READING

ความสุขของการเป็นแม่ : คุณแม่มีความสุขกับการเป็นแม...

ความสุขของการเป็นแม่ : คุณแม่มีความสุขกับการเป็นแม่มากกว่าที่คิด ?!

ความสุขของการเป็นแม่

ในโซเชียลมีเดีย หลายคนอาจจะคุ้นเคยภาพคุณแม่มือใหม่ส่วนมากนำเสนอชีวิตการเลี้ยงลูกในมุมที่ยากลำบาก เครียด และเหน็ดเหนื่อย ภาพที่เห็นมักเน้นย้ำให้เห็นความทุกข์และภาระทางใจจนเกิดเป็นค่านิยมความกลัวการเป็นแม่ในกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่

แต่ในทางตรงข้าม ผลสำรวจล่าสุดจาก Peanut—แอปพลิเคชั่นที่รวมผู้หญิงในช่วงการมีบุตรยาก ตั้งครรภ์ กำลังเป็นคุณแม่ ไปจนถึงคุณแม่วัยหมดประจำเดือน กว่า 5,000 คนที่ตอบแบบสอบถาม ปรากฏว่ามีถึง 84 เปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกว่า คอนเทนต์เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่เห็นนั้นไม่ได้สะท้อนชีวิตจริงของการเป็นพ่อแม่เลย และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ 91 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่บอกว่า พวกเธอได้สัมผัส ความสุขของการเป็นแม่ และความรู้สึกเติมเต็มมากกว่าที่เคยคิดไว้ก่อนมีลูก และคุณแม่ 81 เปอร์เซ็นต์ก็เห็นตรงกันว่า โลกควรพูดถึงด้านบวกและความสุขของการเป็นแม่ให้มากกว่านี้

Beth Ann Mayer ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับผลสำรวจนี้บอกว่า ถ้าเธอได้ร่วมตอบแบบสำรวจนี้ ก็คงเลือกคำตอบไม่ต่างจากคุณแม่คนอื่นๆ เพราะจากประสบการณ์ตรงของเธอ ทำให้เธอเข้าใจว่า ความสุขของการเป็นแม่ ในชีวิตจริง ไม่ได้ห่างไกลจากชีวิตประจำวันอย่างที่ภาพในโซเชียลฯ ทำให้เราเข้าใจ และถึงเวลาที่เรื่องเล่าของการเป็นพ่อแม่ควรถูกเล่าใหม่ให้สมดุลและใกล้เคียงความจริงมากขึ้น

JoyofMotherhood_1

แบบสำรวจของ Peanut เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่อยากเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องความเป็นพ่อแม่ให้มีมิติและใกล้กับชีวิตจริงมากขึ้น มีคลิปวิดีโอหนึ่งเล่าเรื่องด้วยคำอธิบายความเป็นแม่หลายคำ ทั้งน่าทึ่ง เหนื่อย ท้าทาย สวยงาม และซับซ้อน ก่อนจะพาเราไปเจอกับพาดหัวข่าวมากมายที่พูดถึงความเครียดและแรงกดดันของพ่อแม่ ตั้งแต่อัตราการเกิดที่ลดลง ภาระทางใจที่มองไม่เห็น ไปจนถึงคำเตือนด้านสุขภาพจิตของพ่อแม่จากศัลยแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ ในปี 2024

แล้วจู่ๆ โทนของเรื่องก็เปลี่ยนไป ภาพกลายเป็นช่วงเวลาที่เงียบ อบอุ่น และธรรมดามาก แม่ให้นมลูก กอดกันบนเตียง หัวเราะกันบนโต๊ะอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า ความสุขของคุณแม่ส่วนใหญ่มักไม่ได้มาจากโมเมนต์ใหญ่โตหรือหรูหรา แต่มาจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การกอดลูกตอนเช้า เสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นเอง หรือการได้นั่งดูว่าลูกทำอะไรใหม่ๆ ได้สำเร็จ

การเปลี่ยนแปลงของเรื่องเล่าการเลี้ยงลูก

JoyofMotherhood_2

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน คอนเทนต์การเป็นแม่เต็มไปด้วยภาพชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบ บ้านอบอุ่น เด็กแต่งตัวน่ารัก คุณแม่ผิวดี นั่งอ่านหนังสือริมหน้าต่าง ทุกอย่างดูพร้อมไปหมด ซึ่งถ้านั่นคือชีวิตจริงของใคร ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

แต่สำหรับหลายคน ภาพแบบนั้นกลับทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ พอเข้าสู่ยุค 2020 โดยเฉพาะช่วงโควิด เรื่องเล่าก็เหวี่ยงไปอีกด้าน โซเชียลฯ เริ่มพูดถึงความเหนื่อยล้า ความไม่สมบูรณ์แบบ และภาระที่พ่อแม่แบกอยู่เงียบๆ มานาน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริงและควรถูกพูดถึงอยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาคือ เรื่องเล่าหลักที่ดังที่สุดกลับกลายเป็นความคิดว่า การเป็นแม่มันหนักขนาดนี้ อาจไม่คุ้มก็ได้

การโอบรับด้านบวกของความเป็นแม่

JoyofMotherhood_3

ผู้เขียนเล่าว่า ก่อนจะมีลูกในปี 2019 แม้โซเชียลจะยังเต็มไปด้วยภาพด้านดีของการเป็นพ่อแม่ แต่คนรอบตัวกลับเตือนซ้ำๆ ว่าการมีลูกทำให้ชีวิตไม่เหมือนเดิม ไม่มีเวลา ไม่มีอิสระ จนเธอเริ่มลังเล ทั้งที่จริงๆ แล้วเธออยากเป็นทั้งนักเขียนและแม่มาตลอดชีวิต

แต่เมื่อได้เป็นแม่จริงๆ เธอกลับพบว่าชีวิตไม่ได้แย่อย่างที่ใครพูด งานไม่ได้หาย ร่างกายไม่ได้พัง และอิสรภาพก็ไม่ได้ถูกขโมยไป หลังมีลูก เธอลาออกจากงานประจำ แล้วหันมาเขียนหนังสือเต็มตัว กำลังจะวิ่งมาราธอนครั้งที่ห้าในชีวิต และเป็นครั้งที่สองในฐานะแม่ที่ยังให้นมลูกอยู่ด้วย ชีวิตอาจเงียบลง ดื่มน้อยลง แต่กลับรู้สึกว่ามีความหมายมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาเล็กๆ ในบ้าน ตั้งแต่การสอนลูกใส่รองเท้า เสียงหัวเราะของลูก ไปจนถึงการได้นั่งฟังลูกคุยกันบนเบาะหลังรถระหว่างทางกลับบ้าน

การเลี้ยงลูกยังยาก และไม่เหมาะกับทุกคน

JoyofMotherhood_4

Peanut เองก็ย้ำชัดว่าการเป็นแม่ยังคงยากและไม่ใช่คำตอบของทุกคน โดยเฉพาะในโลกหลัง Roe v Wade คดีสำคัญของศาลสูงสหรัฐฯ ปี 1973 ที่เคยรับรองสิทธิการทำแท้งของผู้หญิงในอเมริกา ซึ่งถูกยกเลิกไปในปัจจุบัน ผู้เขียนยอมรับว่า เธอโชคดีที่อยู่ในรัฐที่ยังมีอิสระในการตัดสินใจ แต่คำว่าโชคดีไม่ควรถูกใช้กับสิทธิขั้นพื้นฐานแบบนี้

ขณะเดียวกัน คนที่ไม่อยากมีลูกก็ไม่ผิด เพราะการเป็นแม่ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต และการเอาความหมายทั้งหมดไปผูกไว้กับลูกก็อาจเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับเด็ก

นอกจากนี้ สังคมยังมองการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากเกินไป ทั้งที่มันควรเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายลาคลอด ระบบดูแลเด็ก หรือโครงสร้างการทำงานที่เข้าใจชีวิตพ่อแม่ เพราะจากผลสำรวจเดียวกัน มีคุณแม่ถึง 89 เปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกว่าระบบสนับสนุนในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ

 

อ่านบทความ: ลูกไม่มีความสุข : 5 เหตุผลที่พ่อแม่ต้องยอมเห็นลูกไม่มีความสุขบ้าง
อ้างอิง
parents

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST