READING

#ข่มขืนผ่านจอพอกันที เมื่อการข่มขืนไม่ใช่เรื่องโรแ...

#ข่มขืนผ่านจอพอกันที เมื่อการข่มขืนไม่ใช่เรื่องโรแมนติก 5 ทริกพูดคุยกับลูกน้อยเรื่องความรุนแรงทางเพศ

เมื่อภาพการคุกคามทางเพศ ใช้กำลังขืนใจ และรุนแรงถึงขั้นข่มขืนยังคงวนเวียนและถูกผลิตซ้ำอยู่ในสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างละครโทรทัศน์

เป็นเรื่องที่อาจจะเลี่ยงได้ยาก ถ้าหากวันดีคืนดี นั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันอยู่แล้ว ละครที่คุณพ่อคุณแม่เปิดไว้ มีภาพการใช้กำลังเพื่อคุกคามทางเพศเกิดขึ้น แล้วลูกก็เกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาว่าเกิดอะไรกันขึ้น… แม้จะอธิบายยาก แต่การหลีกเลี่ยงไม่ตอบหรือไม่อธิบายก็ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก แต่คุณพ่อคุณแม่อาจใช้เวลานี้อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าพฤติกรรมที่เห็นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีหรือควรเลียนแบบ ความเลวร้ายของการคุกคามและความรุนแรงทางเพศคืออะไร และลูกควรระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นกับตัวเองได้อย่างไร

วันนี้เราจึงมีทริกการพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ เพื่อเป็นแนวทางหากคุณพ่อคุณแม่อยากจะเริ่มต้นคุยเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับลูกกันค่ะ

1. ใช้คำพูดที่เข้าใจได้ง่าย

rape_web_1

การพูดเรื่องซับซ้อนให้เด็กเข้าใจได้ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกใช้คำพูดหรือคำศัพท์ที่เหมาะสม เป็นคำที่เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับช่วงวัยของลูก แต่ก็มีรายละเอียดมากพอที่จะทำให้ลูกเข้าใจถึงประเด็นสำคัญของเรื่องนั้นๆ เช่น การขืนใจ หรือข่มขืน ในเด็กเล็กคุณพ่อคุณแม่อาจจะอธิบายให้ลูกเข้าใจความหมายได้ยาก แต่ประเด็นสำคัญก็คือ การทำร้ายร่างกายหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อร่างกายของคนอื่น เช่น การพยายามสัมผัสตัวคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่เต็มใจ และทำให้คนนั้นได้รับความเจ็บปวดและอับอายที่ถูกกระทำด้วยวิธีดังกล่าว

ส่วนในเด็กโต คุณพ่อคุณแม่อาจเพิ่มรายละเอียดว่าการคุกคามทางเพศ ว่าหมายรวมไปถึงการพยายามจับหรือสัมผัสอวัยวะที่สำคัญ เช่น หน้าอกหรืออวัยวะเพศของคนอื่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีอย่างมาก

2. ไม่แสดงอาการผิดปกติ เมื่อต้องตอบคำถามลูก

rape_web_2

บางครั้งลูกอาจไปพบเห็นพฤติกรรมที่ตัวเองไม่เข้าใจมา และนำกลับมาตั้งคำถามกับคุณพ่อคุณแม่ สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่จะต้องไม่แสดงท่าทางตื่นตกใจมากเกินไป ถึงแม้บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกเคอะเขินที่ต้องอธิบายเรื่องนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม การแสดงออกว่าตกใจที่ลูกถาม หรือตื่นตกใจว่าลูกไปรู้ไปเห็นเรื่องนี้มาได้อย่างไร จะทำให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่สงสัยเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรพูดถึง

และเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นเข้ากับตัวเอง ลูกอาจรู้สีกหวาดกลัวที่จะต้องบอกหรือปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ในที่สุด

3. ให้ความสำคัญกับคำถาม และฟังลูกเล่าอย่างตั้งใจ

rape_web_3

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เตรียมตัวที่จะตอบคำถามยากๆ ของลูก ก็เลยใช้วิธีไม่สนใจและไม่ให้ความสำคัญกับคำถามของลูก แต่ความจริงแล้ว ไม่เฉพาะเรื่องเพศ แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามที่ลูกถามหรือเล่าสิ่งที่ตัวเองพบเจอมา คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจและตั้งใจฟังลูกเสมอ

4. ทำให้ลูกรู้ว่าร่างกายของลูกเป็นเรื่องสำคัญของคุณพ่อคุณแม่เสมอ

rape_web_4

คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้ว่าร่างกายของลูกเป็นเรื่องสำคัญ และลูกสามารถบอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองให้คุณพ่อคุณแม่ฟังได้เสมอ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยหาทางปกป้องและแก้ไข

รวมถึงการสอนให้ลูกรู้ถึงผลเสียของการไม่กล้าบอกหรือไม่ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่เมื่อมีคนมาทำไม่ดีกับร่างกายของลูก เช่น อาจเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก หรือทำให้คนทำผิดไม่ได้รับโทษที่เหมาะสม

5. สอนให้ลูกรู้วิธีปกป้องและป้องกันตัวเอง

rape_web_5

การป้องกันตัวเองจากการถูกคุมคาม ล่วงละเมิด ขืนใจ หรือข่มขืน อาจไม่ได้หมายถึงให้ลูกใช้กำลังในการต่อสู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มจากการสอนให้ลูกรู้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการปกป้องและหวงแหนร่างกายของตัวเอง จึงไม่มีใครมีสิทธิ์แตะต้องลูก หากลูกไม่ยินยอม และลูกสามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือวิ่งหนีไปหาคนที่ไว้ใจได้ เมื่อมีคนเข้ามาทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย

รวมถึงสอนให้ลูกรู้จักระมัดระวัง ไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานที่เสี่ยง เช่น เล่นคนเดียวในที่ที่ไม่มีพ่อแม่หรือคุณครูมองเห็น ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าที่พยายามเข้ามาทำความรู้จัก

อ้างอิง
timesofindia
insider
theguardian
parentmap

Anittha R

หลงรักธรรมชาติของความเป็นเด็ก ชอบดูหนัง ชอบหนังสือนิทาน รักการเลี้ยงต้นไม้ และใฝ่ฝันอยากทำสวนกระบองเพรชที่มีดอกเยอะๆ

COMMENTS ARE OFF THIS POST