คุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากที่จะเป็นอย่างที่ดีที่สุดให้กับลูก อยากให้ลูกเห็นพ่อแม่เป็นคนเก่ง เป็นฮีโร่ และคนที่ประสบความสำเร็จในทุกด้าน
แต่ความจริง ชีวิตของพ่อแม่ไม่ได้รับมือกับลูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรับมือกับชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน บางคนเพิ่งตัดสินใจเรื่องสำคัญผิดพลาด บางคนเจอปัญหาในที่ทำงาน บางคนสูญเสียความมั่นใจจากความล้มเหลวที่ไม่เคยคาดคิด หรือบางคนกำลังเหนื่อยใจกับคำวิจารณ์และดราม่าจากคนรอบตัว แม้เราจะพูดกันว่า พ่อแม่ก็ทำพลาดได้ แต่สังคมมักคาดหวังให้พ่อแม่เข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของลูกเสมอ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง
เพราะอย่างนั้น เมื่อมีสถานการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่ทำผิดพลาด ล้มเหลว หรือไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงเลือกที่จะปิดกั้น ไม่กล้าแสดงความอ่อนแอหรือความกังวลออกมาให้ลูกเห็น บางคนพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือแสดงออกให้ลูกเห็นว่าทุกอย่างยังปกติดี แม้ภายในใจจะกังวล สับสน และอ่อนแอมากแค่ไหน ดังนั้น การพยายามปกปิดความผิดพลาดหรือทำเหมือนว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีกับลูกมากที่สุด เพราะบางครั้งการเปิดเผยให้ลูกเห็นว่า พ่อแม่ก็ทำพลาดได้ และกำลังพยายามแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้วิธีรับมือกับความผิดหวังและความท้าทายในชีวิตได้เช่นกัน
1. ลูกไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่ไม่เคยทำผิดพลาด

ในความเป็นจริง ลูกไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบตลอดเวลา สิ่งที่ลูกต้องการมากกว่าคือผู้ใหญ่ที่จริงใจและน่าไว้วางใจ บางครั้งการยอมรับกับลูกอย่างตรงไปตรงมาว่าตอนนี้คุณพ่อคุณแม่กำลังเจอปัญหาบางอย่าง และกำลังพยายามหาทางแก้ไขอยู่ อาจช่วยให้ลูกรู้สึกสบายใจมากกว่าการปล่อยให้ลูกคาดเดาไปเองว่าเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญลูกยังได้เรียนรู้ว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราสามารถค่อยๆ เรียนรู้และก้าวผ่านมันไปได้เสมอ
2. กล้ายอมรับและขอโทษ เมื่อตัวเองทำผิด

หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ลูกเรียนรู้จากครอบครัว ไม่ได้มาจากคำสอนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสังเกตสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่เผลอใช้อารมณ์ใส่ลูก วันที่พูดแรงเกินไป หรือวันที่ตัดสินใจบางอย่างผิดพลาด การกล้ายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ จะช่วยให้ลูกเห็นว่า การทำผิดไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่สิ่งสำคัญคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ
เมื่อลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถยอมรับความผิดพลาดของตัวเองได้ ลูกก็มีแนวโน้มที่จะเรียนรู้พฤติกรรมแบบเดียวกัน รู้จักขอโทษเมื่อทำผิด และกล้าที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองมากขึ้น
3. ทำให้ลูกรู้ว่า ปัญหาของผู้ใหญ่ไม่ใช่ความผิดของลูก

เมื่อเกิดปัญหาภายในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องการเงิน หรือความเครียดต่างๆ เด็กจำนวนไม่น้อยมักเผลอโทษตัวเองโดยไม่รู้ตัว ลูกอาจคิดว่าเป็นเพราะตัวเองดื้อเกินไป เรียนไม่ดีพอ หรือทำอะไรผิดหรือเปล่า จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่เครียดหรือไม่มีความสุข ด้วยเหตุนี้เอง หากครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาบางอย่าง การสื่อสารกับลูกอย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณพ่อคุณแม่อาจบอกลูกตรงๆ ว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ผู้ใหญ่กำลังจัดการกันอยู่ และไม่ใช่ความผิดของลูก คำพูดสั้นๆ แบบนี้อาจช่วยให้ลูกคลายความกังวล และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เพราะรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องแบกรับความรับผิดชอบในเรื่องที่เกินวัย
4. ลูกได้เรียนรู้ความเข้มแข็งจากวันที่พ่อแม่อ่อนแอ

หลายคนเติบโตมาพร้อมภาพจำว่าพ่อแม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ห้ามร้องไห้ ห้ามอ่อนแอ และต้องแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถเข้มแข็งได้ตลอดเวลา และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด
Jessica Lahey ผู้เขียนหนังสือด้านการศึกษาเคยกล่าวไว้ว่า ความล้มเหลวคือของขวัญ การที่เด็กได้เห็นพ่อแม่ทำผิดพลาดและกล้ายอมรับความจริง จะช่วยลดความกดดันในใจลูก ทำให้เขาโตไปเป็นคนที่ไม่กลัวความผิดพลาด และกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่
ดังนั้น การที่ลูกได้เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่มีวันที่เหนื่อย ท้อ ผิดหวัง หรือเสียใจบ้าง อาจเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ลูกเข้าใจว่า อารมณ์เหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ที่สำคัญ เมื่อลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ยังคงพยายามลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหา ลูกก็ได้เรียนรู้ว่าและการเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไปคือทักษะสำคัญที่ทุกคนต้องเรียนรู้
5. เปลี่ยนความผิดพลาดให้เป็นบทเรียนของทั้งครอบครัว

เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง คุณพ่อคุณแม่อาจชวนลูกพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เช่น เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง หรือถ้าเป็นลูก ลูกคิดว่าจะรับมือกับปัญหาแบบนี้อย่างไร บทสนทนาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ลูกได้ฝึกคิดและมองหาทางแก้ปัญหา แต่ยังทำให้ลูกเห็นว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตสามารถกลายเป็นบทเรียนได้เสมอ หลายครั้งวิกฤตที่เกิดขึ้นกับครอบครัวอาจไม่ใช่แค่เรื่องยากที่ต้องผ่านไปให้ได้ แต่ยังเป็นโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ ความเข้มแข็ง การแก้ปัญหา และการดูแลกันในวันที่ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามแผนที่ตั้งใจเอาไว้อีกด้วย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ลูกอาจไม่ได้จดจำว่าคุณพ่อคุณแม่เคยทำผิดพลาดเรื่องอะไร แต่จะจดจำได้ว่า ในวันที่เกิดปัญหา คนในครอบครัวยังคงรับฟัง ช่วยเหลือ และก้าวผ่านมันไปด้วยกันยังไงต่างหาก

COMMENTS ARE OFF THIS POST