READING

The Rookie Mom EP90: หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ และเข้า...

The Rookie Mom EP90: หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ และเข้าใจหัวใจดวงเล็กของเด็กน้อยใน Hospital Playlist

hospital playlist

กลับมาคุยกันเรื่องซีรีส์อีกแล้ว หลังจากซีรีส์เกาหลี Hospital Playlist กลับมาในซีซันสองหลังจากเคยได้รับความนิยมอย่างมากในซีซันแรก ทันทีที่ออกอากาศในประเทศเกาหลีเมื่อปี 2020

Hospital Playlist เป็นผลงานของผู้กำกับ ชินวอนโฮ ที่สร้างสรรค์ผลงานมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ตระกูล Reply และ Prison Playbook ที่มีการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องออกมาจับใจคนดูได้อย่างลึกซึ้ง

เพราะชินวอนโฮมักจะพูดถึงเรื่องเบื้องหลังการเติบโตของตัวละครแทบจะทุกคนในเรื่องและมักจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ในครอบครัวอยู่เสมอ Hospital Playlist ที่หลายคนประทับใจก็เป็นหนึ่งในนั้น

Hospital Playlist เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลยุลเจ ที่มีกลุ่มหมอ 5 คน เป็นเพื่อนรักกัน เรียนมาด้วยกัน เข้ามหาวิทยาลัยปีเดียวกัน และที่ทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์มากขึ้นก็คือการที่ทั้ง 5 คนรวมวงเล่นดนตรีด้วยกัน
นอกจากเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนหมอทั้ง 5 คนแล้ว ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่พวกเขารัก เรื่องราวของคนไข้ในโรงพยาบาล ที่เล่าด้วยมิติของครอบครัว เช่น ครอบครัวของแต่ละคนเป็นแบบไหน มีฐานะอย่างไร และพวกเขามีความหวัง ความฝันอะไรบ้าง

หลังจากผ่านมา 4 Ep. แม่นิดนกก็เลยจะมาพูดถึงบางฉากบางตอนที่ดูแล้วอินมากเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะว่ามันมาถูกจังหวะเวลากับตัวแม่นิดนกหรือสถานการณ์กับคนรอบข้าง ที่ทำให้พอดูฉากนั้นแล้วเกิดความรู้สึกพิเศษบางอย่างขึ้นมา

*การรีแคปนี้อาจจะมีการสปอยล์เนื้อหาบางส่วน แต่ว่าเราก็พยายามข้ามส่วนที่สำคัญต่อเนื้อเรื่องและอรรถรสในการดูไปแล้วนะคะ 🙂

ความเจ็บปวดเขารู้จักมันดีกว่าใคร

• เป็นเรื่องราวใน EP.2 ของซีซันที่สอง

• คุณหมออันจองวอน กุมารศัลยแพทย์คนดีและเป็นที่รักของทุกคน จนได้ฉายา ‘พระพุทธเจ้า’ กำลังเริ่มทำการตรวจเด็กชายอายุประมาณ 5-6 ขวบคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่บนตักคุณแม่

• เด็กชายคนนี้ผ่านการผ่าตัดตรงแนวกระดูกสันหลังมาก่อน และจะต้องมาทำการตัดไหมเย็บแผล แต่แค่คุณหมอแกะพลาสเตอร์ปิดแผลออก เด็กก็ร้องไห้ หรือทันทีที่หมอเอาแอลกอฮอล์มาเช็ดแผล เด็กก็ร้องโวยวายว่าเจ็บและไม่ยอมให้คุณหมอจับต้องร่างกาย หมอจึงบอกให้คุณแม่พาลูกไปสงบสติอารมณ์ก่อน

• ตัดภาพมาที่ห้องตรวจอีกครั้ง เมื่อคุณแม่พาเด็กชายกลับมาหาคุณหมอ เหตุการณ์ก็ยังคงเหมือนเดิม ลูกก็ยังร้องไห้งอแง จนคุณแม่ทนไม่ไหว ก็เลยพูดกับลูกว่า “ทำไมแค่นี้ไม่อดทน จะเป็นคนแบบนี้ใช่ไหม” แล้วก็เหมือนเดิม คือคุณหมอบอกให้แม่พาลูกออกไปก่อน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่อีกครั้งก็ได้

• เมื่อคุณหมอตรวจคนไข้คนอื่นเสร็จหมดแล้ว เดินออกจากห้องตรวจมาก็ได้พบกับคุณแม่ของเด็กชายที่โถงทางเดินตามลำพัง เมื่อถามไถ่ได้ความว่าลูกชายเพิ่งออกไปกินข้าวกับคุณพ่อ แม่ก็เริ่มระบายให้คุณหมออันจองวอนว่าเธอรู้สึกผิดหวังในตัวลูก ที่ลูกไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา แต่คุณหมออันจองวอนกลับปลอบใจและตอบออกไปว่า  “เด็กคนนั้นเคยเอาชนะด้วยการผ่าตัดมะเร็งกระดูกมาได้ เขาผ่านความเจ็บปวดมาและรู้จักมันดีกว่าใคร ที่ผ่านมาคุณแม่คอยดูแลข้างๆ เขาตลอด วันนี้คุณแม่ทำได้ดีที่สุดแล้ว หมอไม่เป็นอะไรเลย”

• คำพูดของหมอนี่แหละที่เรารู้สึกกับมันมาก เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาทำให้คนดูหรือคนนอกที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างเรารู้สึกว่าหงุดหงิดแทนคุณแม่ ว่าทำไมเด็กต้องร้องไห้ ทำไมต้องกลัวเจ็บมากมายขนาดนั้น แต่พอเรารู้ว่าแผลนั้นมันไม่ใช่แค่แผลหกล้มหรือบาดเจ็บธรรมดา แต่เป็นแผลที่เด็กคนหนึ่งได้รับมาจากการผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งมาก่อน และเขาคงผ่านความเจ็บปวดทรมานมามาก

• เราคิดว่า ต่อให้เป็นแม่ที่ไม่ได้มีลูกป่วย แต่ฉากนี้ก็สะท้อนอารมณ์ของคนเป็นแม่ที่จะเคยผ่านสถานการณ์อย่างนี้ โดยเฉพาะแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยที่รู้เรื่องแล้ว (สามขวบครึ่งขึ้นไป) มันเป็นอารมณ์ที่ว่าทำไมลูกไม่ได้ดั่งใจ ทำไมถึงทำไม่ได้ ทั้งที่เราประเมินแล้วว่าเขาควรจะทำได้ แต่คุณหมอก็เข้ามาช่วยปลดล็อกความคิดของเราด้วยคำพูดที่ว่า “เขารู้จักมันดีกว่าใคร” เพราะเด็กชายที่ผ่านการรักษาที่แสนทรมานและคนที่ต้องแบกรับความรู้สึกความเจ็บปวดทั้งหมดคือตัวเขา ดังนั้นแม่คือคนที่ทำได้เพียงเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้าง

• เราอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ‘ถ้าเจ็บแทนลูกได้ก็จะทำ’ แต่เงื่อนไขของโลกใบนี้ก็คือมันเป็นไปไม่ได้ เราจึงทำได้แค่เข้าใจเขา เข้าใจว่าประสบการณ์ที่เขาเจอมาด้วยตัวเองมันยากและโหดร้ายสำหรับเขา

hospital playlist

• เช่นเดียวกับหลายๆ เรื่องที่แม่อย่างเรามักจะคาดหวังหรือเชื่อมั่นว่าลูกต้องทำได้ แต่พอลูกทำไม่ได้ ก็ผิดหวัง หงุดหงิด และพูดจาไม่ดีใส่ลูก ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องของใครกันแน่ มันเป็นความคาดหวังของเราเองหรือเปล่าที่เข้าไปทาบทับชีวิตของลูก

hospital playlist

• โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่ลูกยังไปโรงเรียนไม่ได้ การเรียนออนไลน์ทำให้เด็กๆ มีการบ้านหรือใบงานมากมายที่คุณครูส่งมา ต่อให้การบ้านหรือกิจกรรมที่โรงเรียนส่งมามันจะไม่ได้ตึงเครียดมาก แต่พอถูกส่งมาแล้ว มันก็มักมีตัวเราเข้าไปทับอยู่ในงานชิ้นนั้นของทันที เช่น คุณครูให้ลูกระบายสี เราก็อยากให้ลูกทำออกมาได้เหมือนกับสิ่งที่เราคิด แต่ความจริงแล้วกิจกรรมทั้งหลายที่คุณครูส่งมาให้มันเป็นเรื่องของลูกทั้งสิ้นเลยนะ ส่วนความหงุดหงิดเพราะลูกไม่ได้ดั่งใจ มันเกิดจากความคาดหวังของเราหมดเลย

• อีกสิ่งที่สุดท้ายเราก็ต้องยอมรับให้ได้ก็คือ มันคือชีวิตของลูก ถึงแม้ว่าความคาดหวังต่างๆ จะเกิดจากความรักและความห่วงใยของคนเป็นแม่ แต่คนที่จะเลือกว่าใช้ชีวิตไปทางไหน หรือเลือกอะไรเข้ามาในชีวิต มันคือตัวของลูก และยิ่งเราพยายามเป็นคนเลือกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่วันหนึ่งลูกก็ต้องโตพอที่จะไม่ยอมให้เราทำอย่างนั้นอีก แล้วมันจะเป็นวันที่เจ็บปวดมากกว่า

hospital playlist

• เราเคยคุยกับคุณครูที่โรงเรียนของลูกเรื่องการคาดหวัง คุณครูบอกว่าต้องแยกให้ออกก่อนว่าเป็นความคาดหวังและความต้องการของเรา หรือว่าเป็นสิ่งที่ลูกต้องการ ถ้าชัดเจนว่ามันคือความต้องการของลูก ก็ปล่อยให้เขาได้มีชีวิตเป็นของเขา แต่สิ่งที่เราทำได้คือการบอกลูกว่าแม่คิดอย่างนี้ หรือถ้าเป็นแม่จะทำแบบนี้ สิ่งนี้จะทำให้ลูกรับรู้ว่าคนเราคิดไม่เหมือนกันได้ มีวิธีแก้ปัญหาที่ต่างกันได้ แม้กระทั่งตัวเขาเองกับพ่อแม่ก็ตาม

• แต่การแชร์มุมมองกันต้องเป็นไปในรูปแบบและน้ำเสียงที่เรียบง่าย ไม่ใช่การโน้มน้าว ชักจูง หรือชวนเชื่อมากเกินไป และสุดท้ายก็ต้องให้ลูกตัดสินใจเองได้

• การพูดคุยกับลูกจะทำให้เขาได้ยินและรู้จักรับฟังเสียงความคิดของคนอื่น ไม่ใช่ว่าโลกต้องหมุนตามเขา เพราะคนอื่นอาจจะมีความคิดที่แตกต่างกับเขาก็ได้

hospital playlist

In front of the Post Office in Autumn 

• อีกหนึ่งอย่างที่ชอบในซีรีส์เรื่องนี้ก็คือเพลง ซึ่งส่วนมากจะเป็นเพลงเก่าที่นำมา re-arrange ใหม่ และเพลงที่เราจะพูดถึงนี้มีชื่อว่า In front of the Post Office in Autumn ถ้าลองเอาชื่อเพลงไปเสิร์ชดู จะพบว่ามันเป็นเพลงเก่าที่มีคนเอามาร้องใหม่อยู่เรื่อยๆ

• เนื้อเพลงพูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนรอคนรักหน้าที่ทำการไปรษณีย์ และเห็นใบแปะก๊วยสีเหลืองปลิวตกลงมา ทำให้เขาเริ่มคิดว่าสิ่งงดงามทั้งหลายบนโลกนี้มันจะอยู่ได้นานเท่าไร ซึ่งคอนเซ็ปต์ของเพลงนี้จะพูดถึงการดำรงอยู่ และความคิดเมื่อต้องเผชิญอะไรหลายๆ อย่างที่เข้ามาในชีวิต เราจะสามารถยืนอยู่ตามลำพังได้ไหม

• มันทำให้เราฉุกคิดว่า ทุกคนก็มีเรื่องราวของตัวเอง มีเส้นเรื่องของตัวเอง ในขณะที่เรากำลังเผชิญทุกอย่างโดยลำพัง แต่เราไม่ได้เติบโตมาโดยลำพัง เราทุกคนเติบโตมาด้วยความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนจากความช่วยเหลือของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

• เราคงต้องรวบรวมพลังทั้งหมดที่เราได้รับมาจากใครก็ตามที่ผ่านมาในเส้นทางการเติบโตของเราไปใช้ในการเผชิญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า อันนี้คือสิ่งที่เพลงนี้จะบอกกับเรา

 

 

คุณพ่อคุณแม่สามารถรับฟังพอดแคสต์ THE ROOKIE MOM Ep.90 ได้จากช่องทางต่างๆ ต่อไปนี้ค่ะ

 

Spotify: https://spoti.fi/2U2xDY7

Apple Podcasts: https://apple.co/3hXeej7

Podbean: https://bit.ly/3ASpXIE

Youtube: https://bit.ly/3B1WJHp


RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST