READING

4 สัญญาณเสี่ยง ว่าลูกของคุณพ่อคุณแม่อาจกลั่นแกล้งค...

4 สัญญาณเสี่ยง ว่าลูกของคุณพ่อคุณแม่อาจกลั่นแกล้งคนอื่น

กลั่นแกล้ง

ปัญหาเด็กนักเรียน กลั่นแกล้ง กันในโรงเรียนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นทุกปี โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปี 2561 ระบุว่านักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งประมาณ 6 แสนคน หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ และต้นปี  2563 เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ก็ได้เผยผลสำรวจว่ากลุ่มเด็กอายุ 10-15 ปี พบว่ามีเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งมากถึง 91.79 เปอร์เซ็นต์ และกว่า 68.93 เปอร์เซ็นต์ ก็เคยถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนในโรงเรียนมาก่อน

นอกจากคุณพ่อคุณแม่ควรจะระมัดระวังและป้องกันไม่ให้ลูกของตัวเองตกเป็นเหยื่อของ การกลั่นแกล้ง ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กที่ไม่มีพฤติกรรมกลั่นแกล้งคนอื่น ด้วยการหมั่นสังเกตว่าลูกมีพฤติกรรมหรือสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าลูกมีโอกาสที่จะเป็นเด็กที่กลั่นแกล้งและสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหรือเปล่า

แต่พฤติกรรมหรือสัญญาณเตือนที่ว่า จะมีอะไรบ้างนั้น เรารวบรวมมาให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันสังเกตและใส่ใจอย่างใกล้ชิดแล้วค่ะ

นอน

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แต่งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ศึกษาเด็กจำนวน 341 คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ หรือการหายใจที่ผิดปกติขณะยอยหลับ มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในเวลากลางวัน รวมถึงชอบกลั่นแกล้งเพื่อนคนอื่นๆ ในโรงเรียน มากกว่าเด็กปกติทั่วไป โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จึงส่งผลทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้หงุดหงิดง่าย และมีพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในที่สุด 

2. ลูกเป็นเด็กหงุดหงิดง่าย

หงุดหงิด

ถ้าลูกเป็นเด็กหงุดหงิดง่าย และทำอะไรหุนหันพลันแล่น ก็นับเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนว่าลูกมีความเสี่ยงที่จะชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นได้ โดย D. Janell Dietz, EdD อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้กล่าวว่า เด็กที่มีพฤติกรรมชอบรังแกคนอื่นมักจะมีนิสัยหงุดหงิดง่าย ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัยที่บ้านอยู่บ่อยๆ

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองด้วยวิธีที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น เช่น เมื่อลูกรู้สึกหงุดหงิดให้ระบายออกด้วยการออกไปวิ่งเล่นคนเดียว หรือหยิบกระดาษมาวาดระบายความโกรธออกไปก็ยังได้

3. ลูกหมกมุ่นกับการเป็นที่นิยม

นิยม

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกเป็นเด็กที่หมกมุ่นกับการอยากเป็นที่นิยม อยากได้รับการยอมรับ และอยากทำให้ทุกคนชื่นชอบ พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ลูกเลือกที่จะแสดงออกในเชิงกีดกันและต่อต้านเด็กคนอื่นที่แตกต่างและไม่เหมือนกับตัวเอง เป็นต้นเหตุของการกลั่นแกล้งผู้อื่นได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมนี่ได้ด้วยการพูดคุยและถามความต้องการที่แท้จริงของลูก ถามถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนที่โรงเรียน และสอนให้ลูกเข้าใจว่าเขาสามารถเป็นที่รักของทุกคนได้จากการเป็นคนที่ยอมรับความแตกต่างและที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น

4. ลูกชอบโทษคนอื่นเสมอ

โทษคนอื่น

เมื่อลูกรู้สึกผิดหวัง ล้มเหลว หรือทำอะไรผิดพลาด แทนที่ลูกจะพยายามหาทางแก้ไข กลับเลือกที่จะโทษคนอื่น และบ่ายเบี่ยงที่จะยอมรับว่าตัวเองมีส่วนในความผิดนั้น เช่น สอบทำคะแนนไม่ได้ดีโทษเป็นเพราะคุณครูไม่ได้สอน หรือทำของเล่นเสียหายแต่โทษว่าเป็นเพราะเพื่อนคนอื่น

นิสัยชอบโทษคนอื่นเป็นหนึ่งในสัญญาณที่พอจะบอกได้ว่าลูกอาจมีนิสัยชอบกลั่นแกล้งคนอื่น เพราะไม่เคยมองเห็นความผิดพลาดของตัวเอง เข้าใจว่าตัวเองทำถูก และสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองไม่ถูกตำหนิ เมื่อพบว่าลูกมีพฤติกรรมเช่นนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้ลูกลองทบทวนและใช้เหตุผลพิจารณาหาต้นเหตุที่แท้จริง และชื่นชมเมื่อลูกรู้จักยอมรับความผิดพลาดของตัวเองบ้าง

อ้างอิง
justsayyes
parents
everydayhealth
stompoutbullying

Anittha R

หลงรักธรรมชาติของความเป็นเด็ก ชอบดูหนัง ชอบหนังสือนิทาน รักการเลี้ยงต้นไม้ และใฝ่ฝันอยากทำสวนกระบองเพรชที่มีดอกเยอะๆ

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST