Over-Directing Parent : พ่อแม่จอมบงการอาจทำลูก EF พัง!

Over-Directing Parent

ความสำเร็จของลูกคือหนึ่งในเป้าหมายการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ทุกคนจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกเติบโตบนเส้นทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อม ส่งเสริม คอยให้ความช่วยเหลือลูกให้มากที่สุด รวมถึงการช่วยตัดสินใจทุกอย่างแทนลูก จนทำให้บทบาทของพ่อแม่ค่อยๆ เปลี่ยนจากผู้สนับสนุนกลายเป็น ‘ผู้บงการ’ หรือกำกับชีวิตลูก

พฤติกรรมลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่เรียกว่า Over-Directing Parent หรือคุณพ่อคุณแม่ที่คอยกำกับ ควบคุม และตัดสินใจแทนลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนชีวิต สั่งการทุกขั้นตอน รีบเข้าไปแก้ปัญหา หรือเลือกคำตอบให้ลูกตั้งแต่ยังไม่ได้มีโอกาสคิดเอง แม้จะเป็นพฤติกรรมที่มาจากความรักและหวังดี แต่การเลี้ยงดูเช่นนี้ก็อาจทำให้ลูกพลาดโอกาสในการฝึกคิด ตัดสินใจ และเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองได้

ที่สำคัญก็คือ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีพฤติกรรมเป็นพ่อแม่จอมบงการหรือ Over-Directing Parent ก็อาจทำให้การเลี้ยงดูที่เต็มไปด้วยความหวังดีกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา Executive Functions (EF) หรือทักษะสมองด้านการคิด วางแผน ควบคุมตนเอง และแก้ปัญหาของลูกอีกด้วย

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทบทวนแนวทางและวิธีการเลี้ยงดูของตัวเองว่าเข้าข่ายเป็นพ่อแม่จอมบงการหรือไม่ เรารวบรวม 4 ลักษณะพฤติกรรมที่บอกว่า คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่บงการและควบคุมชีวิตลูกจนอาจส่งผลต่อการพัฒนา EF ของลูกได้

1. วางแผนทุกอย่างให้ลูก จนไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจเอง

OverDirecting_web_1

หากคุณเป็นพ่อแม่ที่ตั้งใจวางแผนชีวิตของลูกอย่างดีที่สุด โดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น ความชอบ หรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง เช่น การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือแม้กระทั่งการเลือกกิจกรรมเสริมพิเศษให้ตัวเองหลังเลิกเรียนหรือวันหยุด

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เป็นคนตัดสินใจแทนทุกเรื่อง เด็กก็อาจไม่มีโอกาสได้ฝึกคิด วางแผน หรือเลือกด้วยตัวเอง แม้แต่การตัดสินใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น เลือกทำการบ้านวิชาไหนก่อน หรือเลือกกิจกรรมในวันหยุด ก็เป็นโอกาสให้ลูกได้ฝึกคิด ฝึกวางแผน และเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเลือก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของทักษะ EF อีกด้วย

2. ก้าวล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว และรีบจัดการแทนทุกเรื่อง

OverDirecting_web_2

เมื่อเห็นลูกทำอะไรช้า ทำไม่ถูก หรือกำลังจะผิดพลาด คุณพ่อคุณแม่มักรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันทีโดยที่ลูกอาจยังไม่ได้พยายามใช้ความสามารถของตัวเองด้วยซ้ำ แม้จะเป็นการทำที่เต็มปด้วยความหวังดี แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ลูกอาจคุ้นชินกับการรอให้ผู้ใหญ่แก้ปัญหา มากกว่าการพยายามหาทางออกด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น การที่คุณพ่อคุณแม่ถอยออกมาหนึ่งก้าวบ้าง คือการเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองคิด ลองทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง

3. ใช้คำว่า อย่า ห้าม ไม่ ต้อง มากกว่าการชวนให้ลูกคิด

OverDirecting_web_3

คำพูดอย่าง เช่น “อย่าวิ่ง” “ต้องทำแบบนี้” หรือ “ห้ามทำ” อาจช่วยให้ลูกทำตามได้ทันที แต่หากใช้บ่อยจนเกินไป ลูกอาจเคยชินกับการทำตามคำสั่ง มากกว่าการคิดหาเหตุผลหรือพิจารณาผลลัพธ์ของการกระทำด้วยตัวเอง

เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจลองเปลี่ยนจากการสั่ง เป็นการตั้งคำถาม เช่น “ลูกคิดว่าควรทำอย่างไรดี” หรือ “ถ้าทำแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นนะ” วิธีนี้จะช่วยให้ลูกได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญของการพัฒนา EF ให้ลูกได้

4. ให้ทางเลือกที่จำกัด แทนการตัดสินใจแทนลูกทุกเรื่อง

OverDirecting_web_4

เด็กเล็กอาจยังไม่พร้อมตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ด้วยตัวเอง แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มฝึกให้ลูกได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น เลือกว่าจะใส่เสื้อสีฟ้าหรือสีแดง เลือกนิทานก่อนนอน หรือเลือกว่าจะอาบน้ำก่อนหรือเก็บของเล่นก่อน การให้ลูกได้เลือกจากตัวเลือกที่เหมาะสม จะช่วยให้ลูกค่อยๆ ฝึกคิด เปรียบเทียบ และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง การเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้ความคิดและสร้างความมั่นใจในตัวเองทีละน้อย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา EF ในระยะยาว

 

อ่านบทความ: พ่อแม่จอมบงการ : 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่า คุณกำลังจะกลายเป็นพ่อแม่จอมเฮี้ยมในสายตาลูก
อ้างอิง
asmartbrain
romper
schoolflix

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST