READING

ล้อเลียนเด็ก : 5 เรื่องที่ผู้ใหญ่คิดว่าแซวเล่นขำๆ ...

ล้อเลียนเด็ก : 5 เรื่องที่ผู้ใหญ่คิดว่าแซวเล่นขำๆ แต่เด็กอาจไม่ขำ

ล้อเลียนเด็ก

คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมคะว่า มีหลายประโยคที่ผู้ใหญ่มักพูดกับเด็กด้วยความเอ็นดูหรือคิดว่าเป็นการหยอกล้อสนุกๆ เช่น เรื่องรูปร่าง สีผิว บุคลิกภาพ ผลการเรียน หรือเปรียบเทียบเด็กกับพี่น้องและเพื่อนๆ แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง โดยคิดว่าเป็นการหยอกเล่นด้วยความเอ็นดูธรรมดา

แต่บางครั้งการ ล้อเลียนเด็ก อาจไม่ได้ทำให้เด็กรู้สึกสนุกหรือตลกขบขัน และความรุนแรงของการแซวหรือหยอกล้อ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจตนาของคนพูดเพียงอย่างเดียว หากยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเด็กที่เป็นผู้ฟังและถูกพูดถึงด้วยความขบขันด้วย

เด็กบางคนอาจแสดงออกเป็นการหัวเราะไปด้วย เพราะไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร แต่บางคนก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้เงียบๆ แต่คำพูดที่ผู้ใหญ่คิดว่าเป็นการแซวเล่น อาจค่อยๆ กลายเป็นความไม่มั่นใจ ความอับอาย หรือความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอได้โดยไม่รู้ตัว นี่จึงเป็นเหตุผลที่การแซวหรือ ล้อเลียนเด็ก ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการจิตวิทยาและการพัฒนาเด็ก และเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อเด็กมากขึ้น ดังนั้น ผู้ใหญ่อย่างเราจึงควรหยุดคิดสักนิดว่าการแซว ล้อเลียน หรือหยอกล้อเด็กๆ ด้วยความขบขันนั้น ทำให้เด็กรู้สึกดีหรือมีเพียงผู้ใหญ่ด้วยกันเองที่รู้สึกสนุก แต่ทำให้หัวใจดวงเล็กๆ ของเด็กเต็มไปด้วยความรู้สึกอับอาย ไม่มั่นใจ ไม่ชอบการเป็นตัวเอง และอาจกลายเป็นบาดแผลในใจที่ติดตัวลูกไปอีกนาน

5 เรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่ควรแซวหรือ ล้อเลียนเด็ก

1. รูปร่างและน้ำหนัก

StopTeasingKids_web_1

เวลาเห็นเด็กอ้วนจ้ำม่ำ มีแก้มกลมๆ เดินอุ้ยอ้าย ผู้ใหญ่หลายคนมักอดไม่ได้ที่จะแซวเด็กเรื่องความอ้วน อาจเพราะรู้สึกเอ็นดูและมองว่าเป็นความน่ารักตามธรรมชาติ

แต่ในความเป็นจริง เด็กเริ่มรับรู้ภาพลักษณ์ของตัวเองมากกว่าที่ผู้ใหญ่เข้าใจ และคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกที่เด็กมีต่อตัวเองมากที่สุดก็คือคนในครอบครัว หากลูกได้ยินการพูดถึงรูปร่างของตัวเองบ่อยๆ แม้จะอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่ก็อาจทำให้ลูกซึมซับ จนเริ่มไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Adolescent Health พบว่า เด็กที่ถูกพ่อแม่หรือคนในครอบครัวล้อเลียนเกี่ยวกับรูปร่างหรือหน้าตาเป็นประจำ มีแนวโน้มสูญเสียความมั่นใจ ไม่พอใจรูปลักษณ์ของตัวเอง และมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า รวมถึงพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติเมื่อเติบโตขึ้นได้

2. หน้าตาและสีผิว

StopTeasingKids_web_2

สีผิว โครงหน้า ดวงตา จมูก ปาก หรือรูปลักษณ์ภายนอกบางอย่าง เป็นสิ่งที่เด็กไม่สามารถเลือกหรือเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง แต่หลายครั้งกลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกผู้ใหญ่หยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ ทั้งการเปรียบเทียบกับพี่น้อง คนในครอบครัว หรือแม้แต่เด็กคนอื่น โดยผู้ใหญ่อาจไม่ได้ตั้งใจให้เป็นคำวิจารณ์ เพียงแค่พูดไปตามลักษณะทางกายภาพที่มองเห็นเท่านั้น

สำหรับเด็กแล้ว การถูกพูดถึงสิ่งที่ตัวเองแก้ไขไม่ได้ อาจทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมตัวเองถึงไม่เหมือนคนอื่น หรือทำไมรูปลักษณ์ของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ

3. ผลการเรียนและสติปัญญา

StopTeasingKids_web_3

เมื่อลูกทำคะแนนสอบได้ไม่ดี ทำการบ้านผิด หรือทำเรื่องง่ายๆ พลาด ผู้ใหญ่หลายคนอาจเผลอหยอกล้อหรือใช้คำพูดประชดประชัน เพราะหวังว่าจะทำให้ลูกจำและกลับไปตั้งใจเรียนมากขึ้น

 แต่สำหรับลูกแล้ว สิ่งที่เจ็บปวดอาจไม่ใช่การสอบได้คะแนนน้อยหรือการทำผิดพลาด แต่เป็นการที่ความผิดพลาดของตัวเองกลายเป็นเรื่องตลกของคนรอบข้าง อาจทำให้ลูกเริ่มกลัวการทำผิด ไม่กล้าลองสิ่งใหม่ๆ และกังวลว่าทุกครั้งที่พลาด จะต้องถูกล้อเลียนอีก

นอกจากนี้ งานวิจัยด้านจิตวิทยาการเรียนรู้พบว่า เด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้จากความผิดพลาด จะมีแนวโน้มพัฒนาความยืดหยุ่นทางความคิด (Growth Mindset) ได้ดีกว่า ในทางกลับกัน หากความผิดพลาดมักนำไปสู่การถูกล้อเลียน หลีกเลี่ยงความท้าทาย ขาดความกล้าลองสิ่งใหม่ และค่อยๆ สูญเสียความมั่นใจในศักยภาพของตัวเองอีกด้วย

4. การแต่งตัวและภาพลักษณ์ของลูก

StopTeasingKids_web_4

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น เด็กหลายคนจะเริ่มสนุกกับการเลือกเสื้อผ้าด้วยตัวเอง บางคนชอบใส่สีสดๆ บางคนชอบจับคู่เสื้อผ้าที่ผู้ใหญ่มองว่าไม่เข้ากัน หรือบางคนก็มีชุดตัวโปรดที่อยากใส่แทบทุกวัน จนผู้ใหญ่หลายคนอดไม่ได้ที่จะหยิบเรื่องเหล่านี้มาแซวหรือพูดเล่น เพราะมองว่าเป็นความน่ารักตามประสาเด็ก

แต่สำหรับลูกแล้ว การเลือกเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งตัวเท่านั้น หากยังเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังเรียนรู้ความชอบและความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อสิ่งที่ลูกเลือกถูกล้อเลียนหรือถูกวิจารณ์อยู่บ่อยๆ เด็กอาจเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่ตัวเองชอบไม่ดีพอ หรือไม่กล้าแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจด้วยตัวเอง

5. นิสัยส่วนตัวและความกลัว

StopTeasingKids_web_5

ในช่วงวัยเด็ก เด็กทุกคนต่างมีเรื่องที่ตัวเองยังทำไม่ได้ หรือมีความกลัวแตกต่างกันออกไป บางคนร้องไห้ง่าย บางคนกลัวความมืด กลัวสัตว์ หรือยังฉี่รดที่นอน ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่พบได้ตามพัฒนาการตามช่วงวัยของเด็ก แต่หลายครั้งสิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ชอบหยิบมาเล่าต่อหน้าญาติหรือคนรู้จัก เพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่ารักน่าเอ็นดู

แต่สำหรับลูกแล้ว เรื่องที่ผู้ใหญ่เล่าอย่างสนุกปาก อาจเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรับรู้มากที่สุด เมื่อเรื่องเดิมๆ ถูกหยิบมาพูดซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ลูกอาจเริ่มรู้สึกอาย ไม่กล้าแสดงความรู้สึก หรือกังวลว่านิสัยและความกลัวของตัวเองจะกลายเป็นหัวข้อการพูดคุยที่ตลกขบขันของคนอื่นหรือไม่

อ้างอิง
onlinelibrary.wiley
rd

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST