READING

Snowplow Parenting : ถ้าพ่อแม่ไม่เคยให้ลูกเรียนรู้...

Snowplow Parenting : ถ้าพ่อแม่ไม่เคยให้ลูกเรียนรู้การล้มเหลวด้วยตัวเอง…

Snowplow Parenting

ถ้าเลือกได้ พ่อแม่ทุกคนคงไม่อยากให้ลูกต้องเจอกับความเจ็บปวด ปัญหา อุปสรรค และความผิดพลาดล้มเหลว และถ้าทำได้ คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากปกป้องดูแลลูกไม่ให้ต้องพบกับความผิดหวังอะไรในชีวิต

มีลักษณะการเลี้ยงลูกอย่างหนึ่งเรียกว่า Snowplow Parenting ซึ่งเปรียบคุณพ่อคุณแม่เหมือนรถไถหิมะที่คอยจัดการเส้นทางเรียบ ไม่มีหลุม ไม่มีอุปสรรคเพื่อให้ลูกเดินไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด แม้จะดูเหมือนเป็นสิ่งที่ดี เพราะพ่อแม่ทุกคนย่อมต้องการให้ลูกเดินไปข้างหน้าอย่างสะดวกสบายและปลอดภัยที่สุด แต่ ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ที่พยายามเป็นคนที่เข้ามาจัดการหรือปกป้องลูกจากอุปสรรคมากเกินไป ลูกกลับถูกทิ้งให้ยืนรออยู่เฉยๆ จนไม่มีโอกาสได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่เคยได้ลองหาวิธีแก้ปัญหา และรับมือกับความผิดพลาดล้มเหลวด้วยตัวเอง

นอกจากนั้น การดูแลปกป้องลูกตามแนวทาง Snowplow Parenting ยังส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะที่สำคัญในชีวิตต่อไปในระยะยาวอีกด้วย

1. ลูกอาจขาดทักษะในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

Snowplow_web_1

หากคุณพ่อคุณแม่คอยจัดการและแก้ไขปัญหาทุกอย่างแทนลูกมากเกินไป ก็จะทำให้ลูกก็ไม่มีโอกาสได้ลองฝึกคิด หาวิธีแก้ปัญหา หรือทดลองทางเลือกของตัวเอง

งานวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่า การได้เผชิญอุปสรรคเล็กๆ ในวัยเด็ก เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ หากลูกไม่เคยได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เมื่อลูกเติบโตขึ้นอาจเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจ กลายเป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือและรอให้มีคนมาช่วยตัดสินใจแทนเสมอ

2. ไม่ได้ฝึกฝนความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (Resilience)

Snowplow_web_2

Resilience หรือความสามารถในการฟื้นตัวจากความผิดหวังและความล้มเหลว มักเกิดจากการลงมือเผชิญสถานการณ์จริง ที่เด็กสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้จากการฝึกรับมือกับความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ เช่น แข่งกีฬาแพ้ ไม่ได้ของเล่นที่อยากได้ สอบได้คะแนนน้อยกว่าที่ตั้งใจ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะเพิ่มภูมิต้านทานทางอารมณ์และจิตใจให้กับลูกได้ แต่การพยายามปกป้องไม่ให้ลูกพบเจอความผิดหวังเสียใจ อาจทำให้ลูกไม่รู้จักวิธีรับมือกับความเจ็บปวด เมื่อเจอสถานการณ์ใหญ่ในชีวิตได้ เช่น การสอบตก ความผิดหวัง หรือการสูญเสีย

3. ลูกอาจรู้สึกกดดันจากความคาดหวัง

Snowplow_web_3

พ่อแม่ที่พยายามปกป้องลูกจากความผิดหวังเสียใจมากเกินไป มักจะตามมาด้วยความต้องการให้ลูกต้องสำเร็จตามเส้นทางที่คุณพ่อคุณแม่จัดการไว้ให้อย่างดี จนบางครั้งอาจทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ลองทำอะไรผิดพลาด ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้อาจกลายเป็นความกดดัน ความเครียด ความวิตกกังวล และเป็นคนกลัวความผิดพลาดได้

4. ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหิน

Snowplow_web_4

แม้สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำจะมาจากความรักและหวังดีเต็มเปี่ยมแต่นานไป อาจทำให้ลูกรู้สึกว่ากำลังถูกควบคุมและบังคับมากกว่าการปกป้อง ทำให้เกิดช่องว่างในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกได้

งานศึกษาของ Terri LeMoyne และ Tom Buchanan นักวิจัยด้านสังคมวิทยา พบว่า เด็กที่ถูกเลี้ยงดูด้วยวิธีที่พ่อแม่ที่คอยแทรกแซงมากเกินไป มักรายงานว่ามีความพึงพอใจในชีวิตต่ำกว่าและมีระดับความวิตกกังวลสูงกว่าเด็กทั่วไป และเป็นเหตุผลทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวค่อยๆ ห่างเหินได้

5. ลูกไม่ได้เติบโตตามจังหวะของตัวเอง

Snowplow_web_5

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดของการเลี้ยงดูแบบนี้ก็คือ ทำให้ลูกไม่มีพื้นที่สำหรับเรียนรู้และเติบโตในแบบที่เป็นตัวเอง เพราะการได้สะดุด ล้ม หรือผิดพลาด เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ลูกเข้าใจตัวเองมากขึ้น หากลูกเติบโตโดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยปกป้อง คิด และตัดสินใจแทนตลอดเวลส ลูกอาจเสียโอกาสในการค้นพบศักยภาพ ความถนัด และตัวตนเส้นทางที่แท้จริงของตัวเองได้

อ้างอิง
parents
Webmd
Health.clevelandclinic

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST