READING

เทรนด์การเลี้ยงลูก : 6 เทรนด์ที่ได้ไปต่อในปี 2026...

เทรนด์การเลี้ยงลูก : 6 เทรนด์ที่ได้ไปต่อในปี 2026

เทรนด์การเลี้ยงลูก

ปี 2026 มีการคาดการณ์ว่า เทรนด์หรือแนวทางการเลี้ยงลูกจะมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็คือกลุ่มพ่อแม่ Gen Z ที่มีเป้าหมายในการเลี้ยงลูกแตกต่างจากพ่อแม่รุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูที่เน้นเตรียมลูกให้พร้อมเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ในโลก เน้นการพึ่งพาตัวเอง และส่งเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในอนาคตให้มากที่สุด

เป้าหมายของพ่อแม่ Gen Z จึงมีความแตกต่างจาก เทรนด์การเลี้ยงลูก ในช่วง 5 ปีก่อนที่พ่อแม่ให้ความสำคัญกับความสุขของลูกเป็นอันดับหนึ่ง แนวทางการเลี้ยงดูที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยคือสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดและค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง

เมื่อแนวทางการเลี้ยงลูกแบบดั้งเดิมไม่ตอบโจทย์พ่อแม่ในยุคปัจจุบัน ก็มักถูกแทนที่ด้วย เทรนด์การเลี้ยงลูก ใหม่ๆ ได้เช่นกัน

แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกแนวทางการเลี้ยงดูที่มีมานานจะกลายเป็นเทรนด์ที่ตกยุคตกสมัยไปทั้งหมด เพราะยังมี 6 เทรนด์การเลี้ยงลูกที่ได้รับการยอมรับมานานและยังคงตอบโจทย์พ่อแม่รุ่นใหม่ จนกลายเป็น 6 เทรนด์ที่ยังใช้ได้ดี มีประโยชน์ และไม่ Out ไปตามยุคสมัยง่ายๆ

1. ชะลอการใช้สมาร์ตโฟนให้นานที่สุด

InTrends_web_1

แนวทางนี้แพร่หลายมากจากหนังสือขายดี The Anxious Generation ของ Jonathon Haidt ที่ได้กล่าวถึงเทรนด์การชะลอการเข้าถึงสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กๆ ที่กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ประเทศออสเตรเลียได้ประกาศจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีเป็นประเทศแรก

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการลดเวลาหน้าจอของเด็กๆ และแทนที่ด้วยบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด การสื่อสาร และการมีปฏิสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆ ในขีวิตจริงมากยิ่งขึ้น

2. เตรียมลูกให้พร้อมเผชิญโลกจริง

InTrends_web_2

เทรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026 จากเดิมที่คุณพ่อคุณแม่เชื่อว่าหน้าที่ของพ่อแม่คือการทำให้ลูกมีความสุขให้มากที่สุด แต่ในยุคสมัยที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การที่พ่อแม่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ความสุขเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ลูกขาดทักษะการปรับตัว การรับมือกับความผิดหวัง และการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน พ่อแม่ยุคใหม่จึงตระหนักถึงการสอนทักษะที่จะช่วยให้ลูกอดทนและเผชิญหน้ากับความไม่สบายกายไม่สบายใจได้ แทนการพยายามกำจัดอุปสรรคให้ลูก

3. Hybrid Parenting เลี้ยงลูกแบบผสมผสาน

InTrends_web_3

คือการเลี้ยงลูกที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูก และขอบเขตกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่กำหนด โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ช่วงวัย และพฤติกรรมของลูก ซึ่งแนวทางนี้เกิดจากพ่อแม่เจนฯ ใหม่ที่มองว่าเด็กแต่ละคนมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน การเลี้ยงลูกตามสูตรสำเร็จหรือยึดในแนวทางใดแนวทางหนึ่งตลอดเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ

InTrends_web_4

รายงานจาก Talker Research พบว่าพ่อแม่รุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการยุติวงจรการเลี้ยงดูแบบเดิม ที่อาจส่งต่อสุขภาพจิตและสร้างบาดแผลในใจลูก เช่น การลงโทษรุนแรง การบังคับ การไม่รับฟังความคิดเห็น โดยหันมาสร้างความสมดุลระหว่างการกำหนดกฎเกณฑ์ควบคู่ไปกับการสื่อสาร เพื่อสร้างวินัยโดยไม่ทำร้ายจิตใจลูกไปพร้อมกับรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในครอบครัว

5. ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ตัวแทนพ่อแม่

InTrends_web_5

ในปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าหลายครอบครัวใช้เทคโนโลยีเสมือนเป็นตัวแทนคุณพ่อคุณแม่ในการดูแลลูก เช่น เปิดการ์ตูนให้ลูกดูตลอดแม้ตอนทานข้าวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ลูกแทบจะไม่ได้ใช้เวลาคุณภาพกับคุณพ่อคุณแม่เลย

ดังนั้น ในปี 2026 นี้ พ่อแม่รุ่นใหม่จึงตั้งใจที่จะลดหน้าที่ของเทคโนโลยีให้เป็นเพียงผู้ช่วยคอยตอบคำถาม ให้คำแนะนำ และคอยช่วยวางแผนการเลี้ยงลูกเท่านั้น

6. Minimalist Parenting ลดความฟุ่มเฟือย

InTrends_web_6

ในยุคสมัยที่ทุกอย่างเร่งรีบและซับซ้อน การพยายามเลี้ยงลูกให้เรียบง่ายที่สุด เริ่มได้รับความสนใจจากพ่อแม่รุ่นใหม่มากขึ้น เพราะความเรียบง่ายจะช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุข ไม่ต้องวิ่งตามความยุ่งยากหรือปัจจัยซับซ้อนภายนอก

Minimalist Parenting หรือการเลี้ยงลูกแบบเรียบง่าย เป็นการเลี้ยงลูกที่มุ่งเน้นแต่สิ่งจำเป็นพื้นฐานของครอบครัวที่ลูกต้องการจริงๆ รวมไปถึงการลดทอนสิ่งของและค่านิยมที่ไม่จำเป็น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เรียบง่าย ให้ความสำคัญกับการมีเวลาให้ลูก ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

อ้างอิง
Theeverymom

PITTAYARAT CH.

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST