READING

ลูกขี้กังวลจนกลายเป็นเด็กที่มีความเครียดมากทำไงดี!...

ลูกขี้กังวลจนกลายเป็นเด็กที่มีความเครียดมากทำไงดี!?

when your child is worried

เข้านอนแล้วสะดุ้งตื่นเพราะผวา ฝันร้าย ไม่มีความมั่นใจ ตื่นกลัว และไม่กล้าแสดงออก นี่คือพฤติกรรมที่สะท้อนว่าลูกกำลังมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในจิตใจของเขา

เพราะเด็กๆ อาจยังไม่มีภูมิต้านทานและไม่รู้วิธีรับมือกับภาวะในจิตใจของตัวเอง บางครั้ง สิ่งที่ลูกรู้สึกอาจจะเล็กน้อยในสายตาคุณพ่อคุณแม่ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็คือสาเหตุที่ทำให้ลูกเกิดความเครียด และส่งผลเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ตามมา

แต่ปัญหาก็คือ คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากไม่รู้ว่าจำเป็นต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือและจัดการปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของลูกมากหรือน้อยแค่ไหน จึงปล่อยให้เวลาผ่านไป เพราะคิดว่าลูกก็คงจะลืมหรือเปลี่ยนความสนใจไปที่สิ่งอื่นได้เอง โดยลืมคิดไปว่า ขนาดผู้ใหญ่อย่างเรา เวลามีเรื่องที่ทำให้วิตกกังวลและไม่สบายใจ หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ก็กลายเป็นความเครียดที่สะสมและยากที่จะแก้ไขมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่กับความวิตกกังวล จนกลายเป็นเด็กที่มีความเครียด จนส่งผลต่อพฤติกรรมและบุคลิกภาพของลูกต่อไปในอนาคต

1. ช่วยเหลือและสนับสนุน โดยไม่ซ้ำเติม

worriedchild_web_1

การที่ลูกแสดงออกว่ากลัวหรือกังวลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งย่อมมาจากการที่ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งบางครั้ง อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไร้สาระในสายตาคุณพ่อคุณแม่

สิ่งที่ตามมาก็คือการที่ผู้ใหญ่หรือคุณพ่อคุณแม่พยายามทำให้ลูกมีความกล้าด้วยการ ขู่ บังคับ หรือสร้างสถานการณ์ให้ลูกต้องเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นโดยที่ลูกยังไม่พร้อม

วิธีเหล่านี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้เด็กคลายกังวลแล้ว ยังทำให้เด็กเกิดความรู้สึกกลัวและกังวลมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำก็คือทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและวางใจว่าคุณพ่อคุณแม่จะคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ลูก ไม่ปล่อยให้ลูกต้องเผชิญหน้าหรือแก้ปัญหาตามลำพังแน่

2. บอกให้ลูกรับรู้ว่าความกังวลเป็นเรื่องปกติ

worriedchild_web_2

บ่อยครั้งที่เรามักหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงอารมณ์และความรู้สึกแง่ลบกับลูก เช่น คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ยอมรับว่ากำลังรู้สึกผิดหวัง ไม่ยอมรับว่ามีเรื่องไม่สบายใจและกังวลใจเช่นเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริง การยอมรับและพูดถึงความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติด้วยท่าทีที่เหมาะสม จะแก้ปัญหาทางจิตใจ และช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้

เช่นเดียวกับความกังวลของลูก หากคุณพ่อคุณแม่เปิดใจรับฟังและชวนลูกพูดคุย มากกว่าที่จะหลีกเลี่ยงและพยายามให้ลูกเก็บความรู้สึกนั้นไว้กับตัว ก็จะทำให้ลูกได้ระบายความรู้สึกและมีโอกาสที่จะหาทางออกให้กับปัญหาของตัวเองได้

3. ให้ลูกได้ฝึกสมาธิบ้าง

worriedchild_web_3

การทำสมาธิ หรือ Mindfulness ไม่ใช่แค่การนั่งอยู่กับที่ เอามือประสานไว้ที่ตักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีวิธีการอีกมากที่จะทำให้ลูกรู้จักการสร้างความสงบให้กับจิตใจและอารมณ์ของตัวเองได้ เช่น เมื่อเห็นว่าลูกกำลังครุ่นคิดหรือมีเรื่องไม่สบายใจ การปล่อยให้ลูกได้ออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระ หรือใช้ความคิดสร้างสรรค์งานศิลปะ อ่านหนังสือ หรือแม้แต่ออกไปดูแลรดน้ำต้นไม้ดอกไม้ ก็ช่วยให้ลูกรู้จักวิธีการผ่อนคลายและเรียกสติของตัวเองกลับมาจากเรื่องที่กังวลได้

อ้างอิง
dmh
mahidol
rajanukul
trueplookpanya

COMMENTS ARE OFF THIS POST