คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่าการปล่อยให้ลูกกินข้าวไปด้วย เล่นโทรศัพท์หรือดูแท็บเล็ตไปด้วย จะส่งผลทำให้ลูกมีสุขภาพและพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีในระยะยาวได้
การสอนให้ลูกกินอย่างมีสติ หรือ Mindful Eating เป็นแนวคิดของ Dr. Jon Kabat-Zin นักวิจัยหนึ่งในผู้ก่อตั้งโปรแกรมการฝึกสติ (Mindfulness-Based Stress Reduction หรือ MBSR) ที่มุ่งเน้นการฝึกสติเพื่อจัดการความเครียดและปัญหาสุขภาพต่างๆ และหนึ่งในนั้นคือทฤษฎีการกินอย่างมีสติ
Mindful Eating หรือการกินอย่างมีสติ คือ การกินอาหารด้วยความตั้งใจและมีสมาธิในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกอาหาร การสัมผัสรสชาติ การรับรู้ถึงคุณค่าสารอาหาร และฟังสัญญาณจากร่างกายตัวเองว่ากำลังหิวหรือกำลังอิ่มแค่ไหน โดยไม่ทำกิจกรรมอื่นไปด้วย
ดังนั้น การฝึกให้ลูกกินอย่างมีสติ จึงมีข้อดีหลายประการ ดังนี้
1. ช่วยให้ลูกรู้จักฟังร่างกายและควบคุมการกินได้ดีขึ้น

เมื่อสอนให้ลูกกินอย่างมีสติ ลูกจะได้เรียนรู้การฟังสัญญาณจากร่างกายว่าเมื่อไหร่ที่รู้สึกหิว และเมื่อไหร่ที่เริ่มอิ่ม การรู้สัญญาณนี้จะช่วยให้ลูกสามารถควบคุมปริมาณอาหารที่ลูกกินได้ดี ไม่กินมากหรือน้อยเกินไป ป้องกันปัญหาน้ำหนักเกินหรือการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในระยะยาวได้
2. ส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้แข็งแรง

การฝึกกินอาหารอย่างมีสติจะช่วยให้ลูกโฟกัสกับการกินอาหารแต่ละมื้อได้มากขึ้น กินช้าลง และเคี้ยวอาหารแต่ละคำละเอียดขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการกินที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ ทำให้ลูกได้รับประโยชน์จากมื้ออาหารสูงสุดและมีพลังงานเพียงพอตลอดวัน
3. พัฒนานิสัยการกินที่ดีแบบยั่งยืน

ทฤษฎี Mindful Eating ไม่ใช่แค่การสอนให้ลูกกินอาหารที่ดี แต่เป็นการปลูกฝังความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับร่างกายของตัวเองอย่างลึกซึ้ง สอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะใส่ใจกับสัญญาณความหิวและความอิ่มของตัวเอง ทำให้สามารถเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์ได้จากความเข้าใจของตัวเอง ไม่ใช่แค่ถูกสั่งห้ามหรือหลอกด้วยความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการกินตั้งแต่ต้น
4. เพิ่มความสุขและสุนทรีย์ในการกิน

เมื่อลูกได้โฟกัสกับการกินเพียงอย่างเดียว เขาจะได้สัมผัสรสชาติและประสบการณ์การกินอาหารอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่การกินเพื่อให้อิ่ม แต่เป็นการดื่มด่ำกับรสชาติ กลิ่น และสัมผัสของอาหาร ทำให้ลูกมีความสุขกับการกินอาหารและรู้รสชาติโปรดของตัวเองมากขึ้น
5. พัฒนาสมาธิและความจดจ่อในการทำกิจกรรมอื่นๆ

การฝึก Mindful Eating ไม่ได้เป็นเพียงแค่การกินเท่านั้น แต่เป็นการฝึกสมาธิและความจดจ่อ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน เมื่อลูกฝึกที่จะจดจ่อกับรสชาติ กลิ่น และสัมผัสของอาหาร ลูกจะเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิดและอารมณ์ของตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาสมาธิ

COMMENTS ARE OFF THIS POST