READING

คุณแม่วัยทอง เลี้ยงลูกวัยทีน : เมื่อสองวัยว้าวุ่นต...

คุณแม่วัยทอง เลี้ยงลูกวัยทีน : เมื่อสองวัยว้าวุ่นต้องอยู่ร่วมกัน

คุณแม่วัยทอง

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย เช่น  ร่างกายไม่แข็งแรงกระฉับกระเฉง จิตใจก็ไม่ค่อยสดชื่น เหนื่อยล้า หงุดหงิดง่าย และยังรู้สึกสับสนวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่ลูกก็กำลังก้าวเข้าสู่วัยที่ต้องการความเข้าใจ การให้อภัย และการเรียนรู้กับช่วงวัยที่ซับซ้อนทั้งในแง่ของฮอร์โมน ความคิด และอารมณ์ที่ผันผวนไม่ต่างกัน

คุณแม่วัยทอง กับลูกวัยรุ่น จึงเป็นช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างก็อยู่ใน ‘วัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน’ แม้จะเต็มไปด้วยความรักไม่ต่างไปจากเดิม แต่ความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่ไม่มั่นคง ก็สามารถทำให้บ้านที่เคยสงบกลายเป็นพื้นที่แห่งความตึงเครียดได้โดยไม่ตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่าง คุณแม่วัยทอง กับลูกวัยทีน ไม่จำเป็นต้องเลวร้ายเสมอไป หากทั้งสองพยายามเข้าใจธรรมชาติของกันและกัน ปรับตัว ปรับวิธีคิด และหาวิธีสื่อสารให้เต็มไปด้วยความเข้าใจ คุณแม่กับคุณลูกก็พร้อมจะผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตไปด้วยกันแล้วล่ะค่ะ

1. รับฟังลูกด้วยหัวใจ มากกว่าคำพูด

MenopauseTeen_web_1

ลูกวัยรุ่นกำลังเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่ได้ต้องการคำสอนจากคุณพ่อคุณแม่ไปทุกเรื่อง และบ่อยครั้งที่ลูกไม่ได้ต้องการคำแนะนำ หรือการชี้ถูกผิดในทันที แต่กลับต้องการแค่การรับฟังด้วยความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น

เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจต้องรับบทเป็นผู้ฟังมากกว่าผู้แนะนำ ไม่ด่วนเสนอทางออก หรือไม่รีบตัดสินความรู้สึกของลูก เช่น เมื่อได้ยินลูกบ่นว่า “ไม่อยากไปโรงเรียนเลย” แทนที่จะรีบตอบว่า “หน้าที่ของลูกคือการเป็นนักเรียน ก็เรียนไปเถอะ” ลองเปลี่ยนเป็นเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดได้เล่าสิ่งที่พบเจอ ได้อธิบายความคิดความรู้สึก ด้วยการบอกว่า ถ้าลูกเจออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ลองเล่าให้คุณแม่ฟังได้ ประโยคแบบนี้ไม่เพียงแค่เปิดพื้นที่ให้ลูกพูดมากขึ้น แต่ยังช่วยให้ลูกรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นฝ่ายที่พร้อมจะเข้าอกเข้าใจลูกมากที่สุดในช่วงเวลานี้

2. แบ่งปันความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่อย่างจริงใจ

MenopauseTeen_web_2

คุณแม่วัยทองอาจมีแนวโน้มเก็บความรู้สึกเหนื่อย ท้อ หรือพยายามเก็บความเศร้าไว้กับตัวเอง เพราะไม่อยากให้บรรยากาศในบ้านไม่ดี ไม่อยากทำให้ลูกเป็นกังวล แต่การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา การยอมรับว่าคุณแม่เองก็อยู่ในช่วงที่ร่างกายเปลี่ยนไป บางวันรู้สึกไม่ค่อยมั่นคง แต่คุณแม่ยังรักลูกเหมือนเดิม เป็นวิธีที่ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกัน

เพราะลูกวัยรุ่นไม่ได้ต้องการให้คุณพ่อคุณแม่แข็งแกร่งตลอดเวลา ในทางตรงกันข้าม การที่ลูกได้เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ก็มีความรู้สึก และกำลังเรียนรู้ที่จะปรับตัวเช่นกัน จะช่วยให้ลูกมองเห็นแบบอย่างของความกล้าหาญในการยอมรับความเปลี่ยนแปลง และความจริงใจในการสื่อสารความรู้สึกอีกด้วย

Dr. Louise Newson แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัยทอง แนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดใจพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในช่วงวัยทอง ไม่ใช่เพื่อให้ลูกเข้าใจทันทีหรือรับผิดชอบความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ แต่เพื่อให้ลูกได้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ และการจัดการอารมณ์ก็เป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้เหมือนกันทุกวัย อาจลองเริ่มต้นบทสนทนาด้วยภาษาง่ายๆ อย่างเช่น “ช่วงนี้คุณแม่อาจจะดูเหนื่อยง่ายไปบ้าง หรืออารมณ์ไม่แน่นอน เพราะร่างกายกำลังเปลี่ยนเหมือนที่ลูกเองก็กำลังเปลี่ยน” หรือ “แม่อาจจะดูไม่เหมือนเดิมช่วงนี้ แต่แม่ยังรักลูกเหมือนเดิมทุกวัน”

3. ไม่จำเป็นต้องชนะในทุกการโต้แย้ง

MenopauseTeen_web_3

ลูกวัยรุ่นอาจต่อต้านหรือแสดงความคิดที่ขัดแย้งกับคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางความคิด แต่บ่อยครั้ง ความขัดแย้งเหล่านี้กลายเป็นการแข่งขันว่าใครจะถูก มากกว่าการพยายามเข้าใจซึ่งกันและกัน

คุณพ่อคุณแม่อาจต้องยอมรับว่า การเป็นผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องชนะในทุกการถกเถียง การฟังมุมมองของลูกโดยไม่ยึดติดกับการเอาชนะ ไม่เพียงช่วยลดความตึงเครียดในบ้าน แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อลูกในฐานะบุคคลคนหนึ่งที่มีเหตุผลของตนเองอีกด้วย

4. ให้พื้นที่กับลูกอย่างเหมาะสม

MenopauseTeen_web_4

ลูกวัยรุ่นมักต้องการพื้นที่ส่วนตัว ต้องการมีอิสระในบางเรื่อง และไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปจัดแจงกับชีวิตในทุกแง่มุม แต่คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถให้อิสระกับลูกในขณะที่ยังคงเป็นผู้สนับสนุนที่ดีได้ในเวลาเดียวกัน เช่น หากลูกไม่อยากเล่าเรื่องที่โรงเรียน ก็ไม่ควรบังคับให้พูด แต่สามารถบอกว่า “ถ้าลูกอยากเล่าเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่ยินดีฟังเสมอ” การเปิดพื้นที่แบบนี้จะทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกควบคุม และรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่พร้อมอยู่ตรงนั้นในเวลาที่ต้องการ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่วัยทองและลูกวัยทีนต่างฝ่ายต่างยอมถอยคนละก้าว พยายามเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน และกล้าที่จะสื่อสารกันด้วยความอ่อนโยน ความสัมพันธ์ในบ้านจะค่อยๆ กลับมาอบอุ่นและมั่นคงอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบในทุกวัน แค่เป็นบ้านที่ทุกคนรู้สึกว่าปลอดภัยที่จะเป็นตัวเองก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

อ่านบทความ: ลูกวัยรุ่น : วิธีเตรียมตัวเป็น (ว่าที่) คุณพ่อคุณแม่ลูกวัยรุ่นแบบแฮปปี้กันทั้งครอบครัว
อ้างอิง
mymenopausecentre
counselling-directory.org.uk
drlouisenewson.co.uk
starfishlabz

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST