READING

ชีวิตจริงของพ่อแม่ : การเลี้ยงลูกไม่ได้สวยงามเหมือ...

ชีวิตจริงของพ่อแม่ : การเลี้ยงลูกไม่ได้สวยงามเหมือนภาพในโซเชียลฯ

ชีวิตจริงของพ่อแม่

ผลสำรวจจาก Talker Research ทำการสอบถามพ่อแม่ที่มีลูกอายุระหว่าง 2-18 ปี กว่า 2,000 คน เผยให้เห็นมุมมองว่าพ่อแม่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าตัวเองมักลงรูปภาพและเนื้อหาในโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าตัวเองคือพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ และพ่อแม่กว่า 62 เปอร์เซ็นต์ มักเปรียบเทียบตัวเองกับครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบในโลกออนไลน์ และไม่ว่าจะพยายามจัดบ้านให้เรียบร้อย ทำอาหารให้สวยงาม หรือพยายามแสดงให้เห็นว่าลูกมีวินัยและน่ารักเหมือนคนอื่น แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวและทำได้ไม่ดีพออยู่ดี

การสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Spill The T(ea)’ จาก Mrs. T’s Pierogies แบรนด์อาหารชื่อดัง ที่อยากชวนคุณพ่อคุณแม่พูดถึงชีวิตจริงของพ่อแม่ ซึ่งอาจไม่สมบูรณ์แบบ วุ่นวาย ท้อแท้ และเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น น่ารัก ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น

เพราะหากทุกครอบครัวยอมทิ้งการสร้างภาพลักษณ์ที่สวยงามเพียงด้านเดียว แล้วหันมาโอบรับ ชีวิตจริงของพ่อแม่ ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ และความเหนื่อยล้าของแต่ละวัน ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นพ่อแม่ที่มีความสุขในชีวิตจริงได้มากขึ้น

1. ความวุ่นวายคือเรื่องธรรมดาของบ้านที่มีลูก

RealLife_web_1

จากผลสำรวจ พ่อแม่จำนวนมากเล่าว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดมากที่สุดคือพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของลูกในชีวิตประจำวัน เช่น ลูกเอาของไปซ่อน ลูกลืมของสำคัญไว้ตามที่ต่างๆ จนคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยตามหา หรือบางครั้งลูกก็ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านโดยไม่บอก ทำให้คุณพ่อคุณแม่ใจหายใจคว่ำ หรือการโยนอาหารเล่น แทนที่จะได้มีมื้ออาหารที่สงบสุข ก็กลายเป็นมื้อที่วุ่นวายไปอย่างนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น การโต้เถียงกันเรื่องอาหารยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแทบทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น “เย็นนี้จะกินอะไรดี” หรือ “ทำไมไม่กินให้หมดจาน” ซึ่งผลสำรวจพบว่า 1 ใน 5 ของครอบครัวทั่วไปก็เกิดปัญหานี้ และมีความถี่เฉลี่ยถึงสัปดาห์ละ 4 ครั้ง นั่นหมายความว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแทบจะทุกสองวัน จนแทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของทุกครอบครัวได้เลย

2. การระบายคือยาวิเศษของพ่อแม่

RealLife_web_2

แม้การเลี้ยงลูกจะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่สิ่งที่ช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนรู้สึกดีขึ้นคือการได้พูด ได้เล่า ได้ระบายกับคนที่เข้าใจ

ผลสำรวจบอกว่ามีพ่อแม่ถึง 79 เปอร์เซ็นต์ ที่รู้สึกดีขึ้นจริงๆ เมื่อได้แชร์โมเมนต์เลี้ยงลูกที่เครียดที่สุดกับเพื่อนหรือคนที่เป็นพ่อแม่เช่นเดียวกัน

3. อินฟลูเอนเซอร์ก็ยืนยันว่าไม่มีบ้านไหนเพอร์เฟ็กต์

RealLife_web_3

Lindsey Gurk อินฟลูเอนเซอร์ด้านการเลี้ยงลูกที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ได้มีการออกมาเล่าประสบการณ์ตรงว่าบ้านของเธอก็เต็มไปด้วยความวุ่ยวายไม่ต่างจากครอบครัวอื่น โดยเฉพาะเวลาหลังเลิกเรียนที่เด็กๆ กลับบ้านมา ทั้งเต็มไปด้วยพลังงาน หิวโหย กินขนมกระจายเกลื่อนพื้น วางกระเป๋านักเรียนกองเต็มบ้าน และแน่นอนว่าจบด้วยการถกเถียงประจำว่าวันนี้จะกินอะไรดี

สิ่งที่ Lindsey Gurk อยากบอกก็คือ แม้ภาพในโซเชียลฯ จะดูเหมือนการเลี้ยงลูกของเธอราบรื่นและง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงทุกบ้านต่างมีความยุ่งเหยิงเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

4. การแชร์เรื่องจริงช่วยลดความรู้สึกผิดได้

RealLife_web_4

Dr. Nina Kaiser นักจิตวิทยาคลินิก ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวและการเลี้ยงดู อธิบายว่า พ่อแม่หลายคนมักโทษตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเลี้ยงลูก ความคิดเหล่านี้มักนำไปสู่ความรู้สึกผิดและยากต่อการควบคุมอารมณ์ แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่กล้าเปิดใจยอมรับในชีวิตจริงของพ่อแม่ที่ต้องเจอ จะช่วยให้มองสถานการณ์เหล่านี้ด้วยใจสงบ ลดความตึงเครียด และเลี้ยงลูกด้วยความมั่นใจมากขึ้น

5. การยอมรับความจริงช่วยให้เลี้ยงลูกสนุกขึ้น

RealLife_web_5

ความสุขในการเลี้ยงลูกอาจไม่ได้มาจากการควบคุมทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ตามที่ต้องการ แต่เกิดจากการเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงและหัวเราะไปกับความโกลาหลของลูก การเปิดใจให้ตัวเองสนุกกับช่วงเวลาที่ไม่สมบูรณ์แบบในการเลี้ยงลูกบ้าง อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และทำให้ทุกช่วงเวลาที่วุ่นวายเหล่านี้กลายเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและมีความสุขร่วมกันได้

อ้างอิง
Parents
talkerresearch

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST