พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากเลี้ยงดูให้ลูกมีความสุขที่สุด จนบางครั้งอาจกลายเป็นการตอบสนองลูกด้วยการสปอยล์หรือตามใจลูกมากเกินไป จนกลายเป็นการบ่มเพาะนิสัยเอาแต่ใจให้ลูกทางอ้อม
แพทย์หญิง อริศรา ชีวะพฤกษ์—จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาล BMHH-Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า ฮ่องเต้ซินโดรม (Little Emperor Syndrome) เป็นโรคที่เกิดในเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบปกป้อง ตามใจ มากจนเกินไป โดยไม่ปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะอดทน ผิดหวัง หรือแม้แต่เผชิญความลำบากด้วยตัวเอง และมักจะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคม ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอาจส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตในอนาคต
อาการเบื้องต้นที่สามารถสังเกตได้ คือ อยากได้สิ่งไหนต้องได้สิ่งนั้น หากไม่ได้มักจะอาละวาด มีความอดทนต่ำ ไม่รู้จักรอคอย ไม่ปฏิบัติตามกฎและกติกา ไม่เชื่อฟัง และปรับตัวเข้ากับเด็กคนอื่นได้ยาก
หากปล่อยให้ภาวะ ฮ่องเต้ซินโดรม กลายเป็นนิสัยติดตัวลูกไปจนโต อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถหาทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเอาแต่ใจของลูกได้ ด้วยแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น ต่อไปนี้
1. ฝึกทักษะการรอคอย

คุณพ่อคุณแม่อาจเคยรีบตอบสนองสิ่งที่ลูกต้องการทันที เพราะไม่อยากเห็นลูกร้องไห้งอแง แต่การตอบสนองทันทีทุกครั้งเช่นนี้ทำให้ลูกขาดความอดทน ไม่รู้จักรอคอย คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มจากการใช้คำพูดและกำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน เช่น เมื่อลูกอยากกินขนมตอนที่คุณแม่คุยโทรศัพท์ ให้บอกลูกให้รอคุณแม่ทำธุระสัก 5-10 นาที แล้วจึงค่อยตอบสนองลูกเมื่อครบกำหนดเวลา
การฝึกเช่นนี้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะอดทนรอยคอย และเข้าใจว่าความต้องการของตัวสามารถรอได้ ไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้น
2. กำหนดขอบเขตและกฎเหล็กประจำบ้าน

ฮ่องเต้น้อยมักจะพยายามข้ามเส้นกฎระเบียบเสมอ เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วคุณพ่อคุณแม่จะใจอ่อน การสร้างกฎเหล็กสำหรับทุกคนในบ้านจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ลูกทำตามกฎกติกาได้มากขึ้น โดยเริ่มจากกฎพื้นฐานที่ทุกคนในบ้านต้องปฏิบัติตาม เช่น ไม่เล่นโทรศัพท์ระหว่างทานข้าว เก็บของเข้าที่ทุกครั้งหลังใช้ หากละเมิดกฎจะมีบทลงโทษ แต่ควรการลงโทษที่สร้างสรรค์ เช่น งดทำกิจกรรมที่ชอบชั่วคราว ให้ทำงานบ้านชดเชย เมื่อลูกเห็นว่าทุกคนในบ้านต้องทำตามกฎ ความรู้สึกอยากเอาชนะกฎจะลดน้อยลง
3. มอบหมายงานเพื่อให้ลูกรู้จักหน้าที่

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กกลายเป็นฮ่องเต้ซินโดรมคือการได้รับการบริการจากคนรอบข้างจนเคยชิน คุณพ่อคุณแม่ควรปรับเปลี่ยนบทบาทโดยการมอบหมายงานบ้านที่เหมาะสมตามวัยให้ลูกทำเป็นกิจวัตร เช่น ให้ลูกช่วยคัดแยกเสื้อผ้าที่จะซัก ช่วยรดน้ำต้นไม้ หรือจัดวางช้อนส้อมบนโต๊ะอาหาร
การให้ลูกได้ลงมือทำอะไรด้วยตัวเองจะช่วยให้รู้จักหน้าที่ และเข้าใจว่าทุกคนในบ้านควรช่วยเหลือกัน ทุกคนมีทั้งบทบาทผู้ให้และผู้รับเท่าๆ กัน และยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองให้ลูก (Self-esteem) เมื่อสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จอีกด้วย
4. สอนให้รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เมื่อลูกถูกตามใจจนเคยตัว อาจทำให้ขาดความเห็นอกเห็นใจ ไม่ค่อยนึกถึงความรู้สึกของคนรอบข้างได้ ซึ่งสำหรับเด็กเล็กการพูดอธิบายอาจไม่ได้ผล คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนผ่านสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อลูกแย่งของเล่นจากเพื่อน ให้ถามว่า “ถ้าลูกโดนเพื่อนแย่งของเล่น ลูกจะรู้สึกยังไง” การพูดคุยถึงความรู้สึกบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ และทำให้ลูกรู้จักถนอมน้ำใจคนรอบข้างมากขึ้น และช่วยลดพฤติกรรมการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางได้
5. เป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพผู้อื่น

การพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวด้วยความสุภาพ การควบคุมอารมณ์ตัวเองแม้ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ หรือแม้แต่การแสดงคำขอบคุณต่อพนักงานที่ให้บริการ เป็นวิธีการสอนลูกที่ดีที่สุด เพราะเมื่อลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ให้เกียรติผู้อื่นเสมอ ลูกจะซึมซับและปรับพฤติกรรมตัวเองให้ดีขึ้นตามแบบอย่างที่เห็นเป็นประจำ

COMMENTS ARE OFF THIS POST