READING

5 สัญญาณเตือนว่าลูกอาจจะอยู่ในภาวะนอนไม่พอ!: เพราะ...

5 สัญญาณเตือนว่าลูกอาจจะอยู่ในภาวะนอนไม่พอ!: เพราะการนอนไม่พอมีผลเสียมากกว่าที่คิด

การนอนหลับ ไม่ได้มีความสำคัญกับร่างกายคนเราแค่เรื่องการพักผ่อนเท่านั้น แต่การนอนหลับยังมีความสำคัญและจำเป็นต่อการทำงานของสมอง เซล และอวัยวะสำคัญต่างๆ ในร่างกาย

โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต การนอนหลับยังมีความสำคัญต่อการมีพัฒนาการที่ดี และร่างกายที่เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์

ถึงแม้จะดูเหมือนลูกน้อยของเราไม่ชอบการนอนเอาเสียเลยก็เถอะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยอมตามใจ หรือปล่อยให้ลูกนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอก็ จะส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตทางร่างกายและพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจของลูกได้ไม่มากก็น้อย

โดยปกติแล้วเด็กแต่ละช่วงวัยก็ต้องการจำนวนชั่วโมงของการนอนหลับพักผ่อนฝนแต่ละวันที่แตกต่างกัน เช่น

• เด็กทารก 4-12 เดือน ควรจะนอน 12-16 ชั่วโมง

• เด็กอายุ 1-2 ขวบ ควรจะนอน 11-14 ชั่วโมง

• เด็กอายุ 3-5 ขวบ ควรจะนอน 10-13 ชั่วโมง

• เด็กอายุ 6-12 ขวบ ควรจะนอน 9-12 ชั่วโมง

• เด็กอายุ 13-18 ปี ควรจะนอน 8-10 ชั่วโมง

แต่บางครั้ง ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าลูกจะนอนหลับได้ครบตามจำนวนชั่วโมงที่ต้องการแล้ว แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าลูกนอนหลับสนิทหรือนอนหลับอย่างมีคุณภาพได้ตลอดทั้งคืน

เรามี 5 สัญญาณเตือนที่คุณพ่อคุณแม่พอจะสังเกตได้ในระหว่างวัน หากพบว่าลูกน้อยของเรามีสัญญาณหรือพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยๆ ละก็ คุณพ่อคุณแม่ต้องลองปรับเปลี่ยนวิธีการนอนของลูก เพื่อให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจริงๆ แล้วล่ะค่ะ

1. ลูกมีอาการเผลอหลับระหว่างวันอยู่บ่อยๆ

EnoughSleep_web_1

หากลูกมีอาการง่วงนอน นอกเหนือจากเวลานอนตอนกลางคืน หรือนอนกลางวันตามปกติ เช่น ชอบเผลอหลับตอนนั่งเฉยๆ หรือบางทีก็ผล็อยหลับไประหว่างทำกิจกรรมระหว่างวัน ซึ่ง

การเผลอหลับระหว่างวันหรือนอนหลับนอกเหนือจากเวลานอนตามปกติ จะทำให้ลูกนอนไม่หลับในเวลากลางคืน ทำให้เวลาการเข้านอนรวน และส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันอื่นๆ ได้

2. ตื่นยาก หรือต้องปลุกในตอนเช้าหลายครั้ง

EnoughSleep_web_2

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อได้รับการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ร่างกายคนเราจะรู้สึกพร้อมและสดชื่นสำหรับการตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ แต่ในทางกลับกัน หากลูกมักมีอาการงัวเงียและงอแง ปลุกให้ตื่นได้ยาก หรือตื่นแล้วหลับต่อได้ง่ายเกินไป ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกอาจจะนอนหลับตอนกลางคืนได้ไม่ดีพอ เช่น อาจเผลอตื่นขึ้นมากลางดึก หรือนอนหลับไม่สนิท ทำให้ร่างกายยังไม่พร้อมที่จะตื่นขึ้นมาในเวลาปกติ

3. ลูกง่วงนอนขณะอยู่ที่โรงเรียน หรือทำกิจกรรมต่างๆ

EnoughSleep_web_3

เมื่อเด็กๆ อยู่โรงเรียนหรือทำกิจกรรมต่างๆ ควรจะต้องมีความสดชื่น ร่าเริง และสนุกสนาน แต่หากลูกมีอาการงัวเงีย หรือง่วงนอนในเวลาเรียน หรือแม้แต่ตอนที่ทำกิจกรรมกับเพื่อนก็ยังดูไม่สดชื่นแจ่มใส คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเริ่มสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูก หรือลองปรับเวลาให้ลูกเข้านอนเร็วขึ้น เพื่อให้ลูกมีเวลาทำจิตใจให้สงบและผ่อนคลายก่อนที่จะหลับไปได้อีกด้วย

4. ลูกนอนกรน และนอนกระสับส่ายตอนกลางคืน

EnoughSleep_web_4

อาการนอนกรนหรือนอนกระสับส่ายตอนกลางคืนในเด็กอาจเกิดจากการที่ร่างกายเหนื่อยล้าสะสมตอนกลางวัน แต่แทนที่ได้นอนหลับพักผ่อนแล้วจะหลับสนิท ลูกอาจจะยังรู้สึกสนุก ตื่นเต้น หรือแม้แต่เก็บความรู้สึกตอนเล่นสนุกระหว่างวันกลับมาฝันถึง ทำให้นอนหลับไม่สนิทได้

5. หงุดหงิดง่ายและอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอ

EnoughSleep_web_5

นอกจากจะดูง่วงนอนอยู่เสมอแล้ว การนอนหลับไม่เพียงพอยังทำให้อารมณ์ของลูกอ่อนไหวและไม่มั่นคง เช่น หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย เหม่อลอย ไม่มีสมาธิ ไม่โฟกัสกับกิจกรรมที่ทำอยู่

ถ้าเริ่มเห็นว่าลูกมีอาการเหล่านี้โดยไม่ทราบสาเหตุ คุณพ่อคุณแม่ต้องลองกลับมาสังเกตการนอนของลูก และค่อยๆ หาทางแก้ไขเพื่อให้ลูกน้อยของได้เรานอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพนะคะ

อ้างอิง
sleep
webmd
verywellfamily

Anittha R

หลงรักธรรมชาติของความเป็นเด็ก ชอบดูหนัง ชอบหนังสือนิทาน รักการเลี้ยงต้นไม้ และใฝ่ฝันอยากทำสวนกระบองเพรชที่มีดอกเยอะๆ

COMMENTS ARE OFF THIS POST