง กล้าเรียนรู้ และกล้าลุกขึ้นใหม่เสมอต่างหาก

4. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักของคุณพ่อคุณแม่ไม่เคยเปลี่ยน

Important_web_4

สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือการทำให้ลูกมั่นใจว่าไม่ว่าโลกภายนอกจะเลือกหรือไม่เลือก ไม่ว่าเพื่อนหรือครูจะมองเห็นหรือมองข้าม คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงเป็นพ่อแม่ที่พร้อมจะอยู่ข้างลูกเสมอ

เมื่อลูกรู้ว่าความรักจากครอบครัวไม่ได้มีเงื่อนไข ความผิดหวังจะกลายเป็นเรื่องที่ลูกกล้ารับมือมากขึ้น และในระยะยาวลูกจะเรียนรู้ว่าการเป็นคนสำคัญหรือเป็นที่ยอมรับในสายตาคนอื่น ไม่ได้มาจากการถูกเลือกเป็นตัวแทน การมีตำแหน่งพิเศษ หรือบทบาทหน้าที่ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่การเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจ มีน้ำใจ มีมนุษยสัมพันธ์ ก็สำคัญต่อการเป็นที่ยอมรับของคนอื่นเช่นกัน

อ่านบทความ: สอนลูกรับมือความผิดหวัง : 4 เทคนิคช่วยลูกวัยอนุบาลรับมือกับความผิดหวัง
อ้างอิง
beckylennox
reddit

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST