ชอบมะ ชอบม้าาาา?! As’J Club พาลูกฝึกขี่ม้ากลางทุ่งหญ้าใกล้เมืองกรุง

ถ้าคุณพบว่าลูกๆ หลงรักการขี่ม้า อาจส่งเสริมด้วยการพาไปเรียนขี่ม้าตามสถานที่ต่างๆ แต่นั่นไม่ใช่คุณพ่ออย่าง คุณเจมส์—หัสคุณ จันทรกลม

คุณพ่อเจมส์สมัยหนุ่มๆ เคยต้องคอยพาลูกๆ ที่รักการขี่ม้าไปหาที่เรียนใหม่ๆ จนเริ่มพบว่าค่าเรียนขี่ม้าของเด็กๆ เริ่มจะแพงไปนิด จนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพอจะมีที่ดินผืนใหญ่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จึงเกิดไอเดียพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ของตัวเอง ปรับสภาพแวดล้อม ปลูกต้นไม้ และศึกษาการทำสนามขี่ม้าจากต่างประเทศ แล้วชักชวนเพื่อนของลูกๆ มาขี่ม้าที่นี่ด้วยกัน

จนเกิดเป็น As’J Club สนามฝึกขี่ม้าสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่แฝงกายอยู่ใต้อ้อมกอดของธรรมชาติย่านรามอินทรา โดยมีเป้าหมายเพื่อ ‘มอบความสุขให้สังคมครอบครัว’

ทุกเสาร์และอาทิตย์จึงเริ่มมีพ่อแม่พาเด็กๆ จากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นปราจีนบุรี เพชรบุรี นครปฐม หรือจังหวัดใกล้เคียงมาใช้เวลาเรียนขี่ม้าที่นี่ เพราะเป็นสถานที่ฝึกขี่ม้าที่เป็นธรรมชาติจริงๆ

“ตอนเราศึกษาเรื่องสถานที่ขี่ม้า เราเห็นว่าฝรั่งเขาชอบแบบนี้ ใกล้ชิดธรรมชาติ เราก็เลยทำแบบนี้ เพราะเราขี่เองก็มีความสุขนะ ได้อยู่กับธรรมชาติ บางทีผู้ปกครองก็เอาของมาปิกนิกกินกัน นั่งพักผ่อนตรงนี้

เริ่มจากพื้นที่ที่มาเปล่าๆ เราก็ค่อยๆ ปลูกต้นไม้ จากต้นเล็กๆ จนตอนนี้โตหมดแล้ว และม้าก็อารมณ์ดีด้วย เพราะม้าเป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่ด้วยกัน แต่ขอแค่มีพื้นที่ส่วนตัว มีที่ให้วิ่งเล่นกันเอง ได้เล็มกินหญ้าตามธรรมชาติ เขาก็ไม่เครียดแล้ว”

ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจของคุณเจมส์ที่อยากให้เด็กๆ ที่มาเรียนได้เข้าถึงธรรมชาติไปพร้อมๆ กับม้าที่อารมณ์ดี และที่เป็นความใส่ใจสุดๆ ก็คือ คุณเจมส์เพาะพันธุ์ม้าเอง เป็นคนเลือกไซส์ม้าให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นม้าเพศเมีย เพราะไม่พยศเท่าม้าตัวผู้ หรือหากเป็นม้าตัวผู้ก็จะผ่านการตอนมาแล้ว เพื่อลดดีกรีความพยศของมัน

“สิบกว่าปีก่อน ผมนำเข้าพ่อพันธุ์จากอเมริกามา แล้วก็เอามาผสมกับพันธุ์พื้นเมืองเพื่อให้ไซส์เล็กลง เหมาะกับเด็กๆ ที่มาขี่ และมันทำให้เรารู้ด้วยว่านิสัยและสายพันธุ์เขาเป็นยังไง มีสัตวแพทย์ดูแลใกล้ชิด จากหลายสิบตัว พอลูกๆ โตก็ขายไปบ้าง เหลือไว้ 7-8 ตัว ให้เด็กๆ รุ่นนี้ได้มาเรียน”

มาดูที่การฝึกขี่ม้ากันบ้าง อันดับแรกที่เด็กๆ ต้องเรียนรู้คือ ‘วิธีเข้าหาม้า’ ซึ่งสำคัญมาก หากไม่ใช่ม้าที่เติบโตมากับคนจนคุ้นเคยกับเด็กๆ แล้ว อาจถูกดีด เตะ หรือกัดได้ เพราะม้าเป็นสัตว์ที่ถูกล่าโดยสัญชาตญาณ ดังนั้น วิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือ

เข้าข้างหน้าม้าและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นกันตลอด

และเนื่องจากสรีระของเด็กที่ยังตัวเล็กๆ ขายังกดตัวม้าไม่ได้ การควบคุมกับการไปกับม้าได้นั้นก็ไม่เหมือนกัน หากม้าเข้ามาใกล้กันหรือม้าตกใจ ผู้ขี่ต้องบังคับได้ นั่นคือการควบคุม เด็กๆ ที่ยังมีแรงไม่พอ คุณเจมส์จึงต้องการให้เซฟตี้ที่สุด โดยทุกคนจะมีครูฝึกดูแลตัวต่อตัวตลอดเวลาที่อยู่บนหลังม้า

“เราเริ่มจากการให้เด็กขึ้นขี่ม้าแล้วมีครูฝึกจูงเดิน พื้นฐานแรกที่ได้จากการขี่ม้าเลยคือบุคลิกภาพ เพราะหลัง ไหล่ และก้นต้องเป็นเส้นตรงกัน ถ้าเอนหรือโน้มไปข้างหน้า หน้าจะทิ่ม ถ้าเอนหลังก็จะหงายหลังเวลาม้าเดิน เมื่อเอนหนีไปไหนไม่ได้ เขาก็ต้องนั่งหลังตรงบังคับม้า ไปกับม้าให้ได้

พอได้ขึ้นขี่ไปสักพัก การได้นั่งและสัมผัสม้าไปด้วยจะทำให้เขาเป็นหนึ่งเดียวกับม้า สมาธิบนหลังม้าจะตามมา เขาจะไม่กลัวตก จะมั่นใจ กล้าที่จะลองปล่อยมือกางแขนได้หมด เพราะเขาบาลานซ์ตัวเองบนหลังม้าได้สบายๆ”

จากนั้นจึงไปสู่วิธีการฝึกรูปแบบต่างๆ พัฒนาไปตามความสามารถของแต่ละคน เช่น การยกตัวบนหลังม้า หรือเรียนบังคับม้าด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นคอร์สเรียนให้เลือก

“จริงๆ แล้วการขี่ม้าจะมีอยู่สี่ขั้น หนึ่ง—Walk (เดิน) สอง—Trot (วิ่งเหยาะๆ) เราจะสอนเด็กแค่สองอย่างนี้เท่านั้น ส่วนสาม—Canter จะสอนผู้ใหญ่บ้าง ถ้าเขาชอบความเร็ว และสี่— Gallop แบบหนังคาวบอยที่ฝุ่นตลบกัน อันนี้จะไม่ได้สอน เพราะเราไม่ได้ฝึกเป็นนักกีฬา แต่สร้างให้เขามีสมาธิและบุคลิคภาพ แต่ก็มีเด็กที่เขาไปเรียนต่อ ก็เริ่มจากที่นี่”

ซึ่งสิ่งที่เด็กๆ จะได้จากการฝึกขี่ม้าก็ไม่ใช่แค่บุคลิกภาพหรือสมาธิที่ดีเท่านั้น แต่หลายคนที่เคยกลัวสัตว์ใหญ่ พอได้มาสัมผัสม้าจริงๆ ก็หลงรักไปเลย

“เคยมีผู้ปกครองบอกว่า หลังจากที่ลูกเรียนแล้วเขาอ่อนโยน มีสมาธิขึ้น นั่งเครื่องบินหรืออะไรนานๆ ได้ หรือเด็กสมาธิสั้น ดาวน์ซินโดรม เดินเองไม่ได้ ลำตัวลีบครึ่งซีก กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่รักษาไม่หาย พ่อแม่พามาเพื่อการรักษาก็มีเยอะ ซึ่งพอมาเรียนแล้วพวกเขาสามารถขี่ม้าได้เอง ตัวตรง เพราะการขี่ม้ามันไม่เหมือนอย่างอื่น คือกิจกรรมอื่นถ้าจะทิ้งเขาก็วางได้เลย

แต่การนั่งอยู่บนหลังม้า เขาทิ้งไม่ได้เลย
เพราะถ้าทิ้งก็คือตกม้า
เด็กจึงต้องมีสมาธิอยู่บนหลังม้าตลอดเวลา
ทำให้เขาควบคุมตัวเองได้

แอบกระซิบหน่อยว่า ใครอยากมาขอจัดแคมป์ขี่ม้าหรือจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ก็สามารถติดต่อคุณเจมส์ได้เลย

As’J Club

อยู่ในสนามกอล์ฟเลกาซี่ ติดซาฟารีเวิลด์
ค่าเรียน เริ่มต้นที่ครึ่งชั่วโมง 400 บาท
เด็กเล็กเริ่มฝึกได้ตั้งแต่ขวบครึ่ง (นั่งกับผู้ปกครอง)
คอร์สเรียนทั่วไป (เด็กและผู้ใหญ่) 10 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง ราคา 8,900 บาท
ไม่มีเรียกเก็บค่าสมาชิกเพิ่มเติม
การแต่งกาย กางเกงขายาวรองเท้าผ้าใบ ที่คลับมีหมวกขี่ม้าให้บริการ
เปิดบริการทุกวัน
รอบเช้า: 08:00-11:00 น.
รอบบ่าย: 14:00-18:00 น.
รบกวนจองคิวเวลาเรียนล่วงหน้า
โทร. 081-824-8504
Facebook: As’J Club
*สำหรับเด็กไม่เคยขี่ม้ามาก่อน มีให้ทดลองขึ้นหลังม้า หากพาเดินแล้วไม่สามารถทรงตัวหรือควบคุมตัวเองได้ ทางคลับไม่คิดค่าบริการ

สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST