เลี้ยงลูกอย่างเสือ หรือ ‘Tiger Parenting’ คืออะไร?! ลองมาทำความรู้จักกันดู

การเป็นคุณพ่อคุณแม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทั้งต้องเลี้ยงดู สั่งสอน ปกป้อง ดูแล รวมไปถึงผลักดันและส่งเสริมให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์และมีคุณภาพ

ถึงแม้ว่าแต่ละครอบครัวจะมีวิธีการหรือสไตล์การเลี้ยงลูกที่แตกต่างกัน  แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กนั้นคือปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเด็กแต่ละคนจะเติบโตขึ้นมามีลักษณะนิสัยและความคิดอย่างไร

วันนี้เราจึงอยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่ มาทำความรู้จักกับการเลี้ยงลูกแนว ‘Tiger Parenting’ เผื่อว่าจะลองนำมาสังเกตวิธีการเลี้ยงลูกของตัวเอง แล้วปรับปรุงแนวทางใช้กับการเลี้ยงเจ้าตัวเล็กไปด้วยกันค่ะ

ความเข้มงวดที่เหมือนเสือ

TigerParenting_web_1

‘Tiger Parenting’ เป็นคำที่มีความหมายถึงการเลี้ยงดูที่เข้มงวด จริงจัง และกดดัน เพื่อให้ลูกทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีจุดเริ่มต้นในปี 2011 จาก Amy Chau อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) เอมี่ได้เขียนถึงการเลี้ยงลูกของคนเอเชียลงในหนังสือ The Battle Hymn of the Tiger Mother ว่าคนเอเชียมักจะมีเลี้ยงลูกด้วยความกดดัน และกวดขันลูกให้ลูกอยู่ในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และไม่ค่อยนิยมแสดงออกถึงความรักให้กับลูกเท่าไรนัก

หลังจากนั้นคำว่า ‘Tiger Parenting’ ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น จนทำให้เกิดงานศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับแนวทางการการเลี้ยงลูกที่หลากหลายมากขึ้น

ความกดดันกลายเป็นผลเสีย

TigerParenting_web_2

ข้อเสียของ Tiger Parenting คือทำให้ลูกมีจิตใจอ่อนแอ เครียดง่าย จัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ รวมถึงทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหิน ลูกไม่รู้สึกว่าพ่อแม่เป็นที่พึ่งที่ปลอดภัยและพร้อมจะเข้าใจเขาได้

มีข้อเสียก็มีข้อดีเช่นกัน

TigerParenting_web_3

แต่ถึงแม้ว่า Tiger Parenting จะดูเป็นคำในแง่ลบ แต่ความจริงแล้ว การเลี้ยงลูกด้วยความเข้มงวดก็มีข้อดีซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ แล้วยังเป็นการสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะมีความพยายามที่จะทำให้อะไรให้สำเร็จลุล่วงไปตามเป้าหมายได้

ผลลัพธ์การเลี้ยงลูกย่อมออกมาแตกต่างกัน

TigerParenting_web_4

แม้ว่าจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่การเลี้ยงลูกแบบ Tiger Parenting ของแต่ละครอบครัวย่อมได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน สำหรับบางครอบครัวอาจได้ผลดี ทำให้ลูกประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ แต่ในทางกลับกัน หากคุณพ่อคุณแม่เข้มงวดหรือกดดันลูกมากเกินไป ก็จะทำให้ลูกเครียดและส่งผลต่อสุขภาพจิตของลูกต่อไปได้

ดังนั้น สำหรับการเลี้ยงลูกแล้ว คงไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีไหนดีหรือถูกต้องที่สุด เพราะความสำคัญของการเลี้ยงลูกคือการเลี้ยงที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นความสุขของคุณพ่อคุณแม่และที่สำคัญที่สุดก็คือความสุขของลูก เพื่อให้พ่อแม่ลูกได้เรียนรู้ที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพไปด้วยกัน

อ้างอิง
parents
goodhousekeeping

Anittha R

หลงรักธรรมชาติของความเป็นเด็ก ชอบดูหนัง ชอบหนังสือนิทาน รักการเลี้ยงต้นไม้ และใฝ่ฝันอยากทำสวนกระบองเพรชที่มีดอกเยอะๆ

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST