READING

NEWS UPDATE: กลั้วน้ำหวานเล่นในปาก ฟันและช่องปากอา...

NEWS UPDATE: กลั้วน้ำหวานเล่นในปาก ฟันและช่องปากอาจต้องจากเราไปก่อนวัยอันควร

จากผลการวิจัย เด็กก่อนวัยอนุบาลตั้งแต่วัย 2-5 ขวบกว่า 4,000 คน กำลังประสบปัญหาฟันผุจากขนมและของหวาน และถ้ายิ่งให้เด็กๆ กินขนมเรื่อยๆ ทั้งวัน โอกาสเกิดฟันผุ ฟันสึกก็จะยิ่งมากขึ้น ดังนั้นในเด็กวัยต่ำกว่าห้าขวบ การแปรงฟันเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่เป็นการที่ผู้ปกครองทราบว่า อะไรบ้างที่ควรกินหรือไม่ควรกินตอนไหน

 

และผลวิจัยยังระบุด้วยว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้ปกครอง เช่น ระดับการศึกษา ก็อธิบายถึงความแตกต่างของอาการฟันผุและสุขอนามัยในช่องปากของเด็กๆ ได้ด้วย

 

โดยนักวิจัยมีคำแนะนำว่า ถึงแม้ฟันของเด็กวัยก่อนอนุบาลจะยังเป็นแค่ฟันน้ำนม ที่ไม่ได้อยู่คงทนถาวร “แต่พฤติกรรมการดูแลสุขอนามัยในช่องปากที่ดี จะถูกปลูกฝังและติดตัวไปตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารและการแปรงฟันด้วย และแม้จะแปรงฟันบ่อยแค่ไหน แต่การลดของหวานหรือทานอาหารให้เป็นเวลา จะช่วยดูแลสุขภาพช่องปากได้ดีที่สุด”

 

ซึ่งทีมนักวิจัยจาก The King’s College London กล่าวว่า การจิบชาผลไม้หรือเครื่องดื่มที่ปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติสังเคราะห์ มีส่วนในการทำลายสารเคลือบฟัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างมื้ออาหารหรือระหว่างวัน และหากไม่แปรงฟันหลังจากนั้น ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสฟันสึกกร่อนอีกด้วย

 

และยิ่งในปัจจุบันที่มีเครื่องดื่มปรุงแต่งรสชาติต่างๆ มากขึ้น ถึงแม้จะไม่หวานมาก หรือมีปริมาณน้ำตาลน้อย แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเป็นกรด (Acidic Drinks) ซึ่งกรดตัวนี้แหละที่จะไปทำลายสารเคลือบฟัน

 

ดร. เซิร์ส โอ ทูล—หัวหน้าทีมวิจัย แนะนำว่าพฤติกรรมที่เพิ่มการทำร้ายสุขภาพช่องปากที่ควรลดหรือเลิกก็คือ การจิบน้ำหวานเรื่อยๆ และการอมน้ำหวานกลั้วไว้ในปากนานๆ เพราะจะยิ่งเพิ่มความเป็นกรดกัดกร่อนสารเคลือบฟัน

 

“ถ้าคุณดื่มเครื่องดื่มอะไรก็ตามเกินห้านาที หรือกลั้วมันเล่นในปาก หรือแทะชิ้นผลไม้เล่นนานหลายๆ นาที แทนที่จะเคี้ยวแล้วกลืนมันลงไปทีเดียว มันจะยิ่งทำลายสุขภาพช่องปาก ดังนั้น ถ้าคุณกินผลไม้เป็นของว่างตอนกลางวันแล้ว ก็ไม่ควรกินอะไรที่เป็นกรดอีกในช่วงกลางคืน เพื่อให้สิ่งที่กินเข้าไปมันสมดุลกับร่างกาย”

 

ผลวิจัยยังบอกด้วยว่า การฝานเลมอนลงในน้ำหรือแช่ผลไม้ไว้ในน้ำแล้วดื่มภายหลัง หรือค่อยๆ จิบระหว่างวันมีโอกาสทำให้ฟันสึกกร่อนกว่าคนทั่วไปถึง 11 เท่า แต่ตัวเลขนี้จะลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อดื่มในมื้ออาหาร

 

ทั้งนี้ เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลก็มีฤทธิ์กัดกร่อนฟันเหมือนน้ำตาลที่ให้รสหวาน ซึ่งรวมถึงน้ำส้มสายชูและของดองเช่นกัน

และอีกข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ ฟันผุกับฟันสึกกร่อนนั้นไม่เหมือนกัน เพราะฟันผุเกิดจากแบคทีเรียที่มาจากน้ำตาล แต่ฟันสึกกร่อนนั้นเกิดจากอาหารและเครื่องดื่มบางประเภท ซึ่งอันตรายกว่า เพราะมีผลในอนาคตเมื่อแก่ตัวไป

 

รัสส์ แลดวา—ผู้บริหารสมาคมสุขภาพและวิทยาศาสตร์ช่องปากและฟันแห่งสหราชอาณาจักร ( British Dental Association’s Health and Science Committee) กล่าวว่า “การดื่มเครื่องดื่มสังเคราะห์พร้อมกับมื้ออาหาร สามารถช่วยลดความเสียหายของฟันได้ เพราะการเคี้ยวอาหารจะช่วยเพิ่มการผลิตน้ำลายซึ่งเป็นด่าง ออกมาทำหน้าที่เป็นตัวป้องกัน เพื่อเจือจางอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นกรด

เราจึงควรประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนทราบว่า ดื่มเครื่องดื่มให้หมดในครั้งเดียวไปเลยจะดีกว่า และน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มแต่งกลิ่นสังเคาระห์อะไรก็ตาม ควรกินพร้อมมื้ออาหาร” และเสริมว่าการดื่มนมหหรือกินชีสหลังจากกินอาหารที่เป็นกรดก็เป็นอีกวิธีที่ดี

การใช้ยาสีฟันที่มีปริมาณฟลูออไรด์มากหน่อย หรือเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร จึงเป็นวิธีป้องกันฟันสึกกร่อนได้ดีที่สุด


สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST