READING

เด็กติดจอ : 5 เหตุผลที่คนติดจอมีแนวโน้มหงุดหงิดง่า...

เด็กติดจอ : 5 เหตุผลที่คนติดจอมีแนวโน้มหงุดหงิดง่ายและควบคุมอารมณ์ได้ยาก

เด็กติดจอ

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องยื่นสมาร์ตโฟนหรือเปิดแท็บเล็ตให้ลูกดู เพื่อแลกกับเวลาจัดการงานบ้านหรือเวลากินข้าวอย่างสงบ แต่เมื่อถึงเวลาต้องขอหน้าจอคืน ลูกกลับแสดงอาการไม่พอใจ โวยวาย งอแง หรือทิ้งตัวลงไปดิ้นกับพื้นเหมือนคนที่ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

พฤติกรรม เด็กติดจอ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่าหน้าจอกำลังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กอย่างรุนแรง โดยมีงานวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า (Osaka University) ประเทศญี่ปุ่น ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชื่อดังอย่าง JAMA Network Open ได้ทำการศึกษาและชี้ว่า เด็กวัยเตาะแตะที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย และขาดความสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เมื่อเติบโตขึ้น

การปล่อยให้ลูกเป็น เด็กติดจอ อาจส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมมากกว่าที่คิด เพราะยิ่งเด็กใช้เวลากับหน้าจอนานๆ สมองก็ยิ่งคุ้นชินกับการกระตุ้นแบบรวดเร็ว จนทำให้หงุดหงิดง่าย อดทนรอไม่เป็น และควบคุมอารมณ์ได้ยากขึ้น ต่อไปนี้คือสาเหตุสำคัญที่อธิบายว่า ทำไมการดูจอมากเกินไปจึงทำให้ลูกกลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ได้ง่ายกว่าเดิม

1. สมองส่วนหน้าโดนขัดขวางการพัฒนา

ScreenAddicts_web_1

สมองส่วนหน้ามีหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการยับยั้งชั่งใจ ซึ่งจะพัฒนาได้ดีผ่านการเล่น การเคลื่อนไหว และการใช้ชีวิตในโลกออฟไลน์ แต่เมื่อปล่อยให้ลูกใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานเกินไป สมองส่วนนี้อาจไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ลูกควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ยาก หงุดหงิดง่าย และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

2. สมองติดความสุขแบบเร่งด่วนจากหน้าจอ

ScreenAddicts_web_2

เวลาที่ลูกดูคลิปวิดีโอหรือเล่นเกม ภาพและเสียงที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วจะกระตุ้นให้สมองหลั่งโดปามีน หรือสารแห่งความสุขออกมาอย่างต่อเนื่อง ลูกจึงคุ้นชินกับความสนุกที่ได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่เมื่อกลับมาอยู่ในโลกจริงที่ทุกอย่างช้ากว่าในจอ เช่น การนั่งรออาหารหรือเล่นของเล่นทั่วไป สมองอาจรู้สึกขาดการกระตุ้นแบบเดิม ส่งผลให้ลูกรู้สึกหงุดหงิด เบื่อง่าย และอดทนรอได้ยากกว่าเดิม

3. แสงสีฟ้าทำลายการนอนหลับ

ScreenAddicts_web_3

แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตรบกวนการหลั่งของฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ ช่วยให้รู้สึกง่วง และนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกดูจอก่อนนอน สมองของเด็กๆ จะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว ส่งผลให้นอนหลับไม่สนิทหรือนอนน้อยกว่าที่ควร เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ตื่นเช้ามาลูกจะมีอาการหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ไม่เต็มที่

4. ซึมซับพฤติกรรมก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว

ScreenAddicts_web_4

 เด็กวัยเรียนรู้เปรียบเสมือนฟองน้ำที่คอยซึมซับทุกอย่างรอบตัว ในหลายๆ คลิปวิดีโอหรือเกมยอดฮิตในหมู่เด็กๆ อาจมีการสอดแทรกความรุนแรง การใช้เสียงดังโหวกเหวก หรือพฤติกรรมก้าวร้าวของตัวละครเอาไว้ แม้คุณพ่อคุณแม่จะคิดว่าลูกแค่ดูขำๆ แต่ความจริงแล้วสมองของเด็กยังไม่สามารถแยกแยะโลกสมมติกับโลกความจริงออกจากกันได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่ลูกจะซึมซับพฤติกรรมจากโลกออนไลน์มาใช้ในชีวิตจริง

5. หน้าจอทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว

ScreenAddicts_web_5

เด็กเล็กเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ผ่านการพูดคุย เล่น และใช้เวลาร่วมกับคุณพ่อคุณแม่หรือคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการรอคอย การแบ่งปัน หรือการเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อไม่ได้ดั่งใจ แต่เมื่อลูกใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป โอกาสในการฝึกทักษะเหล่านี้ก็ลดลง

อีกทั้งหน้าจอเป็นการสื่อสารทางเดียว ลูกจึงไม่ได้ฝึกอ่านอารมณ์ สีหน้า หรือการตอบสนองจากคนจริงๆ เมื่อเกิดความไม่พอใจ จึงอาจสื่อสารความรู้สึกตัวเองได้ไม่ดี และแสดงออกด้วยการร้องไห้ โมโห หรือเหวี่ยงวีนแทนการควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม

 

อ่านบทความ: ภาวะติดจอ : 5 สัญญาณของอาการติดหน้าจอ และลูกกำลังขาดมือถือไม่ได้!
อ้างอิง
JAMANetwork

PITTAYARAT CH.

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST