พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุด อยากให้ลูกเป็นเด็กดี มีความสามารถ มีความมั่นใจในตัวเอง แต่บางครั้งความปรารถนาดีของคุณพ่อคุณแม่ อาจผิดพลาดและกลายเป็น พฤติกรรมทำร้ายใจลูก โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
จากการศึกษาพบว่าเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเอง จะมีความวิตกกังวลน้อย มีผลการเรียนดี มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นอีกด้วย
Amy Morin นักจิตอายุรเวทและผู้เขียนหนังสือ 13 Things Mentally Strong Parents Don’t Do: เคยเขียนในบทความของตัวเองว่า ‘ฉันเคยเห็นพ่อแม่หลายคนมีกลยุทธ์ที่เชื่อว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูก แต่กลยุทธ์บางอย่างอาจย้อนกลับมาเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำร้ายเด็กๆ อยู่ดี และสุดท้ายพ่อแม่ก็ต้องพยายามอย่างหนักที่จะทำให้ลูกกลับมามีความมั่นใจในตัวเองได้อีก’
ถ้าเป็นอย่างนั้น อะไรคือพฤติกรรมที่พ่อแม่หลายคนเข้าใจว่าเป็นกลยุทธ์ที่มีประโยชน์กับลูก แต่กลับกลายเป็น พฤติกรรมทำร้ายใจลูก และให้ผลในทางตรงข้าม เราลองหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ
1. ไม่ให้ลูกรับรู้ปัญหาและแสดงความคิดเห็น

คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจมองว่าลูกยังเล็กเกินกว่าจะส่วนร่วมกับเรื่องราวในครอบครัว และพยายามกันลูกออกจากการรับรู้ปัญหาต่างๆ ภายในบ้าน รวมไปถึงการคิดว่าลูกยังเด็กเกินกว่าจะแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตัวเอง จนกลายเป็นการปิดกั้นไม่ให้ลูกรับรู้ปัญหาและมองข้ามความต้องการของลูกไปพร้อมกัน
พฤติกรรมเช่นอาจทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ไม่มีสิทธิ์คิดหรือทำอะไรด้วยตัวเอง รวมถึงไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรนอกเหนือการทำตามคำสั่งคุณพ่อคุณแม่
มองเผินๆ คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่ากำลังสร้างเซฟโซนและปกป้องลูกจากปัญหาภายนอก แต่ความจริงแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรบอกเล่าความจริงหรือให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องของตัวเอง รวมถึงเรื่องสำคัญในครอบครัวบ้าง
2. จู้จี้จุกจิกมากเกินไป

พ่อแม่หลายคนเข้าใจว่าการเลี้ยงลูกด้วยความเอาใจใส่ เพราะอยากให้ลูกเติบโตอย่างระเบียบวินัย ก็ต้องคอยจู้จี้จุกจิกกับลูกเป็นธรรมดา
แต่ความจริงแล้ว พ่อแม่ที่เข้มงวดและจู้จี้จุกจิกกับชีวิตลูกมากเกินไป เช่น ไม่ให้ลูกเลือกเสื้อผ้าหรือของใช้ด้วยตัวเอง ไม่ให้อิสระลูกเล่นหรือลองทำอะไรใหม่ๆ คอยบอก คอยห้าม และอยากให้ลูกทำตามคำสั่งอยู่เสมอ พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ลูกรู้สึกไม่มีคุณค่าในตัวเอง ต้องคอยกังวลว่าจะทำถูกใจคุณพ่อคุณแม่หรือไม่ และคิดว่าตัวเองคงไม่สามารถทำให้คุณพ่อคุณแม่ภาคภูมิใจได้ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกับความมั่นใจและการเคารพตัวเองของลูกต่อไปในอนาคต
3. ทำลายความมั่นใจของลูก

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้ลูกเลือกหรือได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยการปฏิเสธสิ่งที่ลูกชอบหรือเลือกมาเองกับมือ เช่น ลูกอยากแต่งชุดสีแดง แต่คุณพ่อคุณแม่กลับหัวเราะขบขันและบอกว่าชุดสีแดงไม่เหมาะกับลูก หรือเลือกที่จะพูดข้อเสียของลูกออกมาเพื่อโน้มน้าวให้ลูกเชื่อว่าใส่ชุดสีอื่นดีกว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่กำลังทำลายความมั่นใจของลูกลงไปอย่างไม่รู้ตัว
4. ซ้ำเติมความผิดพลาด

เมื่อลูกทำอะไรผิดพลาด คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าการช่วยย้ำให้ลูกไม่ลืมความผิดพลาดของตัวเอง คือวิธีที่จะทำให้ลูกลูกจดจำและเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองได้ดีขึ้น
แต่ความจริงแล้ว การตอกย้ำความผิดของลูกบ่อยๆ กลับทำให้ลูกรู้สึกฝังใจ ไม่ให้อภัยตัวเอง และกลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
เพราะฉะนั้นเมื่อลูกทำผิดพลาด สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือสอนให้ลูกรู้จักรับมือกับข้อผิดพลาดของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเอง เพื่อไม่ให้พลาดอีกในครั้งต่อไป

COMMENTS ARE OFF THIS POST