READING

จะรู้ได้ยังไงว่า ลูกแค่ชอบ ‘เล่น’ หรือ ‘อยากเป็นนั...

จะรู้ได้ยังไงว่า ลูกแค่ชอบ ‘เล่น’ หรือ ‘อยากเป็นนักกีฬา’ ตัวจริง

ลูกอยากเป็นนักกีฬา

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกชอบเล่นวิ่งแข่ง เตะบอล ว่ายน้ำ กระโดดตีลังกา หรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมถึงมีความสนใจการดูและเล่นกีฬามากเป็นพิเศษ

เวลานั้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสงสัยว่า พฤติกรรมเหล่านั้น คือสัญญาณว่า ลูกอยากเป็นนักกีฬา หรือลูกแค่ชอบเล่นสนุกกับความสามารถของร่างกายตัวเองกันแน่

แต่ไม่ว่าอย่างไร การสังเกตพฤติกรรม ความมุ่งมั่น และความสนใจในกีฬาของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่แยกแยะได้ว่า ลูกเพียงแค่สนุกกับการเล่นกีฬา หรือ ลูกอยากเป็นนักกีฬา และมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในการเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง

เรามีข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ พร้อมตัวอย่างเส้นทางการเป็นนักกีฬาของ Coco Yoshizawa นักกีฬาสเก็ตบอร์ด วัย 14 ปี เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกคนล่าสุด ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เห็นแนวทางการส่งเสริมให้ลูกเป็นนักกีฬาในแบบที่เป็นไปได้มากที่สุด

1. ลองให้ลูกได้ ‘เล่น’ กีฬา

Sportsperson_web_1

การให้ลูกได้เล่นกีฬาตั้งแต่ยังเล็ก คือการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ และส่งเสริมให้เกิดทักษะการเคลื่อนไหวที่ดี โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย การวิ่ง กระโดด โยน ขว้างปา รวมไปถึงเล่นกีฬาที่เน้นความสนุกสนาน จะช่วยให้ลูกเรียนรู้และพัฒนาประสาทสัมผัสต่างๆ ได้ดี

Aubrey Fine ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และนักจิตวิทยา อธิบายว่า กีฬาเป็นเพียงหน้าต่างบานหนึ่งในชีวิตของลูก คุณพ่อคุณแม่มักเปิดหน้าต่างบานนี้ให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็กด้วยกิจกรรมเชิงเคลื่อนไหวร่างกาย ไปจนถึงการเล่นกีฬาอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะกีฬาช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ฝึกฝนทางด้านอารมณ์และสติปัญญา ลูกจะได้สำรวจ ค้นพบกีฬาที่อยากเล่น หรือชื่นชอบมากเป็นพิเศษ รวมไปถึงการรับรู้ความสามารถของตัวเองผ่านการลองเล่นกีฬาหรือกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ

ที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่หลากหลาย หรือหากเห็นว่าลูกเริ่มแสดงความสนใจในกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ก็สามารถพาไปลูกลองเล่นกีฬาชนิดนั้นหรือหาช่องทางติดตามการแข่งขันให้ลูกมากขึ้น

 แต่หากลูกไม่มีความสนใจกีฬาอะไรเป็นพิเศษ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องกดดันลูกแต่อย่างใดนะคะ

2. ลูกวัยประถม ปูเส้นทางกีฬาที่ใช่

Sportsperson_web_2

ความสนใจเรื่องกีฬาของลูกจะแสดงออกชัดเจนมากขึ้นในช่วงอายุ 6-8 ปี ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่อาจแนะนำให้ลูกรู้จักกีฬาและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อดูว่าลูกสนใจและประเมินว่าตัวเองน่าจะเหมาะกับกีฬาประเภทไหน

ตามหลักการพัฒนาของนักกีฬาในระยะยาว Long-Term Athlete Development (LTAD) ประเทศแคนาดา ระบุว่า วัยประถมต้น หรือช่วงอายุ 6-9 ปี เด็กๆ ควรเน้นกิจกรรมหรือกีฬาที่สร้างทักษะการเคลื่อนไหว ความคล่องตัว สมดุลร่างกาย การประสานงานของร่างกาย และยังคงสนุกสนาน ที่สามารถเล่นได้ในประชีวิตประจำวัน เด็กผู้ชายยังคงส่งเสริมทักษะการเคลื่อนไหวให้แข็งแกร่ง อาทิ การวิ่ง การกระโดด การเตะ การจับและการบิด และเรียนรู้กีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล เพื่อให้ลูกเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การอยู่ในกฏเกณฑ์ และการมีน้ำใจนักกีฬา ส่วนเด็กผู้หญิงสามารถให้เล่นกีฬาที่สนุกและปลอดภัย เช่น ว่ายน้ำ ยิมนาสติก หรือฟุตบอลก็ยังได้

เมื่อลูกเข้าสู่วัยประถมปลาย หรือช่วงอายุ 9-12 ปี ลูกจะมีทักษะพื้นฐานของร่างกายเป็นอย่างดี พร้อมแล้วที่จะไปต่อกับกีฬาที่ตัวเองชอบคุณพ่อคุณแม่สามารถสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกเข้าร่วมการแข่งขันได้ เพื่อเปิดประสบการณ์ให้ลูก ได้ ‘เน้นเข้าร่วม ไม่เน้นรางวัล’

ตามข้อมูลของ LTAD ระบุว่า แม้ว่าการสนับสนุนให้ลูกฝึกซ้อมกีฬาเพื่อมุ่งหวังให้ลูกเป็นนักกีฬาเต็มตัว ตั้งแต่ช่วงอายุ 5-7 ปี เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ ก็ต้องสอดคล้องกับประเภทของกีฬา และอายุของเด็กด้วย

Jim Taylor, Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาด้านประสิทธิภาพ ระบุว่า คุณพ่อคุณแม่หลายคนกลัวว่า ลูกจะไม่ได้เป็นนักกีฬา หากไม่ได้พัฒนาทักษะนี้มาตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ความเป็นจริง เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี อาจจะยังไม่รู้ว่าถ้าชอบหรือต้องการเป็นนักกีฬาอย่างจริงจังจะต้องทุ่มเทให้กับมันมากแค่ไหน

ตรงกับการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส ซึ่งสำรวจนักกีฬามหาวิทยาลัยเกือบ 300 คน พบว่าร้อยละ 70 ไม่เคยเชี่ยวชาญในกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่ง จนกระทั่งอายุเกิน 12 ปี

3. วัยมัธยมเริ่มชัด วัดแววเป็น ‘นักกีฬา’

Sportsperson_web_3

งานวิจัยของ Milken Institute School of Public Health มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ชี้ให้เห็นว่าเด็กร้อยละ 70 ที่เลิกเล่นกีฬาตอนอายุ 13 ปี ส่วนใหญ่บอกว่า ไม่สนุกอีกต่อไป อีกส่วนติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย

แต่ไม่ใช่กับ Coco Yoshizawa นักสเก็ตบอร์ดวัย 14 ปี ที่คว้าเหรียญทองคนล่าสุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีสมาได้

โคโค่เริ่มเล่นสเก็ตบอร์ดตอนอายุ 7 ปีตามพี่ชาย ตอนนั้นโคโค่ยังรู้สึกว่าสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่เจ็บตัวไม่น้อย แต่เธอก็เริ่มเล่นสเก็ตบอร์ดอย่างจริงจังตอน ป.4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน โคโค่จึงใช้เวลาไปกับเล่นสเก็ตบอร์ดกับคุณพ่อในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน และเริ่มฝึกฝนท่า Bigspin ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในท่ายากของการเล่นสเก็ตบอร์ด โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ในอนาคตจะเป็นท่าที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่การเป็นนักกีฬาระดับโลกได้

4. ลูกสนุก ได้เลือกเอง และมีความพยายาม หากมีครบ 3 ข้อ ไปต่อได้เลย

Sportsperson_web_4

John O’Sullivan ผู้ก่อตั้งโครงการ Changing the Game ระบุว่า การเลี้ยงลูกให้เป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จได้นั้น เด็กจะต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ข้อ นั่นคือ 1. ต้องเล่นแล้วสนุก 2. ต้องเป็นสิ่งที่ลูกเลือกเอง และ 3. ลูกต้องมีแรงจูงใจและความเพียรพยายามในการเล่น ทั้งหมดนี้จะต้องเกิดขึ้นด้วยตัวลูกเอง ไม่ใช่เกิดจากการผลักดันหรือกระตุ้นของคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว จุดประสงค์ที่แท้จริงของการเล่นกีฬาคือ การทำให้ลูกรู้สึกเหมือนเป็นแชมป์ของตัวเอง มีความสุข สนุกสนาน ร่างกายแข็งแรง จิตใจแข็งแกร่ง ไม่ว่าลูกจะเลือกเป็นนักกีฬา หรือ แค่เล่นกีฬา อย่างน้อยลูกก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้เลือกในสิ่งที่ชอบ และได้ใช้ชีวิตตามวัยได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

อ่านบทความ: 4 เคล็ดลับดีๆ ส่งเสริมให้ลูกอยากเล่นกีฬา
อ้างอิง
the-cauldron.com
www.huffpost.com
sportcourtmn.com
asahi.com

PITTAYARAT CH.

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

COMMENTS ARE OFF THIS POST