READING

I TOMATO YOU: นิทรรศการ / มะเขือเทศ / ศิลปะ / และค...

I TOMATO YOU: นิทรรศการ / มะเขือเทศ / ศิลปะ / และคุณแม่ลูกแฝด

I TOMATO YOU

I TOMATO YOU คือชื่อนิทรรศการเดี่ยวครั้งล่าสุดของ S I R I หรือ กวาง–สิรินาฏ สายประสาท ศิลปินและคุณแม่ของสาวน้อยฝาแฝด ฟ้า–ทะเล เด็กผู้หญิงวัย 4 ขวบ ผู้เป็นเจ้าของคาแรกเตอร์มะเขือเทศน้อยที่โดดเด่นอยู่ภายในงาน

และอะไรจะดีไปกว่าการได้ไปดูงานศิลปะที่อบอุ่นและน่ารัก แล้วยังมีโอกาสพูดคุยกับศิลปินเจ้าของผลงาน แต่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน เพราะเราชวนคุณแม่กวางคุยตั้งแต่เรื่องการตั้งท้อง การเลี้ยงดู และทีมเวิร์กเมื่อคุณแม่ต้องเข้าโหมดทำงานเต็มตัว ก่อนจะมาเป็นนิทรรศการอย่างที่เห็นในวันนี้

ทำไมถึงเป็นมะเขือเทศ และ I TOMATO YOU เกิดขึ้นได้อย่างไร

เราเป็นคนที่ชอบจดไดอารี่ พอตั้งท้องก็เริ่มจดบันทึกเกี่ยวกับลูก และตื่นเต้นมากเพราะลูกเราเป็นแฝดตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้คาดหวังมาก่อน แค่เรามีลูกตอนอายุ 35 ก็รู้สึกว่าโอเคแล้ว ที่มีลูกได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งคุณหมอ

พอรู้ว่าได้ลูกแฝดก็เริ่มทำเพจ Twins and me แล้วก็เล่าเรื่อง การตั้งท้อง การเติบโตของลูกไปเรื่อยๆ

ตอนช่วงที่ลูกแฝดของเราอายุ 5 เดือน ช่วงที่ฟันซี่แรกของเขากำลังจะขึ้น เขาอาจจะรู้สึกเจ็บฟัน แต่มันทำให้แก้มสองข้างของเขาเป็นสีแดงระเรื่อ พอเราโพสต์ภาพลูกก็มีคนมาคอมเมนต์ว่า แก้มแดงเป็นมะเขือเทศเลย เรามองดูแล้วก็รู้สึกว่าจริงด้วย มันคงจะน่ารักดี ถ้าเราลองวาดคาแรกเตอร์มะเขือเทศที่มีหน้าเด็กๆ

แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปพัฒนาเป็นอะไร หรือจะจริงจังกับมันมากแค่ไหน แต่ก็มีคำว่า Tomato Girls เข้ามาในหัว ก่อนหน้านี้ก็เรียกคาแรกเตอร์นี้มาตลอด แต่ปัจจุบันไม่อยากจำกัดเพศของงานวาด เลยเรียกว่า Tomato Twins ซึ่งที่ผ่านมามันก็ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรขนาดนั้น ส่วนใหญ่ก็วาดเล่นและเอาไปทำของใช้ เช่นพวงกุญแจ สติกเกอร์ เสื้อผ้าไว้ใส่เอง

Tomato Twins เริ่มออกมาพบปะผู้คนได้อย่างไร

มีช่วงหนึ่ง TCDC ขอนแก่นชวนเราไปแสดงงาน ซึ่งจะใช้งานเก่าหรืองานที่ทำขึ้นใหม่ก็ได้ เราก็เลยคิดว่าอยากทำงานใหม่ และงานที่เราอยากเล่าและอยากให้คนรู้จักมากขึ้นก็คือ Tomato Twins นี่แหละ

ก็เลยเอา Tomato Twins มาวาดบนเฟรมเป็นครั้งแรก วาดแบบง่ายๆ ไม่มีการร่าง ไม่มีสเก็ตช์ หรือออกแบบไว้ก่อนเลย เหมือนให้มันออกมาจากความรู้สึกแล้วก็ลงมือวาดเลย แล้วก็ถ่ายงานชิ้นนี้เพื่อโปรโมตว่ากำลังจะมีแสดงงานที่ขอนแก่น

แล้วงานก็ไปเข้าตาเจ้าของ Trendy Gallery เขามาคอมเมนต์ว่าสนใจ และซื้องานไปเกือบทั้งหมด เราก็ตื่นเต้นมาก เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้แสดงงานจริงจัง ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เราชอบทำมากที่สุดก็ตาม นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการมาแสดงงานครั้งนี้ เพราะเรารู้สึกมั่นใจในคาแรกเตอร์นี้มากขึ้นว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ชอบในฐานะคนเป็นแม่ แต่ว่ายังมีคนอื่นที่มองเห็นและชอบเหมือนกัน

เราก็เลยเอาภาพวาดทั้งหมดมาวาดใหม่ในขนาดที่ใหญ่ขึ้น จำนวนมากขึ้น ใช้สีมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้จำกัดว่า Tomato Twins จะต้องเป็นตัวการ์ตูนกลมๆ เขาอาจจะมีรูปทรงแบบอื่นก็ได้ ซึ่งมันคือคอนเซ็ปต์ที่เรารู้สึกว่า จริงๆ เราไม่ได้คาดหวังในการเติบโตของลูกเลย เราอยากเฝ้าดูการเติบโต ความเปลี่ยนแปลง และเราก็พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงของลูกไปเรื่อยๆ

เหมือนงานกำลังสะท้อนแนวทางการเลี้ยงลูกแบบ S I R I

เราโตมากับครอบครัวที่คาดหวังว่าต้องเรียนเก่ง ต้องมีอาชีพที่มั่นคง เราก็เลยคิดว่าถ้ามีลูก เราจะไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งพอมีลูกเองก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ

อย่างตอนแรกที่ทำเพจ Twins and me เราก็คิดว่าอุตส่าห์มีลูกแฝดทั้งที ก็น่าจะถ่ายรูปลูกมาลงแล้วเขียนเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ แต่พอทำไปสักพักก็รู้สึกว่าไม่ได้ชอบที่จะทำแบบนี้ เหมือนมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา และเราก็รู้สึกว่าเด็กๆ ก็คงไม่ชอบให้เรามาคอยถ่ายรูปแล้วต้องโดนสั่งให้ยิ้มหรือทำอะไรมากเท่าไร

เราติดตามข้อมูลการเลี้ยงลูกแบบหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แต่ก็ไม่ได้ทำตามทุกอย่าง เพราะเราก็ต้องเอามาปรับให้เข้ากับครอบครัวและลูกเรามากที่สุด แต่ถ้าถามว่าเลี้ยงลูกแนวไหน หลักๆ คืออยากให้ลูกได้เล่นเยอะๆ

ถึงแม้จะเรียกว่า Tomato Girls ในตอนแรก แต่เรากลับรู้สึกว่าเจ้ามะเขือเทศนี้เป็นได้ทั้งเด็กผู้ชายและผู้หญิง

ลูกแฝดของเราเป็นเด็กผู้หญิง แต่ตอนเด็กๆ เขามักจะถูกทักว่าเป็นแฝดชายมาตลอด ซึ่งคาแรกเตอร์นี้เราวาดตอนที่ลูกอายุ 5 เดือน มันก็อาจจะเหมือนลูกเราตอนนั้น แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องวาดให้เป็นเพศไหน ซึ่งมันก็ดีตรงที่คนสามารถมีประสบการณ์ร่วมได้มากขึ้น หรือบางคนอาจจะไม่ใช่แฝด แต่เป็นพี่น้องกัน เขาก็ยังรู้สึกว่ามันน่ารัก เหมือนได้เห็นตัวเองกับพี่น้อง

ช่วงเวลาการเตรียมงาน ที่ต้องทำไปพร้อมกับการเลี้ยงลูกสองคน

6-7 เดือนของการเตรียมงาน คนที่มีบทบาทมากๆ คือสามี เพราะส่วนมากเขาทำงานที่บ้าน ก็เลยช่วยเลี้ยงลูกเป็นหลัก และด้วยความที่เรานอนดึก ตอนเช้าก็เป็นหน้าที่ของคุณพ่อที่ต้องพาลูกอาบน้ำ กินข้าว และไปส่งลูกที่โรงเรียน เรียกว่าตอนกลางวันเราก็จะไม่ได้เจอลูกเลย แต่ลูกก็จะเจอเราช่วงเย็น แล้วคุณพ่อก็จะพาเข้านอน เป็นแบบนี้ทุกวัน เราก็ทำงาน ทำงาน ทำงาน จนเราเริ่มเข้าที่กับงานมากขึ้น ก็จะขอเป็นคนพาลูกเข้านอนเอง

อยากฟังประสบการณ์ของคุณแม่ลูกแฝด

ตอนแรกที่รู้ว่าท้องลูกแฝด เราตกใจมาก มันยังไม่ทันได้รู้สึกดีใจหรืออะไร เพราะความจริงเราพร้อมที่จะมีลูกหนึ่งคน แล้วอยู่ที่คอนโดด้วยกัน แต่พอรู้ว่ามีสองคนก็ช็อกมาก ในหัวคิดแค่จะเอาไงดี พอเริ่มตั้งสติได้ ก็ค่อยบอกที่บ้าน ปรากฏว่าทุกคนดีใจมากพอเราเห็นทุกคนดีใจเราก็เริ่มดีใจตามไปด้วย

ตอนตั้งท้องเรามีอาการแทรกซ้อนคือเบาหวาน ต้องถูกจำกัดเรื่องอาหาร เจาะเลือดทุกวัน ขาบวม แล้วท้องก็ใหญ่มากเพราะเขาเป็นแฝดแท้ที่แยกถุงน้ำ แยกรก ซึ่งเป็นข้อดีนะ คือลูกไม่แย่งอาหารกัน แต่ข้อเสียคือท้องเราจะใหญ่มาก พอวันคลอด เราไม่มีอาการปวดท้อง ไม่มีอาการอะไรเลย แต่มันเลยกำหนดคลอดแล้ว คุณหมอต้องบอกว่า คลอดเถอะ มันเลยกำหนดมานานแล้ว

ลูกคลอดง่ายมาก เด็กๆ แข็งแรง ทุกคนแฮปปี้ แต่กลายเป็นว่าร่างกายเราเองที่ไม่โอเค ด้วยความที่ตอนท้อง ท้องใหญ่เหมือนลูกโป่งที่พอถูกเจาะแล้วก็ฟีบลงทันที และมีเลือดไหลเยอะมาก ภาษาชาวบ้านเขาจะเรียกว่าตกเลือดหลังคลอด ซึ่งรุนแรงมาก

จากที่จองห้องส่วนตัวเอาไว้ คิดภาพไว้ว่าเดี๋ยวพอคลอดแล้วจะทำป้าย welcome มาถ่ายรูปกันนะ กลายเป็นว่าเราเสียเลือดมาก ต้องไปนอนให้เลือดในห้องที่มีสายระโยงระยาง และไม่ได้เจอหน้าลูกเลย นับว่าเป็นช่วงที่โหดร้ายมากที่สุดในชีวิต เพราะเราไม่เคยป่วย ไม่เคยใกล้ความตายขนาดนี้มาก่อน

บวกกับพอคลอดแล้วฮอร์โมนก็ลดฮวบ กลายเป็นรู้สึกดาวน์ เศร้า จนเริ่มเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ลูกอึ ฉี่ เรานั่งร้องไห้ ข้าวของในห้องกระจัดกระจาย มีความคิดว่าไม่อยากอยู่เลย ทำไมมันไม่สวยงามเลย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี ตอนนี้เลยคิดว่า ไม่ว่าลูกจะเลี้ยงยากมากแค่ไหน ฉันก็ผ่านแล้ว และฉันพร้อมที่จะเจอเรื่องที่ยากมากกว่านี้ (หัวเราะ)

เรากับสามีเลี้ยงลูกกันเอง มันก็เหนื่อยนะ แต่เหมือนความเหนื่อยมันข้ามขีดจำกัดไปเรื่อยๆ แต่พอลูกอายุ 3-4 ขวบ เหมือนจู่ๆ เขาก็โตขึ้น ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เลยทำให้เรารู้สึกว่าการมีลูกแฝดมันโคตรสนุกเลย (หัวเราะ)

ความแตกต่างของฟ้ากับทะเล

เขาเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันมาก แต่เหมือนกันแค่หน้าตา ส่วนนิสัย บุคลิก และความชอบจะแตกต่างกันมาก เหมือนเขาเอาคาแรกเตอร์ของพ่อกับแม่มาแยกกัน น้องฟ้าก็จะสุดไปในทางหนึ่งของพ่อกับแม่ ทะเลก็จะสุดไปอีกทางหนึ่งของพ่อกับแม่เหมือนกัน สนุกดี (หัวเราะ)

แต่สิ่งหนึ่งที่เราพบคือทั้งสองคนชอบวาดรูปเหมือนเรา บางทีถ้าลูกจำเป็นต้องอยู่กับเราจริงๆ เราก็จะให้เขาวาดรูปไปด้วยเลย เราทำก็งานของเรา เขาก็วาดของเขา

การทำงานศิลปะกับการเลี้ยงลูกเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

เราว่าการเลี้ยงลูกกับการทำงานศิลปะมันเหมือนกันตรงที่ในอนาคตข้างหน้าเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น วันนี้เขาจะเป็นแบบไหน พรุ่งนี้เขาจะเป็นยังไง เหมือนเราก็คอยสร้าง คอยขีดเขียนเติมแต่งไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ว่ามันจะสวยงามหรือเปล่า หรือจะมีข้อผิดพลาดตรงไหน

แต่สิ่งหนึ่งที่เข้าใจเลยว่าทำไมศิลปินส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีลูก เพราะว่าเราต้องมีพาร์ตที่เป็นความจริงและความอยู่รอด ซึ่งต้องทุ่มเทกับสิ่งนั้นมากๆ ด้วย

แล้วการสร้างผลงานศิลปะของ S I R I หลังมีลูกเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่า

เราว่าเปลี่ยนนะ เมื่อก่อนเราจดไดอารี่ แล้วก็จะวาดภาพเป็นตัวคาแรกเตอร์เป็นเด็กผู้หญิงผมสั้น ใส่เสื้อลายทาง แล้วก็มีเขากวาง นั่นหมายถึงตัวเรา แต่พอมีลูก ก็ค่อยๆ เอาคาแรกเตอร์มะเขือเทศมาอยู่ด้วยกัน

หลังจากพูดคุยกับคุณกวาง ทั้งในฐานะศิลปินเจ้าของผลงาน และคุณแม่ผู้มีลูกแฝดน่ารักๆ สองคนเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานแล้ว เราคิดว่านี่เป็นนิทรรศการที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่จูงมือลูกน้อยมาร่วมชมความน่ารักของมะเขือเทศน้อยด้วยกัน ที่นิทรรศการ I TOMATO YOU จัดโดย TrendyGallery.Art ที่ ICONLUXE ชั้น 1, ICONSIAM ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2022 นี้นะคะ


Supinya R.

ชอบอ่านนิยายสยองขวัญ ชอบเขียนไดอารี่ และเป็นคุณแม่จำเป็นในบางเวลา :-)

COMMENTS ARE OFF THIS POST