คุณพ่อคุณแม่อาจเคยสังเกตพฤติกรรมลูกแล้วรู้สึกว่า ลูกจดจ่อกิจกรรมต่างๆ ได้เพียงชั่วครู่ก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น จนบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าลูกจะสมาธิสั้น หรือมีพัฒนาการช้ากว่าเกณฑ์หรือเปล่า
ในทางพัฒนาการ Sensory Play คือเครื่องมือที่จะช่วยให้เด็กที่มีอาการสมาธิสั้นสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการกับสิ่งเร้า ควบคุมร่างกาย และจดจ่อกับกิจกรรมได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และพัฒนาทักษะด้านสมองและพฤติกรรมให้สมดุลมากขึ้น
และเป็นการเล่นที่เน้นกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 (การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และการรับรส) รวมถึงระบบการทรงตัวและการรับรู้ของร่างกาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมองและทักษะด้านสมาธิ โดยที่ลูกยังรู้สึกสนุก ไม่เครียด เพราะเป็นการเรียนรู้และแก้ปัญหาผ่านการเล่นและกิจกรรมต่างๆ อย่างผ่อนคลาย
หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่รู้ว่าจะส่งเสริมการเล่นแบบ Sensory Play ได้อย่างไร เราจึงรวบรวม 7 กิจกรรมที่สามารถเล่นกับลูก และยังะช่วยเพิ่มความสนุก กระตุ้นสมอง และพัฒนาการรอบด้านของลูกมาฝากค่ะ
1. ‘กล่องปริศนา’ ท้าทายการรับรู้ผ่านการสัมผัส

ให้คุณพ่อคุณแม่นำสิ่งของต่างๆ ที่มีผิวสัมผัสแตกต่างกัน เช่น ผ้าขนสัตว์ ลูกบอล ขนนก ฟองน้ำ หรือของเล่นที่มีพื้นผิวหลากหลาย ใส่ไว้ในกล่อง แล้วให้ลูกคลำและทายว่าเป็นอะไร กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการสัมผัสและการจำแนกสิ่งของต่างๆ
2. ‘ศิลปะจากธรรมชาติ’ สร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งรอบตัว

ชวนลูกน้อยออกไปสำรวจธรรมชาติรอบบ้าน หรือสวนสาธารณะ แล้วเก็บใบไม้ กิ่งไม้ ดอกไม้ หรือก้อนหิน มาสร้างสรรค์งานศิลปะ เช่น ทำภาพปะ ติดกาวบนกระดาษ ระบายสีบนก้อนหิน กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมจินตนาการ และปลูกฝังให้ลูกรู้จักใช้ทรัพยากรรอบตัวอย่างคุ้มค่า
3. ‘เล่นกับสี’ ปลดปล่อยจินตนาการผ่านสีสัน

ผสมสีต่างๆ แล้วให้ลูกใช้มือ เท้า หรือแปรงทาสี แตะสีแล้วสร้างสรรค์งานศิลปะตามจินตนาการบนกระดาษหรือผ้าใบผืนใหญ่ กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการมองเห็น และส่งเสริมการแสดงออกทางอารมณ์ของลูกน้อย ที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมเลือกสีที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกด้วยนะคะ
4. ‘แป้งโดว์มหัศจรรย์‘ เสริมพลังกำปั้น ปลุกจินตนาการ

คุณพ่อคุณแม่สามารถสั่งซื้อแป้งโดว์สำเร็จรูป หรือทำแป้งโดว์ขึ้นมาจากแป้งสาลี น้ำ และสีผสมอาหาร แล้วชวนลูกมาช่วยกันปั้นแป้งโดว์เป็นรูปทรงต่างๆ ตามจินตนาการ กิจกรรมนี้จะช่วยเสริมสร้างมัดกล้ามเนื้อมือของลูกให้หยิบจับของได้ดีขึ้น และยังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกด้วย
5. ‘บล็อกสร้างเมือง’ ส่งเสริมการวางแผน

ช่วยกันต่อบล็อกไม้หรือบล็อกพลาสติก สร้างเมืองตามจินตนาการ อาจมีตัวละครหรือของเล่นอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกได้สร้างเรื่องราวและเล่นบทบาทสมมติ กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการวางแผน และความคิดเชิงตรรกะของลูก
6. ‘แต่งเพลงจากเสียง’ สร้างสรรค์ดนตรีรอบตัว

ให้คุณพ่อคุณแม่ชวนลูกฟังเสียงต่างๆ รอบตัว เช่น เสียงลม เสียงฝน เสียงฟ้าร้อง หรือเสียงสัตว์ แล้วจำเสียงเหล่านั้นมาลองแต่งเป็นเพลงร่วมกัน อาจไม่ต้องคำนึงถึงความไพเราะ แต่ให้เน้นที่จินตนาการของลูกเป็นหลัก กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการฟังและแยกเสียงของลูก
7. ‘สุ่มชิมรส’ ทดสอบลิ้นและการดมกลิ่น

คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นคลิปปิดตาสุ่มชิมน้ำผลไม้รสชาติต่างๆ ตามโซเชียลฯ ไหมคะ กิจกรรมนี้สามารถนำมาประยุกต์เล่นกับลูกได้เช่นกัน โดยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มที่มีรสชาติหลากหลาย ให้ลูกชิมและทายว่าเป็นรสชาติของน้ำอะไร กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการแยกรสชาติและกลิ่นได้ดีขึ้น และยังช่วยให้ลูกค้นพบด้วยว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบรสชาติแบบไหน

COMMENTS ARE OFF THIS POST