READING

สุขภาพจิตเด็ก : 4 อันดับปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก กับ ...

สุขภาพจิตเด็ก : 4 อันดับปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก กับ 4 วิธีเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตดี

สุขภาพจิตเด็ก

ถึงแม้ว่าเด็กรุ่นใหม่จะเกิดมาพร้อมกับความเจริญทางเทคโนโลยีที่ทำให้ใช้ชีวิตสะดวกสบายและง่ายดายมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในแง่การดำรงชีวิต เด็กๆ ก็ต้องเติบโตท่ามกลางการแข่งขัน ความกดดัน การฉกฉวยโอกาส หรือสิ่งเร้าที่เป็นอันตราย เช่น การโอ้อวดภาพลักษณ์ในโลกออนไลน์ การเปรียบเทียบ และการคุกคาม  ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและสภาพจิตใจของเด็กอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น นอกจากความแข็งแรงทางสุขภาพร่างกายแล้ว พ่อแม่ยุคใหม่ จึงควรให้ความสำคัญการเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตที่แข็งแรงพอสำหรับโลกในปัจจุบันอีกด้วย

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ปัญหา สุขภาพจิตเด็ก มีความรุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาสุขภาพจิตคิดเป็นร้อยละ 16 ของปัญหาสุขภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเด็ก นอกจากนี้ รายงานจาก Unicef ยังระบุว่า ประมาณ 1 ใน 7 ของเด็กไทยที่มีอายุตั้งแต่ 10-19 ปี ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตเช่นกัน

ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหา สุขภาพจิตเด็ก เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม

4 อันดับปัญหาสุขภาพจิตในเด็กที่พบมากที่สุด

MentalHealth_web_1

1. ภาวะเครียดและวิตกกังวล (Stress and Anxiety Disorders) อัตราสูงถึงร้อยละ 16.1 จากผลสำรวจประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2023 โดยสาเหตุหลักมาจากความกดดันในการเรียน ส่งผลให้เด็กเกิดความวิตกกังวลแทบทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน กลัวการเข้าสังคม ซึ่งบางครั้งอาจแสดงอาการทางกายภาพร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง หรืดแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง

2. โรคซึมเศร้า (Depression) จากสถิติกรมสุขภาพจิต มีเด็กและวัยรุ่นไทยกว่าร้อยละ 10.86 และร้อยละ 8.4 ในสหรัฐอเมริกาเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า โดยเด็กๆ กลุ่มนี้มักจะเก็บตัว แยกตัวออกจากเพื่อนหรือกิจกรรมที่เคยชอบทำ รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ และมักมีปัญหาด้านการนอนหลับและการกินที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในบางรายที่รุนแรงมีการทำร้ายตัวเอง

3. โรคสมาธิสั้น (Attention-deficit Hyperactivity Disorder – ADHD) เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทและพัฒนาการ อาการหลักที่สังเกตได้ง่าย คืออยู่ไม่นิ่ง ซุกซนวอกแวกง่าย ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน และมักขยับร่างกายอยู่ตลอดเวลา

4. พฤติกรรมเกเรรุนแรง (Conduct Disorders) พบมากในวัยรุ่น ซึ่งสาเหตุหลักมักมาจากสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว เช่น ถูกว่ากล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรง ผู้ปกครองทะเลาะกันบ่อย หรือขาดความอบอุ่นในครอบครัว ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ มีพฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้าน

4 วิธีเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตดีตั้งแต่ยังเด็ก

1. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อความรู้สึกลูก

MentalHealth_web_2

ความรู้สึกปลอดภัยและการได้รับความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขจากคุณพ่อคุณแม่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดของการมีสุขภาพจิตที่ดีของลูก การให้ความสำคัญกับเวลาคุณภาพ เช่น คุยกันระหว่างทานมื้อเย็น หรือหากิจกรรมทำร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางอารมณ์ให้ลูก และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในครอบครัว

นอกจากนี้ วิธีการตอบสนองต่ออารมณ์ลูกก็สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อลูกแสดงอารมณ์โกรธ เศร้า หรือกังวล คุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังและตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจแทนการตำหนิ เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าทุกอารมณ์เป็นเรื่องปกติ ที่คุณพ่อคุณแม่พร้อมจะรับฟังและอยู่เคียงข้างเสมอ

2. สอนทักษะจัดการอารมณ์ (Emotional Regulation)

MentalHealth_web_3

อารมณ์ด้านลบ เช่น ความโกรธ เสียใจ หรือผิดหวัง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่วิธีจัดการและรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นต่างหาก ที่ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่มีสุขภาพจิตดีกับคนที่ไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้

สิ่งสำคัญก็คือ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักกับอารมณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมีความสุข ดีใจ หรืออารมณ์โกรธ เศร้า ผิดหวัง และสอนวิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับวัย เช่น เมื่อดีใจ ลูกอาจจะอยากกระโดดหรือวิ่งเข้าใส่ใครสักคน แต่จะดีกว่าไหม หากลูกสามารถรอเวลาที่เหมาะสม หรือเปลี่ยนจากการกระโดดเป็นเดินเข้าไปกอดเฉยๆ และหากลูกรู้สึกโกรธ แทนที่จะรีบตะโกนโวยวาย ลองหายใจเข้าลึกๆ และนับ 1-20 หรือเมื่อรู้สึกเครียด ให้ลองวาดรูประบายสี สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกมีเครื่องมือที่หลากหลายในการในการจัดการความรู้สึกต่างๆ ของตัวเอง

3. ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาและความยืดหยุ่น

MentalHealth_web_4

การพยายามปกป้องลูกจากปัญหาและความล้มเหลว อาจทำให้ลูกขาดความยืดหยุ่นทางจิตใจ คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกเผชิญหน้ากับปัญหาตามวัย และฝึกให้ลูกลองคิดวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แทนที่จะรีบยื่นมือเข้าช่วยลูกทันที

การสนับสนุนให้ลูกรู้จักคิดและลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง และพัฒนาความยืดหยุ่นทางจิตใจ ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ลูกมีจิตใจแข็งแกร่ง แม้ล้มก็พร้อมลุกขึ้นสู้ใหม่เสมอ

4. ส่งเสริมให้ลูกเข้าใจความสำคัญของการพัก

MentalHealth_web_5

แม้การเรียนและกิจกรรมพัฒนาทักษะต่างๆ จะสำคัญ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการดูแลตัวเอง ทั้งสุขภาพร่างกายภายนอกและสุขภาพจิตภายใน

คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการแบ่งเวลาเสริมทักษะ และเวลาอิสระที่จะปล่อยให้ลูกได้เล่น ได้พักผ่อนอย่างชัดเจน จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และมีทักษะการสร้างสมดุลเวลาที่ดีตั้งแต่เด็ก

อ้างอิง
WHO
Unicef
NCBI
CDC
RACGP

PITTAYARAT CH.

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST