ในช่วงนี้ของเล่นบีบนุ่มนิ่มกำลังเป็นที่นิยมใยหมู่เด็กๆ เพราะมีสีสันสดใส รูปทรงน่ารัก และสัมผัสนุ่มนิ่ม บีบแล้วค่อยๆ คืนตัว จนหลายคนรู้สึกว่าเป็นของเล่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและสร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กหลายคนจะมีสกุชชี่สะสมอยู่หลายชิ้น และหยิบมาเล่นอยู่เป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความน่ารักของของ สกุชชี่ (Squishy Toy) ยังมีข้อมูลอีกหลายด้านที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้ผลิต ส่วนประกอบอย่างสีและน้ำหอมสังเคราะห์ การดูแลรักษา รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อสกุชชี่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อหรือปล่อยให้ลูกเล่นเป็นประจำ
M.O.M จึงชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับ สกุชชี่ ให้มากขึ้น ว่าของเล่นชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ผลิตจากอะไร มีข้อควรระวังอะไรบ้าง และเมื่อถึงวันที่ต้องทิ้ง ควรจัดการอย่างไร เพื่อให้ลูกเล่นได้อย่างปลอดภัย พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ประเภทของสกุชชี่
• สกุชชี่เนื้อโฟม (Soft Polyurethane Foam): ทำจากโฟมฟองน้ำชนิดพิเศษ จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบา และมีความสโลว์ (Slow-Rising) คือเมื่อบีบยุบแล้วเนื้อโฟมจะค่อยๆ คืนฟูกลับมาช้าๆ มักมีกลิ่นหอมคล้ายขนมหรือผลไม้
• สกุชชี่ทาบะ (Taba Squishy): ทำจากซิลิโคนเกรดอาหาร (Food-grade silicone) ผิวสัมผัสจะมีความหนึบ นุ่ม ยืดหยุ่น คล้ายขนมโมจิ เยลลี่ หรือพุดดิ้ง ต่างจากเนื้อโฟมตรงที่จะไม่คืนตัวช้า และมีความทนทานสูง
• สกุชชี่ทีพีอาร์ (TPR Squishy): ทำจากวัสดุเทอร์โมพลาสติก รับเบอร์ (Thermoplastic Rubber) ผิวสัมผัสจะลื่นๆ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดึงหรือยืดได้เยอะ น้ำหนักเบา
สกุชชี่ส่วนใหญ่ทำจากโฟมโพลียูรีเทน
สกุชชี่ที่มีเนื้อนุ่ม บีบแล้วค่อยๆ คืนตัว หรือที่เรียกว่า Slow Rising Squishy ส่วนใหญ่มักผลิตจากโพลียูรีเทนโฟม หรือ PU Foam ซึ่งเป็นวัสดุพลาสติกสังเคราะห์ที่สามารถผลิตให้มีความนุ่ม ยืดหยุ่น และมีน้ำหนักเบาได้ จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท ตั้งแต่เบาะนั่ง ฟองน้ำ ที่นอน ไปจนถึงของเล่นบีบอย่างสกุชชี่
สกุชชี่ไม่ได้มีแค่โฟม แต่ยังมีสี กาว และน้ำหอมสังเคราะห์
นอกจากเนื้อโฟมแล้ว สกุชชี่หนึ่งชิ้นอาจประกอบด้วยสีที่ใช้ตกแต่งพื้นผิว สารเคลือบ กาว และน้ำหอมสังเคราะห์ เพื่อทำให้ของเล่นมีหน้าตาน่ารัก ผิวสัมผัสนุ่ม หรือมีกลิ่นคล้ายขนมและผลไม้ ดังนั้น สกุชชี่แต่ละยี่ห้อจึงอาจมีส่วนประกอบแตกต่างกัน ไม่ได้ทำจากโพลียูรีเทนเพียงอย่างเดียวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม งานศึกษาของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและนักวิจัยเกี่ยวกับของเล่นประเภทสกุชชี่ก็ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ของเล่นเหล่านี้โดยทั่วไปทำจากโฟมโพลียูรีเทนและอาจปล่อยสารระเหยจากวัสดุ สี หรือกลิ่นที่เติมเข้าไปได้
อาจใช้เวลาย่อยสลายถึงหลายร้อยปี!
สกุชชี่ใช้เวลาย่อยสลายตามธรรมชาตินานถึง 500 ถึง 1,500 ปี เนื่องจากผลิตจากโพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ เมื่อถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบวัสดุนี้จะไม่ย่อยสลาย แต่จะแตกตัวกลายเป็นไมโครพลาสติก ตกค้างและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
สกุชชี่มีโครงสร้างเป็นโฟมที่เต็มไปด้วยรูพรุน เพื่อให้สามารถบีบแล้วคืนตัวได้ช้า คุณสมบัตินี้แม้จะทำให้ของเล่นมีสัมผัสนุ่มและน่าเล่น แต่ก็อาจทำให้มีความชื้นจากน้ำลาย เหงื่อ หรือสิ่งสกปรกซึมเข้าไปสะสมภายในเนื้อโฟมได้ง่าย ส่งผลให้กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค หากไม่ได้ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนเมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ
นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากลูกยังอยู่ในวัยที่ชอบหยิบของเข้าปาก เพราะการกัด แทะ หรือดึงสกุชชี่แรงๆ อาจทำให้เนื้อโฟมฉีกขาดหรือมีชิ้นส่วนหลุดออกมา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะเผลอกลืนหรือสำลัก จนอาจเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจและเป็นอันตรายได้
ควรจัดการกับสกุชชี่ที่ไม่ใช้แล้วอย่างไร
เมื่อสกุชชี่เริ่มขาด ยุ่ย สีลอก หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรหยุดใช้งานทันที โดยเฉพาะหากเป็นของเล่นของเด็กเล็ก เพราะอาจเสี่ยงที่ชิ้นส่วนจะหลุดออกมาและเกิดการสำลักได้
หากต้องทิ้ง ควรรวบรวมเศษโฟมใส่ถุงให้มิดชิดก่อนทิ้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเศษวัสดุระหว่างการจัดการขยะ ที่สำคัญไม่ควรทิ้งลงแหล่งน้ำ ไม่ควรฝังดิน และไม่ควรเผาเอง เนื่องจากโพลียูรีเทนเป็นพลาสติกสังเคราะห์ที่อาจปล่อยสารอันตรายเมื่อเผาไหม้ได้
นอกจากนี้ การใช้ของเล่นเท่าที่จำเป็น ดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดี และลดการซื้อเกินความจำเป็น ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะจากของเล่นได้ในระยะยาว

COMMENTS ARE OFF THIS POST